ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย มันกลับหนักอึ้งราวกับอากาศถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น ภาคินยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ ณ จุดเดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ลงไปยังสวนหย่อมเบื้องล่าง ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาาทีก่อนยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัวราวกับแผ่นฟิล์มที่ถูกกรอดูลูปแล้วลูปเล่า ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาคมดุและรอยยิ้มถอดแบบมาจากพิมพ์เขียว DNA ของเขาเอง—เด็กที่เขาเพิ่งรู้ว่ามีตัวตน—ยังคงสั่นสะเทือนรากฐานความคิดทั้งหมดที่เขาเคยเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต
ผู้ชายที่เชื่อว่าตนเองคือศูนย์กลางของจักรวาล ผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเลขและสัญญาทางธุรกิจอย่างภาคิน กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันตรายที่เขาไม่เคยคำนวณมาก่อนในสมการชีวิต
"รินรดา... เธอซ่อนมันไว้ได้อย่างไร"
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า ปลายนิ้วเรียวยาวกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือความรู้สึก "ถูกหยามเกียรติ" ในฐานะสามีผู้เป็นใหญ่ในบ้านหลังนี้ ภรรยาผู้เงียบขรึมและไม่เคยปริปากบ่น ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในคฤหาสน์หลังนี้ กลับกลายเป็นผู้กำชัยชนะในการซ่อนเร้นความลับที่ใหญ่หลวงที่สุดจากเขาไปได้นานหลายปี
เขาก้าวเท้าฉับๆ ไปยังโต๊ะทำงานไม้สักทองตัวใหญ่ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่รินรดาชอบปักแจกันไว้มุมห้องยังคงหลงเหลืออยู่ แม้ว่าเจ้าของกลิ่นนั้นจะไม่อยู่แล้วก็ตาม สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วโต๊ะ ก่อนจะสะดุดเข้ากับวัตถุแปลกปลอมชิ้นหนึ่งที่ถูกทับไว้ด้วยที่ทับกระดาษคริสตัล
ซองจดหมายสีขาวสะอาดตา ปราศจากลวดลายใดๆ มีเพียงลายมือเรียบร้อยแต่หนักแน่นด้วยแรงกดของปลายปากกาที่จารึกชื่อของเขาเอาไว้... *ถึง ภาคิน*
หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบไปชั่วขณะ ความเย่อหยิ่งทระนงตนเข้าครอบงำจิตใจทันทีที่เห็นมัน ภาคินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเย้ยหยัน เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง เอนหลังพนักพิงอย่างสบายอารมณ์ราวกับกำลังจะเปิดอ่านรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่เขารู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางขาดทุน
"คิดจะเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีนี้งั้นหรือรินรดา... เด็กน้อยสิ้นดี"
เขากล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น นิ้วเรียวกรีดเปิดซองจดหมายสีขาวนั้นอย่างไม่รีบร้อน แผ่นกระดาษA4 สีขาวนวลถูกดึงออกมา มันคือแผ่นกระดาษพิมพ์ข้อความราชการที่มีตราครุฑประทับอยู่มุมบนด้านซ้าย—ใบหย่า ที่ผ่านการลงลายมือชื่อจากนายทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงช่องลายเซ็นของฝ่ายชายเท่านั้นที่ยังคงว่างเปล่า
ไร้ซึ่งคำอธิบาย ไร้ซึ่งคำตัดพ้อ หรือแม้แต่ร่องรอยของหยาดน้ำตา
มีเพียงลายเซ็นของรินรดาที่เขียนไว้อย่างบรรจงและเด็ดเดี่ยว ราวกับต้องการประกาศให้รู้ว่า เธอได้สลัดโซตรวนที่ชื่อว่า "การแต่งงาน" หลุดพ้นไปจากข้อมือของเธอเองแล้วโดยสมบูรณ์
ภาคินจ้องมองลายเซ็นนั้นนิ่งนาน ดวงตาคมกริบหรี่แคบลง ความรู้สึกระคายเคืองบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่มันถูกกลบด้วยความเย่อหยิ่งที่ฝังรากลึกในสันดาน เขาไม่เชื่อ... เขาไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่าผู้หญิงที่เคยยอมก้มหน้าให้เขามาตลอดหลายปี จะกล้าเดินออกไปจากชีวิตของเขาได้จริงๆ โดยไม่มีเขาคอยพยุง
"เธอจะไปไหนได้ไกล... รินรดา"
เขาพูดพึมพำกับกระดาษแผ่นนั้น ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มเยาะหยันขึ้นที่มุมปาก
โลกของรินรดาผูกติดอยู่กับคฤหาสน์หลังนี้ เธอไม่มีครอบครัวที่พึ่งพาได้ ไม่มีสังคมกว้างขวาง และที่สำคัญที่สุด เธอกลัวความโดดเดี่ยวเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด การทิ้งใบหย่าเอาไว้บนโต๊ะทำงานของเขา ก็คงเป็นได้แค่เกมจิตวิทยาตื้นๆ เพื่อให้เขาง้อ เพื่อให้เขาวิ่งตามและให้ความสำคัญกับเธอก็เท่านั้นเอง
ใช่... มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ
ภาคินโน้มตัวไปข้างหน้า วางใบหย่าลงบนโต๊ะตามเดิมอย่างไม่แยแส ราวกับมันเป็นเพียงกระดาษเศษขยะไร้ค่า เขาหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น ความมั่นใจในอำนาจและอิทธิพลของตัวเองทำให้เขาเชื่อมั่นอย่างสนิทใจว่า ภายในสามวัน... ไม่สิ, อาจจะแค่เย็นนี้ รินรดาจะต้องหอบกระเป๋ากลับเข้ามาทางประตูหน้าบ้าน พร้อมกับก้มหน้ารับคำขอโทษของเขาเหมือนเช่นเคย
"อยากเล่นเกมนี้ใช่ไหมรินรดา ได้... ผมจะเล่นกับคุณดูสักตั้ง"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทราคาแพงให้เข้าที่ด้วยท่าทางสง่างามไร้ที่ติ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานเพื่อลงไปจัดการกับความวุ่นวายที่สวนหย่อมด้านล่าง โดยปราศจากความสังหรณ์ใจเลยแม้แต่น้อยว่า หญิงสาวที่เขาคิดว่ากำเอาไว้ในมือตลอดมา บัดนี้ได้หลุดรอดจากกรงทองแห่งนี้ไป พร้อมกับความลับที่จะพลิกชีวิตของเขาให้ดิ่งลงสู่นรกทั้งเป็น
แต่ในขณะที่ภาคินกำลังก้าวเดินลงบันไดวนด้วยฝีเท้ามั่นคง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นเบื้องล่าง เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ปลดล็อกหน้าจอด้วยรอยยิ้มเยาะ
ทว่า... ข้อความบนหน้าจอจากเลขาส่วนตัวกลับทำให้รอยยิ้มนั้นแข็งค้าง สลายหายไปในพริบตา เหลือไว้เพียงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงขั้วหัวใจ
*[เรียน ท่านประธาน... ทางฝ่ายทะเบียนราษฎร์แจ้งว่า มีการยื่นเรื่องขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ของ คุณรินรดา และเด็กชายลันปกรณ์ ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน และกำหนดการเดินทางออกนอกประเทศ คือเที่ยวบินเที่ยงคืนนี้ครับ]*
โทรศัพท์ในมือเกือบจะร่วงหล่นลงสู่พื้นกระเบื้องหินอ่อน ภาคินเบิกตากว้างขึ้น ลมหายใจสะดุดกึก ภาพใบหย่าบนโต๊ะไม้สักทองผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกระซิบเย้ยหยันจากความจริงที่ว่า... เธอไม่ได้ขู่ เธอไม่ได้เรียกร้องความสนใจ...
แต่เธอกำลังจะหายไปจากโลกของเขา ตลอดกาล
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "บันทึกคนจร" นะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 2
ใบหย่าบนโต๊ะไม้
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!