เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 3

โลกใบใหม่ของริน

ผลงานโดย บันทึกคนจร
“ราคาเท่านี้ คุณจะเอาไปทำอะไรได้ ในเมื่อชีวิตคุณแทบไม่มีอะไรเหลือติดตัวแล้ว” เสียงทุ้มต่ำที่เคยเป็นดั่งโซ่ตรวนล่ามรินรดายังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท แม้ตอนนี้เธอจะยืนอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร ในเมืองเล็กๆ ที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วง รินรดามองดูเงินก้อนสุดท้ายในสมุดบัญชี ก่อนจะปิดมันลงด้วยมือที่สั่นเทา เธอไม่ได้หนีเพื่อไปตายเอาดาบหน้า แต่เธอหนีเพื่อรักษาเศษเสี้ยวชีวิตที่กำลังเติบโตอยู่ในท้อง เมืองเชียงคานในยามไร้ผู้คนไม่ได้โรแมนติกเหมือนที่นักท่องเที่ยวพรรณนา แต่มันคือหลุมหลบภัยที่แสนสว่างไสวที่สุดสำหรับผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าไร้ค่า รินรดาเริ่มงานในร้านคาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่ง เจ้าของร้านเป็นหญิงชราใจดีที่ไม่เคยถามถึงที่มาที่ไปของรอยแผลเป็นในแววตาคู่นั้น มีเพียงพู่กัน สีน้ำ และกระดาษเปล่าเท่านั้นที่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดผ่านภาพวาดที่เธอระบายออกมาด้วยความอัดอั้น สามเดือนผ่านไป ความเงียบเชียบเริ่มกลายเป็นความเคยชิน รินรดาเฝ้ามองหน้าท้องที่นูนเด่นขึ้นมาทีละน้อย ทุกครั้งที่ฝ่ามือวางลงไป เธอสัมผัสได้ถึงแรงขยับเบาๆ ราวกับคำมั่นสัญญาว่าเธอจะไม่มีวันอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป “ริน... วันนี้มีลูกค้ามาจากกรุงเทพฯ เขาเหมาห้องพักข้างบนหมดเลยนะ ท่าทางจะเป็นพวกนักธุรกิจใหญ่โต เห็นว่ามาดูที่ดินแถวนี้” ป้าอุ่นเจ้าของร้านเอ่ยขึ้นขณะจัดจานอาหารเช้า รินรดาเพียงพยักหน้ารับคำอย่างสุภาพ เธอก้มหน้าก้มตาเก็บพู่กัน พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ กฎข้อเดียวในการเอาตัวรอดของเธอคือ ‘จงหายใจให้เบาที่สุด อย่าให้เงาของเราไปทับกับอดีตที่ผ่านพ้นมา’ ทว่า ในเย็นวันนั้น ขณะที่เธอกำลังจะปิดร้านเพื่อกลับที่พัก เสียงรถหรูคันสีดำสนิทที่ดูผิดที่ผิดทางกับถนนดินแดงเส้นนี้ก็แล่นผ่านหน้าเธอไปอย่างช้าๆ รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เธอรีบก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอก สายลมพัดผ่านพาสัมผัสเย็นเยียบมาเกาะกุมที่แผ่นหลัง ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก รองเท้าหนังขัดมันก้าวลงมาเหยียบพื้นดินที่ยังเปียกชื้น ร่างสูงสง่าในชุดสูทราคาแพงที่ดูขัดตาในเมืองชนบทแห่งนี้ยืนนิ่งอยู่กลางแสงไฟสลัว รินรดาจำแผ่นหลังนั้นได้ดี แผ่นหลังที่เธอเคยโอบกอดด้วยความรักและจบลงด้วยความว่างเปล่า... ภาคิน “คุณครับ” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังภาคิน “เช็คพื้นที่เสร็จแล้ว จะรับมื้อเย็นที่ไหนดีครับ” ภาคินไม่ตอบ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ก่อนจะกวาดสายตามาทางร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่มีแสงไฟสลัว รินรดารีบหมุนตัวกลับหลังหัน หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก เธอพยายามก้าวเดินให้เร็วที่สุด แต่ความตื่นตระหนกทำให้เธอสะดุดขอบฟุตบาท ร่างที่อุ้ยอ้ายของคนท้องทำให้เธอเสียหลักจนต้องคว้าเสาไม้ข้างทางไว้แน่น “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ!” เสียงอุทานที่แสนคุ้นเคยดังใกล้เข้ามา รินรดาหลับตาแน่น กัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอพยายามบิดตัวหลบ แต่ทว่ามือแกร่งที่เคยสัมผัสร่างกายเธอมานับครั้งไม่ถ้วนกลับเอื้อมมาคว้าแขนเธอไว้เพื่อพยุงให้ลุกขึ้น “ไม่ต้อง... ฉันไม่เป็นไร” เธอพยายามดัดเสียงให้ต่ำที่สุด ภาคินชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เขาจ้องมองหญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนเก่าๆ ที่พยายามก้มหน้าหลบสายตา ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างทั้งสองคน ราวกับเวลาถูกหยุดไว้เพียงเท่านี้ “เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?” ภาคินเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาของเธอว่างเปล่า ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์เหมือนรินรดาคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก “คุณอาจจะจำผิดคนก็ได้ค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะสะบัดแขนออกและเดินเลี่ยงไปทางมุมมืดของซอย ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะพ้นมุมตึกนั้นเอง เด็กน้อยวัยสามขวบคนหนึ่ง—ลูกชายของเพื่อนบ้านที่เธอคุ้นเคย—ก็วิ่งปรี่เข้ามาหาเธอและโผเข้ากอดขาเธออย่างออดอ้อน “แม่รินครับ... ลันหิวข้าวแล้ว ทำไมวันนี้กลับช้าจัง?” ร่างของภาคินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักแข็งทื่อไปทันที สายตาคมกริบของเขาจ้องมองเด็กน้อยที่เงยหน้ามองรินรดาด้วยดวงตากลมโตคู่เดียวกับเขาอย่างไร้ที่ติ ราวกับภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กที่ถูกย่อส่วนลงมาอยู่ในร่างของเด็กชายคนนี้ ภาคินก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว มือของเขาสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุมได้ เขามองไปที่หน้าท้องที่นูนเด่นของรินรดา สลับกับใบหน้าของเด็กชายลัน หัวใจที่เคยเชื่อมั่นในเหตุผลของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่กลับพังทลายลงในชั่วพริบตา “ริน... นี่มันเรื่องอะไรกัน” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%