เช็คมือของภาคินสั่นเทาเล็กน้อยยามวางสมุดเช็กเล่มหนaกลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทอง เสียงกระดาษราคาแพงกระทบผิวไม้ช่างดังชัดเจนในห้องที่เงียบงันจนน่าอึดอัด ตัวเลขเจ็ดหลักบนยอดเงินบริจาคที่เขาตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อแลกกับการได้พบหน้า "น้องลัน" อีกสักครั้ง ไม่ได้ทำให้รินรดาชายตามองแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าขาตั้งเฟรมผ้าใบ แปรงพู่กันในมือเรียวเล็กขยับวาดลวดลายด้วยความมั่นคง ราวกับเม็ดเงินมหาศาลเหล่านั้นเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าที่ปลิวตามลม
"คุณคิดว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ตีราคาเป็นตัวเลขได้หมดสินะครับ ภาคิน"
เสียงหวานทุบทำลายความเงียบขึ้นอย่างเยือกเย็น รินรดายังคงไม่หันกลับมามองอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสละ เธอจดจ่ออยู่กับการผสมสีน้ำมันบนจานสี กลิ่นอายของ turpentine และสีอะครีลิคคละคลุ้งอยู่ในห้องสตูดิโอเล็กๆ แห่งนี้ มันคือกลิ่นแห่งอิสรภาพ กลิ่นที่เธอสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและสองมือของตนเอง ในวันที่เขาเคยเฉดหัวเธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย
ภาคินกลืนก้อนความขื่นขมลงคอ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกในสายตาของหญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและโง่เขลา รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เอาแต่นั่งร้องไห้รอคอยความเมตตาจากเขาอีกต่อไปแล้ว แววตาของเธอภายใต้กรอบแว่นใสซ่อนความเด็ดเดี่ยวและคมกริบราวกับคมมีดที่อาบยาพิษ
"ผมไม่ได้เอาเงินมาซื้อความรัก ริน... ผมแค่ต้องการช่วยเหลือในฐานะ..."
"ในฐานะอะไรครับ?" รินรดารemวางพู่กันลง เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์ "พ่อเหรอ? สามีเก่าผู้แสนดีเหรอ? หรือผู้มีพระคุณที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเคยทิ้งขว้างมนุษย์คนหนึ่งเอาไว้ข้างทางตอนที่คุณกำลังเรืองอำนาจ?"
คำพูดแต่ละคำคมกริบ บาดลึกเข้าที่ขั้วหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ภาคินก้าวเท้าเข้าหาเธอโดยสัญชาตญาณ แต่รินรดากลับถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ความระแวงระวังและรังเกียจที่สะท้อนผ่านดวงตาคู่นั้นทำให้เขาเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกตบด้วยฝ่ามือ
"ผมยอมรับผิดในสิ่งที่เคยทำลงไป..." ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมความสั่นพร่าในน้ำเสียงของตัวเอง "แต่เด็กคนนั้น... ลัน เขาควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้ โรงเรียนศิลปะเล็กๆ นี่ หรือห้องเช่าแคบๆ แบบนี้ มันไม่ใช่ที่ที่เด็กจะเติบโตได้ คุณเอาความทิฐิของตัวเองมาเป็นตัวประกันอนาคตของลูกไม่ได้นะริน"
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่มันช่างเสียดสีและสะใจลึกๆ ในอก ความแค้นที่ถูกสั่งสมมานานหลายปีไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับยิ่งปะทุรุนแรงขึ้นเมื่อเห็นความเย่อหยิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในแววตาของเขา เขาคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งสิทธิ์ความเป็นแม่และความศักดิ์สิทธิ์ของสายใยความผูกพัน
"ทิฐิเหรอ?" รินรดาก้าวเข้ามาประชิด ใกล้เสียจนภาคินได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอ กลิ่นเดียวกับวันที่เขาเคยผลักไสเธอออกจากห้องนอนอย่างไร้เยื่อใย "คุณต่างหากที่กำลังใช้เงินฟาดหัวเพื่อลบความผิดบาปในอดีต คุณคิดว่าเช็กใบนั้นจะล้างคราบน้ำตา คราบเลือด และความอัปยศอดสูที่คุณเคยมอบให้ฉันได้งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ ภาคิน!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิด ภาคินมองใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเด็ดเดี่ยว เขาตระหนักแล้วว่าเกมนี้เขาไม่ใช่ผู้ควบคุมอีกต่อไป รินรดากำลังถือไพ่เหนือกว่าทุกใบ และเธอกำลังสนุกกับการเห็นเขาดิ้นรนอยู่ในหลุมพรางแห่งความรู้สึกผิดที่เขานั่นแหละเป็นคนขุดมันขึ้นมาเอง
"ถ้าคุณไม่ต้องการเงิน แล้วคุณต้องการอะไรจากผมกันแน่ ริน? บอกผมมาสิ... จะให้ผมกราบขอร้องคุณตรงนี้เลยไหม ถึงจะพอใจ?"
ภาคินพูดด้วยความจนมุม ศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอถูกโยนทิ้งไปหมดสิ้น เหลือเพียงความหวังริบหรี่ที่จะได้ไถ่
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ภาคินรู้สึกหนสันหลังวาบ มันเป็นรอยยิ้มของนักล่าผู้ใจเย็นที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"สิ่งที่ฉันต้องการเหรอ..." เธอกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "ฉันต้องการให้คุณลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสีย... สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยคิดว่ามันเป็นของคุณ โดยที่คุณไม่สามารถทำอะไรได้เลย เหมือนกับที่ฉันเคยเป็นในวันนั้น"
ก่อนที่ภาคินจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อ เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดแง้มไว้
"คุณแม่ครับ! ลันวาดรูปคุณปลาเสร็จแล้วนะ... เอ๊ะ?"
เด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบ นัยน์ตากลมโตใสแจ๋วที่ถอดแบบมาจากภาคินราวกับพิมพ์เขียว หยุดชะงักเมื่อเห็นชายแปลกหน้าแปลกหน้าร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ในห้อง น้องลันกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอียงคอมองด้วยความสงสัย
ภาคินชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ร่างกายของเขานิ่งค้าง เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลันเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่สะท้อนเงาของเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน
เด็กชายคนนี้...
มือหนาของภาคินกำหมัดแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความจริงที่ถูกปิดตายและซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยแค้น บัดนี้กำลังจ้องมองตรงมาที่เขาด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ของสายเลือดเดียวกัน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบาดแผลและการค้นหาความจริงครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ บันทึกคนจร
เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 19
รอยแผลที่ลึกกว่าเดิม
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!