เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 16

ผลตรวจ DNA ในมือ

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กระดาษแผ่นบางในซองสีขาวน้ำตาล ยับยู่ยี่เล็กน้อยราวกับผ่านการกำแน่นด้วยแรงอารมณ์มาอย่างยาวนาน ภาคินมองตัวอักษรพิมพ์ดีดสีดำสนิทบนหัวกระดาษของสถาบันนิติเวชระดับประเทศ บรรทัดสุดท้ายที่ระบุผลการตรวจความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA) ปรากฏเด่นชัดจนบาดลึกเข้าไปในจอประสาทตา *“...ผลการตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอ บ่งชี้ว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือดจริง ความน่าจะเป็น 99.99%”* ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว ณ อาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมือง ยืดเยื้อยาวนานจนราวกับเข็มนาฬิกาหยุดเดิน ภาคินไม่รู้ว่าตัวเองยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมัวของยามพลบค่ำนี้นานเท่าไหร่แล้ว แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าอีกฟากฝั่งของกระจกใสสะท้อนเงาใบหน้าของเขาที่ซีดเซียว ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ ความเย่อหยิ่ง และทระงงตนในเหตุผล บัดนี้กลับแดงก่ำและสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพรอยยิ้มของเด็กชายตัวน้อย... น้องลัน ที่มีดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากเขาราวกับกระจกเงา วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวสมอง ดั่งคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเก่าที่ยังไม่ทันตกสะเก็ด เขานึกถึงวันวาน วันที่รินรดาเดินออกจากชีวิตของเขาไปพร้อมกับความเงียบงัน วันที่เขาเคยตอกย้ำด้วยวาจาอันเชือดเฉือนว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่เกาะเขาKINกินไปวันๆ วันที่เขาไม่เคยแม้แต่จะชายตากล้าแลความเจ็บปวดใต้ร่มเงาการแต่งงานที่ไร้ความรัก บาปกรรม... นี่สินะคือผลลัพธ์ของการกระทำอันโง่เขลาที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเกรงใจ "คุณภาคินครับ เอกสารสรุปยอดประชุมโครงการใหม่..." "ออกไป..." น้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยียบหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของภาคิน โดยที่เขาไม่ได้ละสายตาไปจากกระดาษแผ่นนั้นเลยแม้แต่น้อย "แต่ว่า..." "ฉันบอกให้ออกไปไง!" ภาคินตวาดลั่นจนร่างของเลขานุการสะดุ้งสุดตัว รีบหมุนตัวเดินถอยหลังออกไปและปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ภาคินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนาสั่นเทาขณะยกเอกสารแผ่นเดิมขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัวเลข 99.99% นั้นช่างเยาะเย้ยความโง่เขลาของเขาในอดีตอย่างสาสม ลูกชาย... เขา, ภาคิน ผู้ซึ่งประกาศกร้าวมาตลอดว่าชีวิตนี้จะไม่ยอมมีโซ่ทองคล้องใจกับผู้หญิงที่ตนไม่ได้รัก กลับมีสายเลือดของตัวเองลืมตาขึ้นมาดูโลก และเติบโตมาโดยปราศจากความอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อ เพียงเพราะความใจร้ายและความเย่อหยิ่งของเขาเอง รินรดา... เธอดำรงชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกแบบไหนกัน ในวันที่ต้องอุ้มท้องเด็กคนนี้โดยลำพัง ในวันที่ถูกเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี เธอกลับเลือกที่จะเก็บซ่อนพยานรักชิ้นนี้ไว้ พร้อมกับความแค้นที่ถูกกัดเซาะจนแข็งแกร่งดั่งหินผา เขานึกถึงภาพรินรดาในปัจจุบัน ผู้หญิงที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงในโลกของศิลปะ รอยยิ้มของเธอที่ส่งให้คนอื่นช่างงดงามและเยือกเย็น แต่นัยน์ตานั้น... นัยน์ตาสีดำสนิทที่มองตรงมาที่เขา มีแต่ความว่างเปล่าและการดูแคลน เธอไม่ได้เกลียดเขาจนกรีดร้องฟูมฟายอีกต่อไปแล้ว ความเกลียดชังของเธอกลายเป็นความเฉยชา ซึ่งนั่นคืออาวุธที่น่ากลัวที่สุดที่ใช้เชือดเฉือดหัวใจของเขาให้ตายทั้งเป็น "พ่อครับ..." เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วที่เขาเคยได้ยินผ่านคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือของลูกค้าแวบเข้ามาในห้วงความคิด หัวใจของภาคินกระตุกวูบ ความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเพลิงแห่งความทะเยอทะยาน กำลังปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาอยากพบลูก อยากกอดเด็กชายคนนั้น อยากคุกเข่าลงขออภัยผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ แต่ทว่า... เมื่อเขามองย้อนกลับไปที่ความจริง ความผิดบาปที่เขาทำไว้มันหนาเตอะเสียจนไม่มีทางที่มือคู่นี้จะเอื้อมไปคว้าความสุขนั้นกลับคืนมาได้ง่ายๆ มือหนากำผลตรวจในมือจนยับยู่ยี่ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ภาคินสะดุ้งเล็กน้อย เขาเหลือบมองหน้าจอที่ปรากฏเบอร์โทรเข้าของบุคคลที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ มันคือเบอร์ของมารดาผู้ให้กำเนิด ผู้ซึ่งเพิ่งล่วงรู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับทายาทตระกูล และกำลังเดินทางมาหาเขาที่นี่ด้วยความโกรธเกรี้ยว ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของร่างกาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาวับหนึ่ง นี่ไม่ใช่เวลามานั่งพรรณนาถึงความเสียใจ เกมการไถ่บาปนี้... เขาไม่มีสิทธิ์เป็นผู้กำหนดกติกาอีกต่อไปแล้ว รินรดาเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ทาง ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน ภาคินหันขวับไปมองด้วยความตกใจ ร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดสูทสهลสไตล์นักธุรกิจรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ข้างกายของเขามีร่างเพรียวบางของรินรดายืนอยู่ด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าประกายในดวงตานั้นกลับคมกริบราวกับคมมีดที่พร้อมจะกรีดแทง "คุณภาคิน..." เสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้น พร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะทำงานของเขา "คุณเป็นใคร..." ภาคินขมวดคิ้วแน่น จ้องมองผู้มาใหม่สลับกับรินรดา รินรดาก้าวล้ำหน้าขึ้นมาหนึ่งก้าว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ภาคินรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงไขสันหลัง "ฉันคิดว่าคุณน่าจะได้รับผลตรวจนั่นแล้วนะ ภาคิน..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "และนี่... คือหมายศาลฟ้องร้องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร และข้อหาพยายามพรากผู้เยาว์ที่ทนายความของฉันเพิ่งยื่นฟ้องคุณไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบาดแผลและการค้นหาความจริงครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ บันทึกคนจร
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%