"คุณคิดว่าความอดทนของมนุษย์มีวันหมดอายุไหมครับ ภาคิน?"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดผ่านอากาศที่กำลังหนักอึ้งภายในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ที่เคยเป็นดั่งกรงขังความรู้สึกของเธอ เธอไม่ได้มองหน้าเขา ดวงตาสีหม่นของเธอจดจ้องอยู่กับภาพวาดสีน้ำมันบนผนัง—ภาพดอกไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉาแต่มีสีสันจัดจ้านในความหม่นหมอง
ภาคินยืนนิ่ง ร่างกายที่เคยสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจในสายตาผู้ใต้บังคับบัญชา บัดนี้กลับดูสั่นคลอนราวกับไม้ใหญ่ที่ถูกปลวกกัดกินเนื้อในจนพรุน เขามองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความภูมิใจในตรรกะเหตุผลที่เขาเคยยึดถือมาตลอดชีวิตกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
"ริน... ผมไม่คิดว่าเราควรพูดถึงเรื่องนี้ในตอนนี้" ภาคินเค้นเสียงออกมา ลำคอของเขาแห้งผาก ราวกับมีก้อนกรวดอัดแน่นอยู่ภายใน
"ควรสิครับ เพราะสำหรับคุณ 'ตอนนี้' มักจะสายเกินไปเสมอ" รินรดาหันกลับมา แววตาของเธอไม่ได้มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มันว่างเปล่าจนน่าใจหาย ความว่างเปล่าที่ภาคินตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า มันน่ากลัวกว่าการกรีดร้องด่าทอหลายเท่านัก
ภาคินก้าวเท้าเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าว แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรินรดาถอยห่างโดยอัตโนมัติ กิริยานั้นเป็นเหมือนตบหน้าฉาดใหญ่ให้เขารู้สึกถึงระยะห่างที่ไม่มีวันกู้คืนกลับมาได้ เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวที่เคยเป็นที่ประจำของเธอสมัยที่เขายังไม่เคยแยแสว่าเธอจะอยู่อย่างไรในบ้านหลังนี้ เขาก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างกุมขมับ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของเหตุผลมาอธิบายความผิดพลาดของตัวเอง แต่กลับพบเพียงความเงียบงันที่ตอกย้ำความล้มเหลว
"ผมพลาดไปมากขนาดนั้นเลยเหรอ..." เขาพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ "พลาดจนไม่เหลือโอกาสที่จะแก้ไขเลยใช่ไหม"
รินรดาเดินไปที่โต๊ะทำงานของเขา เธอหยิบแฟ้มเอกสารเก่าๆ ที่เขาทิ้งขว้างไว้ในลิ้นชักขึ้นมาดู มันเป็นสมุดสเก็ตช์ภาพของเธอที่เขาเคยสั่งให้เธอทิ้งไปในวันครบรอบแต่งงานปีที่สอง เพราะเขาบอกว่า 'มันไม่มีประโยชน์' ในชีวิตนักธุรกิจอย่างเขา
"โอกาสไม่ใช่สิ่งที่ใครหยิบยื่นให้กันได้ง่ายๆ นะครับภาคิน แต่มันคือสิ่งที่คุณทำลายทิ้งไปเองด้วยมือของคุณ ในวันที่คุณคิดว่าอำนาจและการควบคุมคือทุกอย่างของชีวิตคู่" รินรดาลูบไล้หน้ากระดาษที่เหลืองกรอบ "คุณมองข้ามผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามเตือนคุณเรื่องสุขภาพเรื่องความเครียด เพียงเพราะคุณมองว่านั่นคือจู้จี้ไร้สาระ คุณมองข้ามความฝันของผม เพราะคุณคิดว่ามันเป็นเพียงงานอดิเรกที่ทำให้บ้านรก"
ภาคินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำ ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นมา—รินรดาที่นั่งรอเขาทั้งคืนในวันเกิดที่เขาลืมสนิท, รินรดาที่ร้องไห้เงียบๆ ในห้องครัวขณะที่เขาตะคอกใส่เรื่องไร้สาระ, และรินรดาที่เข้มแข็งจนน่าตกใจในวันที่เขาเซ็นใบหย่าด้วยความถือดีว่าเธอคงไปไม่รอดหากไม่มีชื่อเขา
เขาทรุดตัวลงไปกองกับพื้นกราบเท้าของเธอ ทิฐิที่เคยค้ำคอมาตลอดชีวิตพังทลายลงสิ้นเชิง ความเย็นชาที่เป็นเกราะกำบังถูกกระชากออก เผยให้เห็นเพียงชายผู้โดดเดี่ยวที่เพิ่งตื่นจากความฝันอันโหดร้าย
"ริน... ผมขอโทษ ผมมันโง่ ผมมันเห็นแก่ตัว..."
รินรดามองชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกชื่อเขาด้วยความรักด้วยสายตาที่สงบนิ่ง เธอไม่ได้สะใจ ไม่ได้ยินดี แต่มันคือความรู้สึกเวทนาที่มอบให้แก่คนแปลกหน้าที่เธอเพิ่งรู้จักในคราบของสามีเก่า
"ความขอโทษของคุณมันมีน้ำหนักน้อยเกินไปครับ เมื่อเทียบกับเวลาหลายปีที่เสียไป" เธอกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ภาคินจมอยู่กับความว่างเปล่าและความมืดมิดที่เริ่มเกาะกินหัวใจ
ในขณะที่รินรดากำลังจะเดินพ้นประตูคฤหาสน์ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท เป็นเสียงหัวเราะที่สดใสและไร้เดียงสา ซึ่งดูจะแปลกแยกเหลือเกินกับบรรยากาศอันหม่นหมองในบ้านหลังนี้
ภาคินที่ยังคงนั่งก้มหน้าอยู่บนพื้นชะงักกึก เมื่อร่างเล็กของเด็กชายวัยสี่ขวบวิ่งถลาเข้ามาหาหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะพรรณนาความเสียใจให้ฟัง เด็กน้อยคนนั้นมีดวงตาคมกริบจมูกโด่งรั้นที่ดูเหมือนใครบางคน... เหมือนเขาราวกับส่องกระจกเงา
ภาคินใจสั่นระรัวขึ้นมาจนแทบหยุดเต้น ในขณะที่มือของเด็กน้อยเอื้อมไปกุมมือรินรดาแน่น และเงยหน้าขึ้นมองภาคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยคล้ายจะถามว่า 'คุณคือใคร'
หลักฐานชิ้นสำคัญที่สั่นคลอนความเป็นเหตุเป็นผลของเขาอย่างรุนแรงที่สุดในชีวิต ไม่ใช่แฟ้มเอกสารหรือใบหย่า แต่มันคือชีวิตน้อยๆ ที่อยู่ตรงหน้า—ชีวิตที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง และชีวิตที่เป็นตัวแทนของทุกสิ่งที่เขาตัดสินใจทำพลาดไปอย่างมหันต์
รินรดาสบตากับเขา แววตาของเธอนิ่งสนิท ทว่าในความนิ่งนั้นกลับแฝงไปด้วยคำประกาศิตที่เขาสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บลึกไปถึงกระดูกดำ
นี่คือบทลงโทษที่สาสมที่สุด... ใช่หรือไม่?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบาดแผลและการค้นหาความจริงครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ บันทึกคนจร
เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 17
ความพังทลายของทิฐิ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!