เสียงก้มหน้าเซ็นเอกสารบนแฟ้มหนังราคาแพงดังขูดกับเนื้อไม้โอ๊กอย่างต่อเนื่อง ทว่าเสียงที่ดังกว่าในโสตประสาทของภาคินเวลานี้ กลับเป็นเสียงสายฝนที่กำลังโหมกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้า
บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มีเอกสารสองกองวางแยก
กองหนึ่งคือสัญญาซื้อขายหุ้นบริษัทแม่ของตระกูลที่กำลังจะหลุดลอยไป หากเขาไม่ยอมจดปากกาลงนามภายในเวลาเที่ยงคืนนี้ เพื่อแลกกับเม็ดเงินมหาศาลที่จะพยุงอาณาจักรธุรกิจของเขาให้รอดพ้นจากการล้มละลาย
และอีกกองหนึ่ง—รายงานการสืบสวนส่วนตัวที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากนักสืบเอกชน เอกสารที่บรรจุภาพถ่ายนับร้อยใบของรินรดา และเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตถอดแบบมาจากเขาราวกับพิมพ์เขียว
"คุณภาคินครับ... ทางผู้ถือหุ้นใหญ่โทรมาเช็คความคืบหน้าครั้งสุดท้ายแล้วครับท่าน ถ้าเราพลาดดีลนี้..." เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะยืนตัวเกร็งอยู่หน้าโต๊ะ
"บอกพวกเขาว่ารออีกสิบนาที" ภาคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตาคมกริบกลับไม่ได้มองเอกสารธุรกิจแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวหยิบภาพถ่ายใบล่าสุดขึ้นมาพินิจ
ในภาพนั้น รินรดากำลังกางร่มคันเล็กปกป้องเด็กชายคนหนึ่งท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย รอยยิ้มที่เธอมอบให้เด็กคนนั้น เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกันกับที่เขาไม่เคยได้รับเลยตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันใต้ชายคาเดียวกัน เธอยามที่ไร้ซึ่งเขา กลับงดงามและเปล่งประกายอย่างน่าประหลาด ราวกับดอกไม้ที่ผลิบานได้อีกครั้งบนซากปรักหักพังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่ปรากฏชื่อของทนายความประจำตระกูล
ภาคินกดรับ สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกใสที่สะท้อนภาพใบหน้าอันเหนื่อยล้าของตนเอง
"ว่าไงคุณวิทย์"
"ท่านครับ... ทางฝั่งคุณรินรดาเคลื่อนไหวแล้วครับ เธอไม่ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูอย่างที่พวกเราคาดการณ์ไว้แต่แรก แต่เธอกำลังยื่นมือเข้าไปถือหุ้นใหญ่ในบริษัทคู่แข่งทางธุรกิจของเรา ผ่านกลุ่มทุนนิรนามที่กว้านซื้อหุ้นรวบรวมอำนาจไว้ในมือ... ถ้าดีลในมือคุณภาคินหลุดไปตอนนี้ บริษัทเราจะตกเป็นรองเธอทันทีนะครับ!"
น้ำเสียงของทนายความร้อนรนจนแทบขาดหฝอย แต่ภาคินกลับรู้สึกราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง
บริษัทที่เขาทุ่มเทชีวิตแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความไร้หัวใจ กำลังจะถูกทำลายลงด้วยมือของผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่เงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่
เกมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อธุรกิจอีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือสงครามการชำระแค้นที่รินรดาวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล
ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีเข้มยับยู่ยี่เล็กน้อยบ่งบอกถึงความเครียดสะสมตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาเดินไปหยิบกุญแจรถบนโต๊ะอย่างเด็ดเดี่ยว
"ท่านครับ! จะไปไหนไม่ได้นะครับ อีกห้านาทีต้องประชุมเซ็นสัญญาแล้ว!" เลขาร้องทักด้วยความตกใจเมื่อเห็นนายใหญ่ก้าวเดินผ่านโต๊ะทำงาน
"ยกเลิกดีลซะ" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น และเฉียบขาดราวกับคมมีด
"จะ... จะบ้าหรือครับท่าน! นั่นหมายถึงการล้มละลายนะพะย่ะ... หมายถึงการล้มละลายทางธุรกิจเลยนะครับ!"
"ถ้าฉันเสียบริษัทไป ฉันยังสร้างมันใหม่ได้..." ภาคินหยุดเดิน ชำเลืองมองภาพถ่ายในกระเป๋าเสื้อเบาๆ "แต่ถ้าฉันช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว ฉันอาจจะสูญเสียทุกลมหายใจที่เหลืออยู่ไปตลอดกาล"
เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องสะเทือนไปทั่วเมืองหลวง รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานฝ่าสายฝนออกไปอย่างไร้จุดหมาย ทว่าเป้าหมายในใจกลับชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
บ้านหลังเล็กริมชานเมืองที่เคยถูกมองข้าม กลายเป็นจุดหมายปลายทางเดียวที่เขาต้องไปให้ถึงก่อนที่ความมืดมิดของราตรีนี้จะกลืนกินทุกอย่าง
รถยนต์เบรกเอี๊ยดลงสนิทหน้าประตูรั้วบ้านสีขาวที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน ภาคินก้าวลงจากรถโดยไม่สนเม็ดฝนที่สาดซัดลงมาเปียกปอนเรือนร่าง เขาสกปรก เปียกโชก และพังทลาย แต่ทว่าในอกข้างซ้ายกลับเต้นระรัวด้วยความหวังอันริบหรี่
เขาก้าวเข้าไปใกล้ประตูกระจกที่เปิดไฟสว่างอุ่นตา ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของชายผู้เย่อหยิ่งแหลกสลายลงในพริบตา
รินรดากำลังนั่งอยู่บนพรม นั่งเช็ดผมให้น้องลัน เด็กน้อยหัวเราะคิกคักขณะเอื้อมมือไปจับแก้มมารดาด้วยความรักใคร่ ดวงตากลมคู่นั้นสบเข้ากับร่างสูงที่ยืนเปียกปอนอยู่หน้ากระจกใสโดยบังเอิญ
เด็กน้อยนิ่งงงไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปกระซิบอะไรบางอย่างกับรินรดา
รินรดาชะงัก เธอกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ช้าๆ ค่อยหันมาสบตากับอดีตสามีที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานกระจก แววตาของเธอนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความโกรธแค้น ไร้ซึ่งความอาลัย และเย็นชาเสียยิ่งกว่าสายฝนที่กำลังโปรยปรายด้านนอก
ทันใดนั้น เสียงเปิดประตูรั้วด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายหนุ่มอีกคนที่ถือร่มเดินเข้ามาโอบไหล่รินรดาอย่างสนิทสนม พร้อมกับเอמהทักทายด้วยรอยยิ้มอบอุ่น... ชายผู้กุมอำนาจทางธุรกิจคนใหม่ที่กำลังจะบดขยี้เขาให้จมดิน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำตาและบททดสอบของหัวใจมาด้วยกันนะครับ **บันทึกคนจร**
เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 22
คืนพายุฝน
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!