กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าและกาแฟดำราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัว มักให้ความรู้สึกปลอดภัยเสมอสำหรับภาคิน ในวันที่โลกทั้งใบของเขาค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยจากเงื้อมมือของความจริงที่เขาเคยผลักไส
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ สายตาคมกริบทอดมองเอกสารสรุปคดีและพอร์ตฟอริโอผลงานศิลปะชิ้นใหม่ของรินรดา—อดีตภรรยาผู้เคยเป็นเงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่—บัดนี้เธอกลายเป็นศิลปินสาวผู้ทรงอิทธิพลในวงการที่สำนักข่าวหลายแห่งต่างแย่งกันสัมภาษณ์ ภาพวาดสีน้ำมันชุด "เศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย" ของเธอกำลังเขย่าขวัญสังคมไฮโซและตอกหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยภาพสะท้อนของความเย็นชา ความเพิกเฉย และรอยแผลเป็นที่เขาเป็นคนสลักไว้บนเรือนร่างและจิตใจของเธอเอง
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างสุภาพ ก่อนที่เลขาฯ ส่วนตัวจะก้าวเข้ามาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล
"รายงานสืบสวนเกี่ยวกับที่อยู่ปัจจุบันของคุณรินรดารอบสัปดาห์นี้ครับท่าน" เลขานุการหนุ่มวางซองเอกสารลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ
ภาคินไม่ตอบรับ เขารีบคว้าซองนั้นมาเปิดออก ภาพถ่ายหลายใบหล่นกระจัดกระจาย ภาพรินรดาในชุดโค้ทสีเบจกำลังเดินออกจากแกลเลอรีชื่อดัง รอยยิ้มของเธอบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือช่างดูเปี่ยมด้วยพลังและอิสรภาพ เป็นอิสระจากพันธนาการที่ชื่อว่า "ภาคิน" อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า... สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับภาพถ่ายอีกใบที่ถูกซ่อนอยู่ลึกที่สุด
ภาพนั้นถูกถ่ายจากมุมไกลในสวนสาธารณะร่มรื่นแห่งหนึ่ง รินรดากำลังนั่งอยู่บนม้าหินอ่อน เธอกำลังหัวเราะ—เสียงหัวเราะที่เขาแทบไม่เคยได้ยินตลอดหลายปีที่อยู่ร่วมกัน—และข้างกายเธอนั้น มีร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อด้วยรอยยิ้มร่าเริง
หัวใจของภาคินกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก ความหนาแน่นของอากาศในห้องราวกับลดลงจนแทบหายใจไม่ออก
"เด็ก... เด็กคนนั้นคือใคร" เสียงของภาคินแหบพร่า ดวงตาคมกริบเบิกกว้างจ้องมองภาพถ่ายใบนั้นราวกับคนเสียสติ
"จากรายงานสืบสวนระบุว่าเป็นเด็กในความดูแลของคุณรินรดาครับ... แต่ประวัติส่วนตัวของเด็กถูกปกปิดไว้เป็นความลับอย่างแน่นหนา ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์ปกติ เหมือนกับว่าถูกสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่เพื่อหลบเลี่ยง..."
ภาคินไม่ได้ฟังประโยคหลังจากนั้นอีกต่อไป สมองของเขากำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูง 4 ปี... 4 ปีเต็มที่รินรดาหายตัวไปหลังจากการหย่าร้างที่เย็นชา และถ้าเด็กคนนั้นมีอายุราวสี่ขวบ...
*มันตรงกัน*
ช่วงเวลาที่เธอหายออกไปจากบ้านหลังนั้น ช่วงเวลาที่เธอเก็บกระเป๋าพร้อมกับรอยช้ำในดวงตาคู่สวย
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทราคาแพงยับยู่ยี่ในกำมือที่กำแน่นจนสั่นเทา ความรู้สึกผิดบาปที่เคยกัดกินหัวใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความระทึกหวาดหวั่นบางอย่างที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์หรูสีดำสนิทพุ่งทะยานฝ่าสายฝนปรอยๆ มุ่งหน้าสู่สวนสาธารณะใจกลางเมืองตามพิกัดในรายงานล่าสุด หัวใจของนักธุรกิจผู้เคยเย่อหยิ่งและเชื่อมั่นในเหตุผลเหนือสิ่งอื่นใด บัดนี้เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เขาสสะสมมาตลอดชีวิตพังทลายลงเหลือเพียงเศษซาก เมื่อเขาตัดสินใจก้าวขาลงจากรถแล้วเดินลัดเลาะเข้าไปท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงฝนกระทบใบไม้และเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยที่ดังแว่วมาตามสายลม
ภาคินหยุดยืนนิ่งอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ สายตาคมกริบกวาดมองหาเป้าหมาย หัวใจของเขาบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบ และแล้ว... ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก
รินรดากำลังนั่งยองๆ อยู่บนพื้นหญ้า เธอกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้เด็กชายตัวน้อยที่สวมเสื้อฮู้ดสีฟ้าสดใส
และในวินาทีที่เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นแม่เพื่อส่งรอยยิ้มอวดฟันขาว
โลกทั้งใบของภาคินก็หยุดหมุนลงทันที
นัยน์ตาสีถ่านคู่นั้น... จมูกโด่งรั้น โครงหน้าที่แม้จะยังเยาว์วัยแต่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากเขาอย่างไร้ที่ติ ราวกับเขากำลังส่องกระจกมองดูตัวเองในวัยเด็กเมื่อหลายสิบปีก่อน ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย
"ลันลูก... อย่าวิ่งเร็วนักสครับ เดี๋ยวก็หกล้มหรอก" เสียงหวานละมุนที่เขาโหยหามาตลอดสี่ปีเอ่ยเตือนด้วยความอ่อนโยน
...ลัน...
ชื่อนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของภาคินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างสูงใหญ่ยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความจริงที่โหดร้ายและงดงามเกินกว่าจะรับไหวพรั่งพรูเข้ามาในสมอง โซ่ทองคล้องใจที่เขาเคยคิดว่าไม่ต้องการ โซ่ทองที่เขาเคยเหยียบย่ำทำลายคุณค่าของมันด้วยมือของตัวเอง บัดนี้... มันกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ในร่างของเด็กชายตัวน้อยที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากเด็กน้อย สายตราบังเอิญกวาดมาปะทะเข้ากับร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่หลังพุ่มไม้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ บังร่างของเด็กน้อยไว้ครึ่งหนึ่งด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง สายตาที่เธอมองเขานั้น... เต็มไปด้วยความหยามเหยียด สมเพช และการแก้แค้นที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
"คุณมาทำอะไรที่นี่... ภาคิน" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดที่กรีดลงบนความทรงจำที่แตกสลาย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการค้นหาความจริงครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 10
นัยน์ตาสีถ่าน
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!