กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของภาคินไม่เคยหอมหวานเพียงพอที่จะกลบกลืนความอ้างว้างที่กัดกินหัวใจเขาในยามค่ำคืน
นิ้วเรียวแกร่งของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองเป็นจังหวะกระชั้นชิด สายตาคมกริบจับจ้องไปยังรายงานการประชุมที่ว่างเปล่าตรงหน้า สมองของเขายังคงวนเวียนอยู่กับภาพเงาของรินรดา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่ ผู้หญิงที่เขาเคยละเลย ไร้ซึ่งความใส่ใจ จนกระทั่งวันที่เธอเลือกเดินจากไปพร้อมกับรอยแผลเป็นที่เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าไม่มีวันลบเลือน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งเบาๆ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อหนจะถูกผลักเปิดออก ปานระวี เลขาส่วนตัวผู้มีความสามารถและทำงานรับใช้เขามานานหลายปี ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แววตาของเธอฉายความลังเลอย่างเห็นได้ชัดในยามที่วางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มลงบนโต๊ะทำงาน
"มีอะไร ปานระวี" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
"ดิฉันคิดว่าคุณภาคินควรจะดูเอกสารชุดนี้ด้วยตัวเองค่ะ... หรือจะเรียกว่า มันคือสิ่งที่ตกลงมาจากซอกตู้เก็บเอกสารเก่าในห้องทำงานสำนักงานใหญ่ที่เราเพิ่งรื้อย้ายเมื่อวานนี้ค่ะ" ปานระวีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกล้าพูดได้เลยว่า ตลอดการทำงานร่วมกับภาคิน ไม่เคยมีเอกสารชิ้นไหนที่ทำให้เธอรู้สึกหนสันหลังวาบเท่ากับสิ่งที่อยู่ในมือนี้มากยิ่งขึ้น
ภาคินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับเลขาส่วนตัวก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังแฟ้มเอกสารที่ดูเก่าคร่ำคร่า ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา เปิดพลิกหน้าแรกด้วยความรู้สึกระอาใจ คิดว่าคงเป็นเอกสารบัญชีตกค้างหรือสัญญาจ้างงานไร้สาระ
ทว่า ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดมองข้อความบนกระดาษแผ่นแรก ลมหายใจของภาคินก็สะดุดกึก ราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวลึกในพริบตา
มันไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจ... แต่มันคือ "บันทึกการส่งตัวผู้ป่วย" และ "ใบรับรองแพทย์" จากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง
ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหัวกระดาษคือ "รินรดา วงศ์สุริยะ" วันที่ระบุไว้ในเอกสารย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน—ช่วงเวลาที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นช่วงที่ความเย็นชาและการหมางเมินระหว่างเขากับเธอพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ช่วงเวลาที่เขาแทบไม่เคยกลับบ้านตรงเวลา และปล่อยให้เธอนอนจมอยู่กับความเดียวดายในคฤหาสน์หลังใหญ่
หัวใจของภาคินกระตุกวูบ มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เขารีบพลิกหน้ากระดาษถัดไปทันที รายละเอียดด้านในบรรยายถึงสภาพร่างกายที่อ่อนแออย่างหนัก ภาวะขาดสารอาหาร และที่สำคัญที่สุด... บันทึกการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับภาวะความเสี่ยงสูงในการตั้งครรภ์
ภาพความทรงจำอันเลือนรางในอดีตผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ รินรดาในวันนั้น มักจะมีอาการวิงเวียนศีรษะบ่อยครั้ง เธอมักจะใช้มือเรียวบางกุมหน้าท้องของตัวเองด้วยความเจ็บปวดในยามที่คิดว่าเขาหลับไปแล้ว แต่เขากลับปัดมันทิ้งด้วยความรำคาญ โดยคิดว่าเธอเรียกร้องความสนใจ คิดว่านั่นคือมารยาของผู้หญิงที่ต้องการผูกมัดเขาไว้ด้วยทะเบียนสมรส
"ปานระวี..." ภาคินเปล่งเสียงออกมาแหบพร่า ราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ "นี่มัน... หมายความว่ายังไง"
เลขาส่วนตัวก้มหน้าลงต่ำ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เธอซ่อนไว้ใต้แฟ้มนั้น
"ดิฉันให้คนไปตรวจสอบกับทางโรงพยาบาลเพิ่มเติมแล้วค่ะคุณภาคิน... และนี่คือสำเนาใบแจ้งการย้ายออก พร้อมกับบันทึกการฝากครรภ์ต่อเนื่องจนถึงวันที่คุณรินรดาคลอดบุตร... และ... และเอกสารการย้ายทะเบียนบ้านของเด็กชายคนหนึ่ง ที่มีนามสกุลเดียวกับคุณรินรดาค่ะ"
ปานระวีเลื่อนกระดาษแผ่นเล็กๆ อีกใบวางทับลงไป มันคือภาพถ่ายสำเนาสูติบัตรที่มีชื่อของมารดาคือ "รินรดา วงศ์สุริยะ" ส่วนช่องชื่อบิดานั้น... ถูกเว้นว่างเอาไว้
แต่ทว่า ทันทีที่สายตาของภาคินกวาดมองไปที่ช่องหมายเลขประจำตัวประชาชนของเด็กชาย และวันที่เกิด ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่เขาเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตคู่ ร่างกายของเขาก็ชาดิกไปทั้งร่างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระดูกสันหลัง
เด็กคนนั้น... เกิดในช่วงเวลาที่เขาและเธอยังคงอยู่ร่วมบ้านกัน
ภาพของเด็กชายตัวน้อยนัยน์ตากลมโต คิ้วเข้มได้รูป และริมฝีปากที่ละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเองราวกับพิมพ์เขียว ซึ่งเขาเคยบังเอิญเห็นที่ร้านกาแฟเมื่อหลายวันก่อน ผุดวาบขึ้นมาในหัวสมองอย่างชัดเจน ราวกับภาพสะท้อนในกระจกเงาที่เขาไม่เคยกล้าสบตา
ความจริงอันโหดร้าย กรีดแทงลงกลางใจของนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งจนแหลقสลายเป็นจุล
รินรดาไม่ได้แค่เดินจากไปเฉยๆ... เธอไม่ได้แค่หอบเอาหัวใจที่แตกสลายหนีหายไปจากชีวิตของเขา แต่เธอยังพعเอาสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา—โซ่ทองคล้องใจที่เขาโหยหามาตลอดโดยไม่รู้ตัว—ซ่อนเร้นมันไว้จากโลกของเขาอย่างมิดชิด ท่ามกลางความเย็นชาและความใจร้ายที่เขายัดเยียดให้เธอมาโดยตลอด
ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมห้องทำงานหรูหราจนน่าอึดอัด ภาคินนั่งนิ่งค้างอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคมกริบแดงก่ำ รuศมิความเย่อหยิ่งและอำนาจที่เคยมีมลายหาย Wาลสิ้น เหลือเพียงชายผู้พ่ายแพ้ต่อกาลเวลาและความโง่เขลาของตนเอง
ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ภาคินสะดุ้งเล็กน้อย เขาละสายตาจากแฟ้มเอกสารสีน้ำตาล ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา ปลายสายคือเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่เสียงที่ตอบกลับมาทำเอาลมหายใจของเขาแทบหยุดนิ่งสนิท
"คุณภาคินใช่ไหมคะ... ดิฉันโทรมาจากโรงพยาบาล... พอดีคุณรินรดาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อาการสาหัสมากค่ะ ตอนนี้อยู่ที่ห้องฉุกเฉิน... และเด็กชาย... ลูกชายของคุณรินรดา เขาถามหาคุณอยู่ค่ะ!"
โลกทั้งใบคล้ายจะพังทลายลงตรงหน้า ภาคินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างลืมตัว แฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้นห้อง ความแค้น ความผิดบาป และความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผย หลอมรวมกันเป็นคลื่นความคลุ้มคลั่งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 7
ความลับในแฟ้มลับ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!