เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 8

จุดหักเหของการจากลา

ผลงานโดย บันทึกคนจร
แฟ้มเอกสารปกหนังสีเข้มที่หลุดมือร่วงลงกระทบพื้น กระจายแผ่นกระดาษนับสิบใบให้คว่ำหงายอย่างไร้ระเบียบ เสียงกระดาษกระทบพื้นห้องทำงานกว้างขวางดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน ราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ภาคินยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามและทรงอำนาจ บัดนี้กลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ปลายนี้วเรียวยาวที่เคยจรดปากกาเซ็นสัญญามูลค่ามหาศาล กำลังกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอเกร็ง ดวงตาคู่คมที่มักมองโลกด้วยความเย่อหยิ่งและคำนวณผลกำไรขาดทุนมาตลอดชีวิต บัดนี้เบิกกว้าง รอนเรณูในดวงตาสั่นระริกราวกับคนสูญเสียการทรงตัว ตัวอักษรบนใบรับรองแพทย์และบันทึกประวัติการฝากครรภ์ฉบับนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่หมึกพิมพ์บนกระดาษ แต่มันคือมีดคมกริบที่กรีดลึกลงไปในกลางใจของเขา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ริน..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากลำคอของภาคินอย่างยากเย็น มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโง่เขลา และความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่เขาเพิ่งได้รับรู้ ในอดีต... ในช่วงเวลาที่รินรดาเดินเข้าหาเขาด้วยความหวังและความเปราะบาง เขากลับผลักไสเธอด้วยถ้อยคำที่เย็นชาและสายตาที่มองไม่เห็นค่า เขาเคยตอกย้ำซ้ำๆ ว่าเธอไม่มีตัวตนในโลกธุรกิจอันยิ่งใหญ่ของเขา และหากวันหนึ่งเธอกล้ามีสายเลือดของเขาทายาทตระกูลใหญ่ เขาก็เคยประกาศกร้าวอย่างเลือดเย็นว่าเขาจะไม่ยอมรับมันอย่างเด็ดขาด ทว่า ในวันที่เธอยอมก้าวเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับรอยแผลเป็นในใจที่เขาเป็นคนสลักไว้ เธอกลับไม่ได้เดินออกไปตัวเปล่า เธอนำเอาหนึ่งชีวิตที่เกิดขึ้นจากสายเลือดของเขาไปด้วย... ชีวิตที่เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ ภาคินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ฟอร์ม มือหนาสั่นเทากวาดหยิบแผ่นกระดาษเหล่านั้นขึ้นมาแนบอกราวกับคนเสียสติ สายตากวาดมองตัวเลขและวันที่ในบันทึกทางการแพทย์ด้วยความระทึกใจ ช่วงเวลาที่รินรดายื่นเรื่องขอหย่าขาด เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เธอกำลังตั้งครรภ์ได้สามเดือนพอดี! สามเดือน... ช่วงเวลาที่เธอยังคงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ภรรยาในนามอย่างเงียบงัน ช่วงเวลาที่เธอต้องเผชิญกับอาการแพ้ท้องตามลำพังในห้องนอนอันเหน็บหนาว โดยมีเขาเป็นเพียงเงาร่างใจร้ายที่เดินผ่านเธอไปมาอย่างไร้เยื่อใย "ทำไม... ทำไมเธอถึงไม่บอกฉัน..." ภาคินพึมพำกับความว่างเปล่า หยาดน้ำลูกผู้ชายเอ่อคลอหน่วยก่อนจะหยดลงบนกระดาษแผ่นสำคัญ ความแค้นที่เขาก,เคยสะสมไว้ว่าถูกเธอหักหลังและหนีหาย กล2ายเป็นความเกลียดชังตัวเองที่พุ่งทะยานขึ้นมาแผดเผาหัวใจจนแทบแหลกสลาย ความเงียบงันในห้องทำงานถูกคั่นด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัว ภาคินหลับตาลง ภาพของรินรดาในความทรงจำผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ รอยยิ้มจางๆ ที่เธอมักจะมีให้เขาเสมอแม้จะรู้ว่ามันไร้ความหมาย แววตาที่เจือความเศร้าสร้อยยามที่เธอมองภาพวาดวิวทิวทัศน์ และความเงียบงันที่เธอเลือกใช้แทนการต่อปากต่อคำ เขาเข้าใจมาตลอดว่าความเงียบนั้นคือความอ่อนแอ แต่ในวันนี้ เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า... ความเงียบของเธอมันคือความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะตัดขาดเขาออกจากชีวิตได้อย่างสิ้นเชิงต่างหาก "นายท่านครับ..." เสียงเคาะประตูกระจกพร้อมกับเสียงทุ้มของเลขาคนสนิทดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภาคินสะดุ้งเล็กน้อย เขาตวัดสายตาดุดันขึ้นมองผู้มาเยือน ดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาทำให้เลขาหนุ่มชะงักฝีเท้ากึกด้วยความตกใจ เพราะตลอดหลายปีที่ทำงานร่วมกันมา เขาไม่เคยเห็นภาพของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้อยู่ในสภาพแตกสลายถึงเพียงนี้มาก่อน "มีอะไร..." ภาคินพยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ แต่มันกลับสั่นพร่าและแหบแห้งเสียจนน่าใจหาย "เอ่อ... ทางทีมสืบสวนตามหาตัวคุณรินรดาเจอแล้วครับ..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงผลข้อมูลล่าสุดให้เจ้านายหนุ่มดู "เธอไม่ได้อยู่ที่ต่างจังหวัดอย่างที่เราระแวงครับ เธอ... เธอเปิดสตูดิโอเล็กๆ อยู่ที่ชานเมืองทางเหนือ และ... และ..." เลขาอึดอัดใจที่จะพูดต่อ ภาคินจึงรีบคว้าแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาถือไว้ด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา บนหน้าจอคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง ภาพของหญิงสาวร่างโปร่งในชุดเรียบง่ายกำลังยืนเลือกซื้อพู่กันและอุปกรณ์ศิลปะ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอดูผ่อนคลายและมีความสุขในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดเวลาที่เธออยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขา แต่ทว่า... สิ่งที่ดึงดูดสายตาและหยุดลมหายใจของภาคินให้อยู่กับที่ ไม่ใช่รอยยิ้มของรินรดา ข้างกายเธอนั้น มีเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบกำลังยืนเกาะชายเสื้อผ้ากันเปื้อนของเธออยู่ เด็กชายคนนั้นมีเส้นผมสีดำสนิทหยักศกเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นริมฝีปากหยักได้รูปนั้น มันช่างถอดแบบมาจากใบหน้าของภาคินในวัยเด็กราวกับคัดลอกลงมาจากกระจกเงา แท็บเล็ตในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมอีกครั้ง เสียงสัญญาณเตือนแบตเตอรี่อ่อนดังติ๊ดๆ เบาๆ แต่หูของภาคินกลับอื้ออึงไปหมด เด็กคนนั้น... โซ่ทองคล้องใจที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน เด็กชายที่มีสายเลือดของเขาไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง เติบโตขึ้นมาโดยปราศจากเงาของพ่อ และถูกเลี้ยงดูด้วยมืออันบอบบางของหญิงสาวที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไม่ใยดี ความรู้สึกผิดบาปหลอมรวมเข้ากับความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทวงคืนทุกสิ่ง ภาคินสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง แววตาที่เคยสับสนแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นเยือกเย็น ดั่งนักล่าที่ค้นพบเหยื่ออันล้ำค่าที่สุดในชีวิต ในเมื่อสวรรค์เมตตาประทานโอกาสให้เขาได้รู้ความจริง เขาก็ไม่มีวันปล่อยให้สองแม่ลูกหลุดมือไปได้อีกเป็นครั้งที่สอง แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะต้องแลกด้วยหยาดเลือดหรือความเกลียดชังจากเธอก็ตาม ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างมั่นคง ร่างกายที่เคยสั่นเทากลับมาสง่างามและเย่อหยิ่งอีกครั้ง มือหนาหยิบสูทตัวนอกขึ้นมาสวมอย่างไร้ความลังเล "เตรียมรถ... ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ อีกต่อไป เกมแห่งการไถ่บาปและการทวงคืนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนี้ แต่ทว่า... ในขณะที่ภาคินกำลังก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูห้องทำงาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินตรงเข้ามาทางห้องของเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังรัวและผลักเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างของชายสูงวัยผู้มีแววตาดุดันและทรงอำนาจไม่แพ้กันก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพห้องที่กระจัดกระจายด้วยเอกสาร ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของลูกชาย "แกกำลังจะไปไหน, ภาคิน" น้ำเสียงทรงพลังเอ่ยถามขึ้นอย่างคาดคั้น "แล้วรู้ข่าวเรื่องทายาทคนใหม่ของตระกูลเราหรือยัง... ว่าตอนนี้มันกำลังวิ่งเล่นอยู่ที่ไหน" ภาคินชะงักฝีเท้าลง นัยน์ตาคมกริบหันกลับไปมองผู้เป็นพ่อด้วยความตกใจระคนสงสัย ทำไมพ่อของเขาถึงรู้เรื่องนี้เร็วนัก? หรือว่า... เบาะแสทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นความลับอย่างที่เขาคิดตั้งแต่แรก? ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการค้นหาความจริงครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%