เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 28

จุดแตกหัก

ผลงานโดย บันทึกคนจร
แฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดแสงวาบจนห้องจัดแถลงข่าวกลายเป็นสีขาวโพลนราวกับห้วงนึกคิดที่ว่างเปล่า ภาคินยืนอยู่หลังโพเดียมด้วยสูทตัดเย็บประณีตราคาแพง เนื้อผ้าเรียบกริบไร้รอยยับ ทว่าแผ่นหลังที่เคยผึ่งผายและตั้งตรงด้วยความเย่อหยิ่งมาตลอดชีวิต กลับสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้แรงกดดันจากสายตาคมกริบของสื่อมวลชนนับชีวิต บนจอภาพขนาดใหญ่ด้านหลังเขา เอกสารชุดหนึ่งกำลังถูกฉายหรา ประทับด้วยลายมือชื่อและตราประทับทางกฎหมายที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธความจริงได้ มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เปิดโปงโครงสร้างเบื้องหลังอาณาจักรธุรกิจของเขา—การยักยอก ทุจริต และการเหยียบย่ำชีวิตของศิลปินผู้ไร้ทางสู้เพื่อแลกกับความมั่งคั่ง และชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงบนเอกสารสิทธิ์เหล่านั้น... คือ "รินรดา" "คุณภาคินครับ! เอกสารชิ้นนี้ยืนยันว่าคุณขโมยผลงานและสิทธิ์ทั้งหมดของอดีตภรรยามาสร้างอาณาจักรของคุณเองจริงหรือไม่?" เสียงนักข่าวจากสำนักพิมพ์ใหญ่ตะโกนก้องทะลุกำแพงกันเสียง เสียงนั้นบาดลึกเข้าในโสตประสาทของชายหนุ่มราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด ภาคินเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว ความเย่อหยิ่งที่เคยค้ำคอเขามาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา เขามองภาพตัวเองในอดีต—ชายผู้เคยปัดกระดาษภาพวาดของรินรดาร่วงลงพื้นด้วยความรังเกียจ ชายผู้เคยเอ่ยถ้อยคำดูถูกว่าหยาดเหงื่อแรงงานของเไม่มีค่าพอแม้แต่จะนำมาใส่กรอบประดับบ้าน ชายผู้คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง แมกระทั่งวิญญาณของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมก้มหัวให้เขาด้วยความรัก ในวินาทีนั้น เขารู้ซึ้งแล้วว่าความพินาศที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร มันไม่ใช่การสูญเสียเงินทองหรือชื่อเสียง แต่เป็นการถูกความจริงย้อนกลับมาตบหน้าอย่างสาสม โดยฝีมือของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอจนบดขยี้ได้ด้วยมือเดียว รินรดานั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มภายในห้องพักรับรองวีไอพีชั้นบนสุด เธอกำลังจิบชาร้อนช้าๆ สายตาคู่สวยทอดมองภาพการถ่ายทอดสดผ่านจอโทรทัศน์ด้วยความสงบนิ่ง เยือกเย็น และปราศจากความโกรธแค้น ความแค้นที่เคยแผดเผาหัวใจของเธอนานนับปี บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอันทรงพลัง เธอมองดูอดีสามีผู้ยิ่งใหญ่กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความอัปยศอดสูด้วยสายตาของผู้ชมคนหนึ่ง—ผู้ชมผู้กำกับเวทีการแสดงชุดนี้ด้วยตัวเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่ทนายความส่วนตัวจะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ทุกอย่างเป็นไปตามแผนครับคุณรินรดา สื่อกระแสหลักเล่นข่าวนี้ทุกสำนัก หุ้นของภาคินดิ่งลงเหวตั้งแต่ตลาดเปิด และคณะกรรมการบริษัทกำลังเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อปลดเขาออกจากตำแหน่งประธาน... เขาไม่เหลืออะไรแล้วครับ" รินรดานิ่งฟังโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง เธอยังคงจดจ้องภาพของภาคินที่กำลังพยายามกล่าวแก้ตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือผ่านหน้าจอ "เขาเคยบอกฉันว่า โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์ ไม่ใช่ความยุติธรรม" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ "วันนี้ฉันแค่อยากพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า... อำนาจที่ปราศจากความซื่อสัตย์ มันก็เป็นแค่ปราสาททรายที่รอวันคลื่นซัดหายไปเท่านั้น" ทนายความลอบกลืนน้ำลายลงคอ แม้รินรดาจะดูบอบบางและเงียบขรึมเพียงใด แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจางๆ บนเรียวปากของเธอ—ความน่ากลัวของผู้หญิงที่ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และเลือกที่จะกลับมาทวงคืนทุกอย่างด้วยความเยือกเย็น ตัดภาพกลับมาที่ห้องแถลงข่าว ภาคินทนรับแรงกดดันจากแสงแฟลชและคำถามอันดุเดือดไม่ไหวอีกต่อไป เขากัดฟันกรอด ผลักไมโครโฟนล้มคว่ำลงกับพื้นเสียงดังสนั่น ก่อนจะสาวเท้าก้าวยาวๆ ฝ่าวงล้อมนักข่าวที่กรูเข้ามาประชิดตัวด้วยความบ้าคลั่ง เสียงตะโกนถามดังเซ็งแซ่จนแทบไม่ได้ศัพท์ ร่างสูงใหญ่พยายามเบียดเสียดผู้คนจนหลุดออกมาถึงลิฟต์ส่วนตัวได้อย่างทุลักทุเล ประตูปิดลง ตัดขาดเสียงโห่ร้องและคำประณามจากโลกภายนอกออกไป ภาคินหอบหายใจรุนแรง มือหนาสั่นเทาขณะยกขึ้นเสยผมที่ชุ่มเหงื่อ เขาทรุดตัวลงพิงผนังเย็นเฉียบของลิฟต์อย่างหมดแรง ดวงตาคมกราบกรานแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ ทว่าลึก and ลงไปในความคับแค้นนั้น กลับมีความหวาดกลัวระคนอยู่เต็มเปี่ยม นี่ไม่ใช่แค่การแพ้คดีทางธุรกิจ... แต่นี่คือการถูกลบตัวตนออกจากโลกที่เขาเคยสร้างขึ้น ลิฟต์เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดินอย่างรวดเร็ว ภาคินหลับตาลง ปล่อยให้ความมืดมิดภายในห้องโดยสารโอบกอดความพ่ายแพ้ของตนเองไว้ แต่ทว่า ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นจอดรถ ความจริงอีกด้านหนึ่งที่เขาไม่เคยล่วงรู้มาก่อน ก็กำลังรอคอยที่จะกระชากวิญญาณของเขาให้แตกสลายลงไปอีกขั้น เสียงหัวคิกคักใสแจ๋วของเด็กน้อยดังแว่วมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งวนอยู่รอบเสาปูนใกล้กับรถยนต์คันหรูของเขา "คุณแม่ครับ ลันอยากกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตอันนั้น!" เสียงนั้น... เสียงที่ทำให้ลมหายใจของภาคินสะดุดกึก ร่างสูงที่กำลังจะก้าวเดินชะงักค้าง ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจที่เพิ่งสงบลงจากการวิ่งหนีความอับอายกลับเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก ภาคินค่อยๆ หันขวับไปตามเสียงนั้น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อภาพเบื้องปรากฏแก่สายตา ร่างโปร่งบางในชุดสูทลำลองสีครีมของรินรดากำลังยืนยิ้มอ่อนโยนให้เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่ง เด็กน้อยวัยราวๆ สามขวบเศษ สวมเสื้อยืดลายการ์ตูนน่ารัก แก้มป่องยุ้ย และสิ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของภาคินหยุดหมุนไปชั่วขณะ... คือดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้น Nนัยน์ตาที่ถอดแบบมาจากโครงหน้าของเขาเองราวกับพิมพ์เขียว ไม่มีผิดเพี้ยน เด็กชายหันมามองเขาพอดี ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบงันของลานจอดรถใต้ดิน "คุณลุงมองอะไรเหรอครับแม่?" เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความสงสัย พรางซ่อนตัวอยู่หลังชายกระโปรงของรินรดา รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีสามี นัยน์ตาคู่คมกริบของเธอไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงรอยยิ้มเยียบเย็นและท้าทายที่ค่อยๆ คลี่คลายขึ้นบนริมฝีปาก... ก่อนที่เธอจะเอ่ยคำพูดสั้นๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับดังดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของภาคิน ราวกับเสียงอสุนิบาดฟาดลงกลางใจ "จำไว้นะลูก... นี่คือคนที่จะไม่มีวันได้เป็นพ่อของหนูอีกต่อไปแล้ว" บันทึกคนจรหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความจริงที่ปรากฏตรงหน้าจะกระตุกเตือนถึงบทเรียนราคาแพงที่ไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้อีกแล้วนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%