เสียงกึกก้องของโลหะที่กระทบกันอย่างรุนแรงท่ามกลางสายฝนที่สาดกระหน่ำ ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของชายร่างท่วมที่ยืนถือปืนจ่อตรงมายังกระจกรถฝั่งที่ฉันนั่งอยู่
หัวใจของฉันกระโจนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่วินาทีที่สมองกำลังประมวลผลว่าจะหมอบหลบหรือถีบประตูหนี ครามกลับไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าแม้แต่วินาทีเดียว
ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าชาร์จตัวฉันอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าท้ายทอยฉันกดลงแนบอกแกร่งของเขาในจังหวะเดียวกับที่เสียง "ปัง!" สนั่นหูตามด้วยเศษกระจกนิรภัยที่แตกร้าวเป็นใยแมงมุมกระจายเกลว
"กรี๊ด!" ฉันหลุดปากร้องออกมาด้วยความตกใจ แม้จะพยายามใจแข็งแค่ไหน แต่ความเป็นมนุษย์ย่อมมีความหวาดกลัวเมื่อความตายอยู่ห่างแค่คืบ
"เงียบซะพาย!" เสียงทุ้มต่ำของครามดุลอดไรฟัน ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวและหอบกระชั้นชิด แผ่นอกกว้างที่ฉันซบอยู่สะท้อนขึ้นลงรุนแรง บ่งบอกว่าเขาเองก็กำลังเดือดดาลถึงขีดสุด มือข้างหนึ่งของเขาโอบกอดรัดเอวฉันไว้แน่นราวกับกลัวว่าฉันจะหลุดมือ ส่วนมืออีกข้างชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากช่องเก็บของหน้ารถอย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับพระเอกหนังแอคชั่น
"คุณคราม กระจก..."
"บอกให้เงียบไง ยัยตัวแสบ!" เขาเอ็ดเสียงเขียว ทั้งที่ใบหน้าคมคายตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันน่ากลัวจนน่าแปลกใจว่านี่คือผู้ชายคนเดียวกับคนที่คอยตามจิกกัดฉันทุกวัน ครามเคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เขาดันตัวฉันให้หลบลงไปที่วางเท้าฝั่งผู้โดยสารอย่างมิดชิด ก่อนจะเล็งปืนสวนออกไปทางกระจกที่แตกละเอียด
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นอีกสองนัดแลกกันระหว่างรถของเรากับบุคคลปริศนาข้างนอก กลิ่นดินปืนและกลิ่นฝนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะวิ่งหนีหายไปพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์รถกระบะที่เร่งเครื่องออกไปอย่างบ้าคลั่ง
บรรยากาศในรถกลับมาเงียบสงบ มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงเม็ดฝนที่กระทบหลังคาหลังรถ
"ปลอดภัยแล้ว... ลุกขึ้นมาได้แล้วพาย" น้ำเสียงของครามผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีความแข็งกร้าวเจืออยู่
ฉันค่อยๆ ดันตัวขึ้นจากพื้นรถ จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ หัวใจยังคงเต้นรัวเร็วกว่าปกติ แต่วินาทีที่หันไปสบตากับคนข้างกาย ความโกรธและตกใจเมื่อครู่ก็ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นรอยแผลถลอกและคราบเลือดซึมอยู่ที่ต้นแขนเสื้อด้านซ้ายของเขา
"คุณคราม! คุณโดนยิงเหรอคะเนี่ย!" ฉันร้องอุทานด้วยความตกใจ มือบางเอื้อมไปคว้าแขนเขาอัตโนมัติ
"แค้วถากนิดหน่อย น่ารำคาญชะมัด" ครามซี้ดปากเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่ยังทำปากเก่งกลบเกลื่อน ยกมือขึ้นปัดปอยผมที่เปียกชื้นของฉันออกอย่างไร้ความปรานี "ห่วงตัวเองก่อนเถอะ ยัยปากเก่ง หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้ เดี๋ยวก็เป็นลมคาอกฉันหรอก"
"ปากคอเราะร้ายจริงนะคะ! ฉันเป็นห่วงคุณนะเนี่ย เห็นไหมว่าเลือดออกเนี่ย!" ฉันเถียงกลับทันควันตามนิสัย ไม่ยอมให้เขามาทำเสียงดุใส่ฝ่ายเดียว ทั้งที่ใจจริงแอบรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ กับความปกป้องที่เขาเพิ่งมอบให้
"ถ้าเป็นห่วงจริง ก็หุบปากแล้วนั่งนิ่งๆ สักหนาทีเถอะน่า" ครามถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาลูกน้องคนสนิทเพื่อสั่งการเก็บกวาดสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบขาด
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง รถของเราก็เคลื่อนตัวมาถึงเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของคราม บรรยากาศภายในห้องกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีเข้มดูสุขุม แต่ความตึงเครียดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ
ครามเดินถอดเสื้อสูทออกเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างและบาดแผลถลอกที่ต้นแขนซ้าย ซึ่งตอนนี้มีเลือดไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย ฉันยืนถือกล่องปฐมพยาบาลมองเขาด้วยความหงุดหงิดแกมเป็นห่วง
"นั่งลงค่ะ อย่าดื้อ" ฉันออกคำสั่งเสียงเข้ม เดินตรงเข้าไปดึงตัวเขานั่งลงบนโซฟาหนังราคาแพง
"นี่ฉันเป็นเจ้านายเธอนะพาย กล้าออกคำสั่งฉันเหรอ" ครามเลิกคิ้วกวนประสาท ปากก็พูดจายียวน แต่ยอมนั่งลงแต่โดยดีอย่างว่าง่ายผิดวิสัย
"ถ้าไม่อยากให้แขนเน่าตายก็เงียบแล้วอยู่นิ่งๆ ค่ะ" ฉันจัดการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแตะสำลีแล้วบรรจงเช็ดแผลให้เขาเบามือที่สุด แม้ปากจะดุแต่สายตากลับเต็มไปด้วยความกังวล
ครามเงียบลง เขานั่งมองใบหน้าของฉันที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้อย่างใกล้ชิด ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แววตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกล้ำจนน่าใจหาย
"มองอะไรคะ เจ็บเหรอ" ฉันเงยหน้าขึ้นถามเมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาไม่วางตา
"เปล่า... แค่คิดว่าเวลาเธอดื้อเงียบๆ แบบนี้น่ารักดี" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจนแทบกระซิบ ดึงดูดให้หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างแรง
บรรยากาศหวานอมเปรี้ยวเริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องชุดหรูหรา ครามขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันทีละนิด ดวงตาคู่นคมจ้องมองริมฝีปากฉันสลับกับดวงตา หัวใจของฉันเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สมองเริ่มตื้อตัน มือที่ถือสำลีค้างเติ่งกลางอากาศ
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ครามสบถออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ ส่วนฉันสะดุ้งสุดตัวรีบผละถอยหลังออกมาทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย
"เดี๋ยวฉันไปดูเอง" ครามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึงที่พร้อมจะกินหัวคนมาขัดจังหวะ
แต่ทว่า... ทันทีที่ประตูกว้างเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าคมคายหล่อเหลาแบบลูกครึ่งและรอยยิ้มพราวเสน่ห์ก็ก้าวเข้ามาในห้องทันที พร้อมกับคำทักทายที่ทำให้ทั้งฉันและครามต้องชะงักค้าง
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คราม... ยินดีที่ได้ต้อนรับเพื่อนเก่าคนนี้ไหมล่ะ?"
ฉันหันไปมองชายหนุ่มผู้มาใหม่ ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเมื่อตระหนักได้ว่านี่คือ "เพื่อนสมัยเด็ก" ที่ครามเคยเกลียดเข้าไส้ และการปรากฏตัวของเขาในคืนนี้... กำลังจะสร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่ให้กับชีวิตของเราอย่างแน่นอน!
________________________________________
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ไวโอเล็ตการ์เด้น" เสมอนะคะ!*
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 28
เพื่อนสมัยเด็กที่กลับมา
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!