พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 27

ความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียก

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"ขอโทษค่ะคุณคราม! ดิฉัน... ดิฉันไม่ทราบว่า..." เสียงเลขาฯ สาวตะกุกตะกักจนลิ้นพันกัน ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสีจากแดงก่ำเป็นซีดเผือด ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีออกไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดังสนั่น ทิ้งให้ห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด พายยืนหอบหายใจถี่ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองรบที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ เธอรีบยกมือขึ้นจัดเสื้อสูทที่ยับย่นของตัวเองด้วยอาการลนลาน พลางตวัดสายตามองคนที่เพิ่งจะทำตัวเป็น 'เจ้าที่' แรงใส่เธอเมื่อครู่นี้ด้วยสายตาขุ่นเคือง "เพราะคุณนั่นแหละไอ้คุณคราม! บอกแล้วว่าอย่าเล่นอะไรพิเรนทร์ๆ นี่มันออฟฟิศนะ ไม่ใช่ซอกหลืบในผับ!" พายต่อว่า เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยอย่างพยายามกลบเกลื่อนความเขินที่ลามไปถึงใบหู ครามไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายืนกอดอกพิงโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงจับจ้องมาที่เธอด้วยความเรียบเฉย ทว่าหากมองให้ลึกกลับมีความขบขันซ่อนอยู่ "ออฟฟิศแล้วยังไง? หรือว่าคุณอยากให้ผมพาไปที่ที่มันส่วนตัวกว่านี้?" เขาเลิกคิ้วกวนประสาท พลางก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ระยะห่างที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นถูกเขาลดทอนลงอย่างถือวิสาสะ พายถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับกำแพงห้อง เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก "คนหน้าไม่อาย... เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ทำไมต้องทำเหมือน..." "เหมือนอะไร?" ครามโน้มตัวลงมา กักขังร่างบางไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้างที่ยันกำแพงไว้ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ "เหมือนแฟนเหรอ?" คำถามนั้นทำให้พายชะงัก เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกที่มันตีรวนอยู่ในใจมันทั้งชัดเจนและคลุมเครือในเวลาเดียวกัน พวกเขาใช้ชีวิตเหมือนคนรักกันมาพักใหญ่แล้ว ทั้งการไปรับไปส่ง การห่วงใยที่แฝงมาในคราบปากจัด หรือแม้แต่สัมผัสที่เกินเลยในตอนนี้ แต่มันกลับไม่มีคำนิยาม... ไม่มีสถานะที่ชัดเจน "หลงตัวเองชะมัด" พายแค่นหัวเราะกลบเกลื่อน แต่แววตาที่สั่นไหวของเธอมันฟ้องทุกอย่าง "เราก็แค่... ข้อตกลงทางธุรกิจที่มันเลยเถิดไปหน่อย ก็แค่นั้น" "ข้อตกลงเหรอ?" ครามทวนคำ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเขาเชยคางมนขึ้นให้สบตา "ถ้าแค่นี้คือธุรกิจ งั้นที่ผมทำทุกอย่าง... ไปรับไปส่ง ดูแลเวลาคุณไม่สบาย นี่มันคือผลตอบแทนในสัญญาข้อไหน?" พายนิ่งอึ้ง สายตาของเขาที่มองมามันไม่ได้มีความเป็นนักธุรกิจที่เยือกเย็น แต่มันมีความอ่อนโยนและ... ความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อยากจะยอมรับ "งั้นก็เลิกทำสิคะ" พายพูดเสียงเบา "ในเมื่อมันไม่มีชื่อเรียก ก็อย่าทำอะไรให้มันเกินเลยไปกว่านี้เลย" ครามชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบราวกับถูกตบหน้าด้วยความเย็นชา เขาดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปสองสามก้าว บรรยากาศอบอุ่นที่เคยมีกลายเป็นความเย็นเยียบในทันที "ถ้าคุณต้องการแบบนั้น... ก็ได้" เขาแค่นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "ผมเองก็ไม่ได้ว่างงานถึงขนาดจะมาเอาใจคนที่ไม่ต้องการหรอกนะ" เขากลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม เปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าขึ้นอ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้พายยืนเคว้งอยู่กลางห้อง ความรู้สึกโหวงเหวงในอกมันตีตื้นขึ้นมาจนจุก พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรต่อ ตลอดทั้งวัน ทั้งคู่ทำงานกันเหมือนคนแปลกหน้า ไม่มีไดอะล็อกหยอกล้อ ไม่มีสายตาที่คอยแอบมองกันเหมือนเคย ความเงียบระหว่างกันมันดังจนน่ารำคาญ พายพยายามจดจ่อกับงานตรงหน้า แต่สมาธิของเธอมันหลุดลอยไปอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ของอีกฝ่ายตลอดเวลา จนกระทั่งเวลาเลิกงานมาถึง พายเก็บของใส่กระเป๋าด้วยความรวดเร็ว เธอไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแม้แต่วินาทีเดียว ความอึดอัดนี้มันกำลังจะทำให้เธอเป็นบ้า ทว่าในตอนที่เธอกำลังจะเปิดประตูห้องทำงานออกไป เสียงของครามก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ "ถ้าออกไปตอนนี้ ฝนตกหนักมาก คุณไม่มีรถ และผมก็จะไม่ไปส่ง" พายชะงักมือที่จับลูกบิดประตู เธอหันกลับไปมองเขาที่ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่เหมือนเดิม "ขอบคุณที่เตือนค่ะ แต่ฉันดูแลตัวเองได้" เธอเดินก้าวออกจากห้องไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง พายเดินไปจนถึงโถงทางเข้าชั้นล่างของบริษัทและพบว่าท้องฟ้าด้านนอกมืดมิดและสายฝนกำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ลมพัดแรงจนเธอกระชับเสื้อคลุมแน่น เธอควักโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะเรียกแอปฯ รถรับจ้าง แต่หน้าจอที่ดับมืดและแบตเตอรี่ที่เหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ทำให้เธอต้องสบถออกมาเบาๆ "เวรเอ๊ย... อะไรมันจะซวยขนาดนี้" เธอยืนถอนหายใจอยู่ตรงระเบียงทางเข้า มองดูสายฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก ในใจก็นึกโทษความปากเก่งของตัวเองที่ดันไปท้าทายเขาจนบรรยากาศมันพังไม่เป็นท่า ผ่านไปเกือบชั่วโมงที่เธอยืนรออยู่ตรงนั้น จนกระทั่งมีรถยนต์คันหรูสีดำคุ้นตาขับมาจอดเทียบท่าหน้าทางออก กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงมาเผยให้เห็นใบหน้านิ่งเฉยของคราม "ขึ้นมา" เขาเอ่ยสั้นๆ โดยไม่มองหน้าเธอ พายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ความหนาวเย็นของอากาศและสายฝนที่สาดเข้ามาทำให้เธอไม่มีทางเลือก เธอเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งข้างคนขับ บรรยากาศภายในรถเงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รถเคลื่อนตัวออกไปบนถนนที่เปียกชื้น ไม่มีใครพูดอะไร พายเอาแต่มองวิวข้างทาง ส่วนครามก็ตั้งใจขับรถอย่างแน่วแน่ จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าซอยที่มืดมิดและเงียบสงัดก่อนจะจอดสนิทลงกะทันหัน "ทำไมจอดตรงนี้? บ้านฉันยังไม่ถึงนะ" พายหันไปถามด้วยความสงสัย ครามไม่ตอบ เขาปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วเอี้ยวตัวมาหาเธอ พายผงะถอยหลังจนชิดเบาะ แต่เขากลับเร็วกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นก่อนจะกดล็อกประตูรถ "ผมทนมาทั้งวันแล้วนะพาย" เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่เธอยังไม่เคยเห็นมาก่อน "ไอ้ 'ไม่มีชื่อเรียก' ที่คุณว่าน่ะ... เรามาทำมันให้มีชื่อเรียกกันตอนนี้เลยไหม?" ก่อนที่พายจะได้ทันตอบโต้หรือหาคำพูดใดมาแก้ต่าง เขาก็โน้มใบหน้าลงมาประทับจูบที่หนักแน่นและรวดเร็ว ราวกับต้องการเรียกร้องทุกอย่างที่เขาเก็บกดไว้มาตลอดทั้งวัน ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกหนักกระทบหลังคารถ หัวใจของพายเต้นโครมครามจนแทบจะหยุดหายใจ ในจังหวะที่เขากำลังจะถอนจูบออกเพื่อรอคำตอบ เสียงเคาะกระจกข้างประตูที่รุนแรงก็ดังขึ้นจนทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว พายหันไปมองผ่านกระจกฝั่งคนขับและต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชายร่างท่วมในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน พร้อมกับชี้ปืนเข้ามาที่กระจกรถ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามเรื่องราวความรักที่แสนวุ่นวายของครามและพายนะคะ เตรียมรับมือกับตอนต่อไปให้ดีค่ะ ไวโอเล็ตการ์เด้นสัญญาว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่ะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%