“นึกว่าใคร... ที่แท้ก็เด็กในคาถาของครามคนที่เคยเป็นแค่ลูกไล่เมื่อก่อนนี่เอง เผลอแป๊บเดียว ปีนป่ายขึ้นมาถึงเตียงท่านประธานได้แล้วเหรอเนี่ย รสชาติคงถูกใจจนเขาต้องพกมาอวดสังคมไฮโซด้วยสินะ”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลอดมาจากริมฝีปากของ ‘กรณ์’ เพื่อนสมัยเด็กที่ครามเกลียดเข้าไส้ รอยยิ้มหยันบนใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นเคลือบด้วยความดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง สายตากวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกต่ำทรามราวกับฉันเป็นเพียงสินค้าประดับบารมีราคาถูก
บรรยากาศรอบตัวที่เคยครื้นเครงในงานเลี้ยงหรูหราพลันเงียบกริบลงทันตา ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา สายตาหลายคู่รอบงานเริ่มเหลือบมองมาที่เราเป็นตาเดียว ความอับอายและโกรธเกรี้ยวตีรวนขึ้นมาในอก ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกเตรียมจะอ้าปากสวนกลับให้หงายเงิบด้วยคมคำชนิดที่ต่อให้มีเงินล้านก็ซื้อหน้าคืนไม่ได้ แต่ทว่า...
หมับ!
มือหนาอุ่นจัดของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่เอวบางของฉัน รั้งให้ถอยหลังไปอยู่ด้านหลังแผ่นอกกว้างของเขาอย่างรวดเร็ว แรงดึงนั้นหนักแน่น แต่นุ่มนวลพอที่จะปกป้องฉันจากสายตาคมกริบและคำพูดสกปรกพวกนั้นได้อย่างมิดชิด
ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ‘คราม’ ด้วยความตกใจ เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาตอนนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ความอบอุ่นที่เคยมีเวลาอยู่กันสองต่อสองมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาและแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีย์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลقคามือ
“ระวังปากหน่อยกรณ์” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ ทรงพลังและกดดันเสียจนคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามถึงกับหน้าถอดสี “เงินในกระเป๋าแกคงยังไม่หนาพอจะซื้อสิทธิ์มาวิจารณ์คนของฉัน”
“ฮึ! แค่ผู้หญิงหิวเงินคนเดียว แกถึงกับต้องออกโรงปกป้องออกนอกหน้าเลยเหรอวะคราม หรือว่ากลัวคนอื่นเขาจะรู้ปมด้อยว่ารสนิยมตกต่ำ...”
“ฉอดๆ เก่งจังนะเรื่องปากเนี่ย” ฉันโผล่หน้าออกมาจากไหล่กว้างของคราม รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนพุ่งตรงไปที่กรณ์ราวกับลูกศรอาบยาพิษ “ปากเก่งแบบนี้ ตอนเด็กๆ คงโดนครามกระทืบสั่งสอนมาไม่เข็ดสินะคะ ถึงได้ยังไม่รู้จักเจียมกะลาหัวมาเห่าหอนใส่คนอื่นในงานคนอื่นเขาแบบนี้”
กรณ์หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “เธอ! นังเด็กปากดี—”
“พอ!” ครามตวาดกร้าว เสียงนั้นดังสนั่นจนวงสนทนาข้างเคียงสะดุ้ง เขากวาดสายตาดุร้ายมองหน้าเพื่อนเก่าที่ตอนนี้กลายเป็นตัวตลกในสายตาคนรอบข้าง “ถ้าปากแกไม่มีอะไรดี นอกจากคายคำขยะออกมา ก็ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะทำให้ตระกูลของแกไม่มีที่ยืนในแวดวงธุรกิจนี้อีกต่อไป”
น้ำเสียงเด็ดขาดและแววเอาจริงเอาจังของครามทำเอาคนที่คิดจะหาเรื่องถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กรณ์กำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นคมที่ฉายแววดิบเถื่อนอย่างที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย เขาจึงจำต้องสะบัดหน้าหนีแล้วเดินหายเข้าไปในฝูงชนด้วยความอับอาย
เมื่อความวุ่นวายคลี่คลายลง บรรยากาศรอบตัวก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่หัวใจฉันกลับเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะคำดูถูกของกรณ์... แต่เป็นเพราะแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมฝนให้ฉันเมื่อครู่ต่างหาก
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา เม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนฟอร์มจัด “ใครเป็นคนของคุณกันคะ พูดอะไรไม่เกรงใจฉันเลยนะ”
ครามก้มลงมองฉัน สายตาที่เคยดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนแสงลงอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นเคาะหน้าผากฉันเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ปากหนายื่นออกมาเล็กน้อยอย่างคนฟอร์มจัดไม่แพ้กัน
“เจ็บตัวหรือเปล่ายัยตัวแสบ ปากดีนักนะเมื่อกี้ ถ้าฉันมาช้ากว่านี้ก้าวเดียว เธอคงได้เปิดศึกน้ำลายกลางงานเลี้ยงไปแล้วมั้ง”
“ก็มันปากหมาใส่ฉันก่อนนี่คะ จะให้ยืนยิ้มรับคำดูถูกหรือไง ฉันไม่ใช่พระเอกนางเอกลิเกนะที่จะได้ยอมให้ใครมารังแกฟรีๆ” ฉันเชิดหน้าขึ้นเถียง ค้อนใส่เขาขวับใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอายที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
“รู้ว่าเก่ง...” ครามถอนหายใจยาว พลางขยับเข้ามาประชิดตัวจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไวน์จางๆ ลอยเข้าจมูก ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบaริมใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “...แต่ครั้งหลัง ถ้าใครมันกล้าปากเสียใส่เธออีก จำไว้ว่าไม่ต้องเปลืองแรงเถียงเองหรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ‘สามี’ อย่างฉันจัดการก็พอ”
“ใครสามีคุณคะ! พูดจาทะลึ่งตึงตังอีกแล้วนะ” ฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รีบยกมือขึ้นดันอกแกร่งออกห่าง แต่เขากลับยิ่งรวบเอวฉันให้แนบชิดกว่าเดิม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก
“ก็เธอนั่นแหละ... อุ๊บ!”
ยังไม่ทันที่ครามจะได้พูดจาชวนเขินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำเอาเราสองคนต้องผละออกจากกันแทบไม่ทัน
“อ้าว คราม... น้องพาย อยู่ตรงนี้นี่เอง ผมตามหาซะทั่วเลย”
ร่างสูงของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเรา รอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นมิตรประดับอยู่บนใบหน้า แต่แววตาในวินาทีที่สบตากับครามกลับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 29
พายไม่ใช่ของเล่น
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!