"ถ้าคุณยังจำเรื่องเมื่อห้าปีก่อนได้... ก็น่าจะรู้ดีว่าคนอย่างคราม ไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์อย่างที่ยืนแอ๊กทำเท่หรอกนะคะ"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มทว่าเจือรอยเยาะหยันของ ‘กรณ์’—ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาหยุดยืนเผชิญหน้าท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมในงานเลี้ยง—ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับถูกดูดกลืน ร่างสูงของบุคคลมาใหม่ส่งยิ้มให้ฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับไปยังร่างสูงใหญ่ของครามที่ยืนบังฉันไว้ครึ่งตัว ทว่าฉันกลับเป็นฝ่ายก้าวเท้าพ้นจากเงาไหล่กว้างนั้น ยืนหยัดเผชิญหน้าด้วยแววตานิ่งสนิทที่ซ่อนความไหววูบไว้ภายใต้มาดนิ่ง
"หุบปากซะ กรณ์" ครามคำรามต่ำในลำคอ สันกรามคมกริบบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่ปล่อยข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นเสียจนเส้นเลือดปูดโปน
ฉันเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนปากร้ายที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาและมาดนักธุรกิจผู้ไร้พ่ายเมื่อครู่ถูกกัดกร่อนด้วยความระอุบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุม บรรยากาศรอบตัวเราสามคนตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงกระแสประสาทที่กำลังขาดผึ่ง
"ทำไมล่ะ จะให้ผมเก็บความลับแทนคุณไปถึงไหน" กรณ์หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองฉันด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านยาก "คุณพายครับ... ผู้ชายที่คุณกำลังคบหาและไว้ใจอยู่นี่ ไม่ได้บอกคุณใช่ไหมล่ะครับว่าเขามีอดีตที่ทำลายชีวิตคนอื่นมาอย่างไรบ้าง"
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ทว่าใบหน้ายังคงเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์ม ความรู้สึกอยากปกป้องและอยากเอาชนะตีรวนกันอยู่ในอก
"เรื่องของฉันกับคราม... ฉันตัดสินใจเองค่ะ ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกมาสาธยาย" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ พลางหันไปมองครามที่ตอนนี้หันมามองฉันด้วยแววตาซับซ้อน คล้ายจะห้ามปราม คล้ายจะเจ็บปวด และคล้ายจะหวาดกลัว...
*ให้ตายสิ ผู้ชายปากหมาอย่างครามเนี่ยนะมีมุมหวาดกลัวเป็นกับเขาด้วย?*
"คนนอกเหรอครับ..." กรณ์ทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่บาดลึก "งั้นถ้าความจริงที่ว่า... การตายของคุณพ่อผมเมื่อห้าปีก่อน มีสาเหตุมาจากความโลภและการหักหลังของ 'คุณครามคนดี' ของคุณล่ะครับ มันยังเป็นเรื่องของคนนอกอยู่หรือเปล่า?"
เพล้ง!
คล้ายมีแก้วใบใหญ่แตกกระจายอยู่ในโสตประสาท ความเงียบงันเข้าปกคลุมบริเวณนั้นอีกครั้งราวกับอากาศถูกสูบออกจนหมดสิ้น ฉันเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้าครามทันที ร่างสูงของคนที่ยืนเคียงข้างนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่มักจะมองใครด้วยความเหยียดหยาม บัดนี้กลับไหวระริกอย่างปิดไม่มิด
ครามไม่ปฏิเสธ... และความเงียบนั้นคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
"จริงเหรอคะ... คราม" ฉันเค้นเสียงถามออกไป แม้ลำคอจะตีบตันจนแทบเปล่งเสียงไม่เป็น
ครามหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมเศษซากความมั่น
มั่นคงครั้งสุดท้ายก่อนจะลืมตาขึ้นสบตากับฉัน แววตาคู่นั้นไม่ได้ดุดัน ไม่ได้ซึนเดระใส่เหมือนเคย แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"พาย... มันไม่ใช่..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก มือหนายื่นเข้ามาหมายจะคว้ามือฉันไว้ แต่ฉันกลับถอยหลังหลบโดยอัตโนมัติ
การถอยหลังเพียงก้าวเดียวของฉัน ทำเอาใบหน้าคมคายของคนตัวโตซีดเผือดลงทันตาเห็น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนฉันต้องเม้มริมฝีปากแน่น ฉันไม่ได้รังเกียจเขา... แต่ความตกใจและสัญชาตญาณมันสั่งให้ถอย
"หึ เลิกแก้ตัวเถอะน่าคราม" กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏชัดบนใบหน้า "หลักฐานทุกอย่างยังอยู่ครบ เอกสารที่นายพยายามปกปิดมันไว้ใต้พรม เพื่อไม่ให้บริษัทและผู้หญิงคนนี้รู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของนาย มันแลกมาด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตาของใครบ้าง!"
กรณ์โยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะรับรองใกล้ตัว เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวดังทึบ แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในความรู้สึกของฉันอย่างชัดเจน
ฉันก้มมองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าของคราม หัวใจเต้นรัวเร็วด้วยความสับสน ความรู้สึกหลากหลายประเดั้งประดอนเข้ามาจนสมองแทบระเบิด ครามไม่ใช่คนอ่อนโยน เขาดุดัน ปากร้าย และบางครั้งก็ใช้อำนาจกดขี่ฉัน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความซื่อตรงในแบบของเขา การกระทำที่ปกป้องฉันจากเงื้อมมือคนอื่นอย่างไม่กลัวเกรง ทำให้ฉันเชื่อมั่น... หรือฉันจะมองคนผิดไปจริงๆ?
"พาย ฟังผมก่อน..." ครามเอ่ยเสียงเครือ มือหนาตัดสินใจคว้าข้อมือฉันไว้แน่น คราวนี้เขาไม่ยอมปล่อยให้ฉันถอยหนีอีกต่อไป แรงบีบที่กระชับมั่นสะท้อนความร้อนรุ่มและหวาดหวั่นจากใจคนพูดได้เป็นอย่างดี "ผมไม่ได้ทำอย่างที่มันพูด..."
"ถ้าไม่ได้ทำ... ทำไมคุณถึงไม่เปิดซองนั้นให้ฉันดูซะล่ะคะ?" ฉันเงยหน้าสบตาเขา แววตาแข็งกร้าวแต่รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่พยายามกักเก็บไว้ไม่ให้ไหลออกมา "พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่าคุณไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า..."
ครามชะงัก กรามคมขบเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่คมมองเอกสารสีน้ำตาลนั้นราวกับมันเป็นสิ่งน่ารังเกียจที่สุดในโลก ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอน—แววตาที่คนปากร้ายอย่างเขาไม่ควรจะมีมันด้วยซ้ำ
บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กรณ์ยืนกอดอกรอชมความพังทลายของเราด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ ส่วนฉัน... ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความจริงในอดีตที่ยังมืดบอด กับผู้ชายที่กุมหัวใจฉันไว้ทั้งดวง
ในจังหวะที่มือเรียวของฉันกำลังจะเอื้อมไปหยิบซองเอกสารบนโต๊ะเพื่อพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างชัด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของครามและฉันเย็นเฉียบลงพร้อมกัน...
"หยุดนะพาย... อย่าเปิดมัน ถ้าเธอยังไม่อยากรู้ว่า 'อุบัติเหตุ' เมื่อห้าปีก่อน แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นคนสั่งฆ่าพ่อของฉัน!"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของพายและครามในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 30
ความจริงที่แอบซ่อน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!