แรงกระเพื่อมจากการจู่โจมเมื่อครู่ยังคงทิ้งไออุ่นระอุไว้บนพวงแก้มของพาย รสชาติหวานปนความดื้อรั้นยังติดอยู่ปลายลิ้นของคราม ทว่าบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวที่ควรจะดำเนินต่อไปกลับถูกกระชากให้ขาดวิ่นลงอย่างไม่ใยดี เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นหูที่เธอไม่ได้ยินมานานนับปีดังแทรกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว
"พาย... พี่ขอโทษ พี่รู้ว่าพี่ผิด แต่ฟังพี่อธิบายก่อนได้ไหม"
ร่างบางแข็งทื่อไปในทันที ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากตกจากยอดตึกสูงระฟ้าดิ่งลงสู่พื้นดินโดยไม่มีร่มชูชีพ หัวใจที่เคยเต้นรัวระรัวด้วยจังหวะพิศวาสกลับหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความสำนึกผิดจอมปลอมนั้นคือใคร
พายค่อยๆ ดึงสติกลับมา มือเรียวที่ยังคงแตะอยู่บนริมฝีปากตัวเองรีบตกลงข้างลำตัว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววตื่นตระหนกและขัดเขินแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างขึ้นมาทีละน้อย เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปมองผู้มาใหม่ แรงดึงมหาศาลจากด้านข้างก็ฉุดกระชากให้เธอถอยหลังไปหลบอยู่ด้านหลังแผงอกกว้างของใครบางคนเสียก่อน
ครามขยับตัวบังร่างเล็กของหญิงสาวไว้มิดชิด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย นัยน์ตาสีเข้มที่จ้องมองไปยังผู้บุกรุกวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดระดับ MAX ในตอนแรกถูกยกระดับขึ้นเป็นความเกลียดชังขั้นสุดยอดในเสี้ยววินาที
"ไอ้หน้าตัวเมียตัวไหนอนุญาตให้มึงเดินเข้ามาเหยียบในพื้นที่ของกูไม่ทราบ" น้ำเสียงของครามต่ำทุ้มลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นพิษ
กรณ์ ซึ่งอยู่ในชุดสูททำงานยับย่อยและใบหน้าโทรมสนิทเพราะการตามตื้อมาหลายวัน ชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพความสนิทสนมระหว่างพายกับชายหนุ่มแปลกหน้าที่ดูเหนือกว่าเขาทุกกระเบียดนิ้ว ความหึงหวงและอีโก้ของผู้ชายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที กรณ์พยายามจะก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิมโดยไม่เจียมสังขาร
"พาย... ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมเธอถึงมาอยู่กับมัน หรือว่าที่เธอทิ้งฉันไป ก็เพราะ... อุ๊บ!"
"หุบปากเน่าๆ ของมึงไปซะ ถ้าไม่อยากให้ฟันร่วงหมดปาก" ครามไม่ได้ขยับตัวไปไหนมากไปกว่าการยกมือขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องจะขย้ำเหยื่อ "มึงมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามความเป็นเจ้า ฃเจ้าของจากเธอ ในเมื่อมึงเป็นคนถีบหัวส่งเธอไปเองตั้งแต่แรก หน้าด้านเกินไปหน่อยไหมวะ"
พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอไม่อยากตกเป็นตัวละครในละครน้ำเน่าที่มีผู้ชายสองคนมายืนทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงเธอ ทว่าการที่กรณ์โผล่มาในเวลานี้มันช่างน่าหงุดหงิดเสียเหลือเกิน หญิงสาวตัดสินใจก้าวเท้าพ้นจากเงาแผ่นอกของคราม เดินออกไปเผชิญหน้ากับอดีตคนรักเก่าด้วยแววตานิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์
"พาย..." กรณ์ทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาพร้อมกับยื่นมือทำทีจะคว้าแขนเธอ
"ຢ่าแตะต้องตัวฉัน" พายสะบัดแขนหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถอยหลังเว้นระยะห่าง น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "เราจบกันไปนานแล้วค่ะคุณกรณ์ และคำว่า 'เรา' มันไม่มีอยู่จริงตั้งแต่วันที่คุณเลือกผู้หญิงคนนั้นแล้ว กรุณาให้เกียรติสถานที่และให้เกียรติความฉลาดของตัวเองด้วย ว่าการเดินมาทวงสิทธิ์ในตัวคนที่คุณเคยเขี่ยทิ้ง มันน่าสมเพชขนาดไหน"
คำพูดเจ็บแสบพุ่งตรงเข้าแสกหน้ากรณ์เต็มแรง ใบหน้าของชายหนุ่มชาวาบด้วยความอับอาย ปนกับความเสียดายอย่างสุดซึ้งเมื่อเห็นพายในเวอร์ชันที่เฉิดฉายและทรงพลังกว่าเดิมมาก เธอบนในวันนี้ไม่ใช่เด็กสาวใสซื่อที่คอยวิ่งตามอ้อนวอนขอความรักจากเขาอีกต่อไปแล้ว แต่เธอคือหญิงสาวที่ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงด้วยลำแข้งของตัวเอง และมีผู้ชายที่น่ากลัวระดับพญาเสือคอยยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
"พาย... พี่ขอโทษ พี่สำนึกผิดแล้วจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นมันแค่ชั่วคราว แต่คนที่พี่รักจริงๆ คือพายนะ..." กรณ์ยังคงดื้อดึงที่จะสานต่อบทสนทนาที่น่าสมเพชนี้ พร้อมกับทำสายตาเว้าวอนที่พายเห็นแล้วอยากจะอาเจียนออกมาเป็นก้อนกรวด
"พอเถอะค่ะ ฟังแล้วมันคลื่นไส้" พายตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ดวงตากลมโตฉายแววรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ความรักของคุณมันราคาถูกเกินกว่าที่ฉันจะเก็บมาใส่ใจ ถ้ามาเพื่อพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้ ก็เชิญกลับไปซะ หรือถ้ายังยืนบื้ออยู่ตรงนี้ ฉันจะเป็นคนโทรเรียก รปภ. มาหามคุณออกไปเอง"
ครามที่ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมานิดๆ ความหงุดหงิดเมื่อครู่เบาบางลงไปครึ่งหนึ่งเมื่อได้เห็นความปากเก่งและเด็ดเดี่ยวของหญิงสาว แววตาที่เขามองพายฉายความพึงพอใจและเอ็นดูระคนคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด สมแล้วที่เป็นยายตัวแสบของเขา ไม่มีวันยอมให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่ายๆ จริงๆ
"ได้ยินที่เธอพูดไหมไอ้สวะ" ครามขยับตัวก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพายกับกรณ์อีกครั้ง ร่างสูงใหญ่กดดันให้อีกฝ่ายต้องก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ น้ำเสียงของประธานหนุ่มเยือกเย็นจนน่ากลัว "หรือต้องให้กูช่วยสงเคราะห์พาออกไปข้างนอกด้วยวิธีของกูเอง มึงถึงจะยอมลากสังขารกลับไป?"
กรณ์หน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ เขารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของครามดีในแวดวงธุรกิจ ผู้ชายคนนี้เด็ดขาด ไร้ความปรานี และพร้อมจะบดขยี้คู่แข่งให้จมดินได้ภายในชั่วข้ามคืน การมาหาเรื่องพายในวันนี้กลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
"แก... แกมันก็แค่ผู้ชายหน้าตัวเมียที่คอยแย่งของคนอื่น!" กรณ์พยายามรักษาฟอร์มด้วยการตะโกนสวนกลับด้วยความคับแค้นใจ
ครามหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันแต่มันเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "ของคนอื่นงั้นเหรอ? ของที่มึงทิ้งลงถังขยะไปแล้ว แล้วหมาตัวไหนมันคาบกลับมา ไม่สิ... ของดีขนาดนี้ แต่ตาถั่วปล่อยให้หลุดมือไปเอง สมน้ำหน้ามึงแล้วล่ะกรณ์"
พายเหลียวมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของครามด้วยความรู้สึกแปลกๆ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเปลี่ยนจังหวะไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดแสดงความเป็นเจ้าของที่แสนจะเผด็จการแต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
กรณ์ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน กำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจแต่ทำอะไรไม่ได้เมื่อเจอสายตาพิฆาตของครามจ้องมองมา สุดท้ายความขลาดกลัวก็เอาชนะความอับอาย เขาถอยหลังกูดหนึ่งแล้วหันหลังเดินหนีหายลับไปจากบริเวณนั้นด้วยความทุลักทุเล
เมื่อพื้นที่รอบตัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ความตึงเครียดเมื่อครู่ก็คลี่คลายลง ทว่าบรรยากาศกลับอวลไปด้วยความอึดอัดแบบใหม่ที่พายไม่รู้จะรับมืออย่างไรดี เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าหนี้หน้ามึนและปากร้าย ครามก็หมุนตัวกลับมาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว
ร่างสูงโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานเพื่อเช็กดูว่าเธอสะเทือนใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่บ้างหรือเปล่า น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจึงเจือความหงุดหงิดเจือความเป็นห่วงอย่างชัดเจน
"ทีหลัง... ถ้ามีไอ้ขยะแบบนั้นโผล่มาเห่าใส่หน้าเธออีก บอกฉันคำเดียว เดี๋ยวฉันจัดให้มันไม่ต้องมาให้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย" ครามกระซิบเสียงต่ำชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนพายต้องห่อไหล่ด้วยความจั๊กจี้
"พายจัดการเองได้ค่ะ ไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยสักหน่อย" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวโตที่ถือวิสาสะขยับเข้ามาใกล้เสียจนพื้นที่หายใจแทบไม่มี "อีกอย่าง... คุณมีสิทธิ์อะไรมาทำท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของฉันขนาดนั้นคะ?"
ครามมุมปากกระตุกยิ้มร้าย แววตาพราวระยับขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำถามนั้น นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของหญิงสาวแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับคำพูดกวนประสาทโดยสิ้นเชิง
"สิทธิ์อะไรเหรอ?" ครามทวนคำเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงไปอีกจนริมฝีปากเกือบจะแนบชิดกับใบหูเล็ก "ก็สิทธิ์ของคนที่เพิ่งจะ... จูบเธอไปเมื่อกี้ยังไงล่ะ"
พายหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ความร้อนพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงใบหูเมื่อถูกหยิบยกเรื่องน่าอายนั้นขึ้นมาล้อเลียน มือบางเตรียมจะยกขึ้นหยิกแขนแกร่งสักทีข้อหาปากเสีย แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำตามใจคิด สายตาของครามก็เปลี่ยนจากความหยอกล้อเป็นความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง
นิ้วที่เคยเกลี่ยผมเลื่อนลงมาเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตา นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นลึกล้ำจนพายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงไปในวังวนที่หาทางออกไม่พบ และประโยคถัดมาที่ครามเอ่ยกระซิบเบาๆ ก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกレイงไปชั่วขณะ
"จำไว้... พาย... ต่อไปนี้ ห้ามให้สายตาหรือคำพูดของไอ้เวรนั่นมาทำให้เธอรู้สึกแย่เด็ดขาด... เพราะถ้าเธอยังกล้าเสียน้ำตาให้มันอีกแม้แต่หยดเดียว..." ครามเว้นจังหวะไปนิด นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงจนน่ากลัว "...ฉันจะจูบเธอซ้ำจนกว่าเธอจะลืมชื่อมันไปเลย คอยดู"
หัวใจของพายกระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ ความหวั่นไหวตีรวนขึ้นมาจนช่องอกแน่นอึดอัด เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามจะดึงสติกลับมาต่อปากต่อคำเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย "คุณนี่มัน... เอาแต่ใจตัวเองเป็นบ้าเลยนะคะ!"
"รู้ตัวก็ดีแล้ว" ครามยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ร่างสูงขยับถอยออกห่างเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง ทว่าสายตายังคงจ้องมองเธอไม่วางตา "แล้วก็... เลิกทำหน้าบึ้งได้แล้ว หิวยัง? ฉันจะพาไปหาอะไรอร่อยๆ กิน... ถือเป็นการชดเชยที่วันนี้มีไอ้ตัวน่ารำคาญมาขัดจังหวะเวลาสวีทของเรา"
พายอ้าปากค้างด้วยความหมั่นไส้ "ใครไปสวีทกับคุณไม่ทราบคะ! พูดเองเออเองเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะ!"
"เอ้า ก็เมื่อกี้ใครนะที่เคลิ้มจนเกือบจะ..."
"หยุดพูดเลยนะคะคุณคราม!" พายรีบยกมือขึ้นปิดปากหนาของอีกฝ่ายด้วยความเขินอายจนหน้าดำหน้าแดง ขณะที่คนโดนปิดปากกลับส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับมองเธอด้วยความเอ็นดู
ภาพความสุขและบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวระหว่างทั้งคู่กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า... ที่มุมตึกฝั่งตรงข้ามลานจอดรถ มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแค้นเคือง
นิ้วเรียวที่ถือโทรศัพท์มือถืออยู่กดบันทึกภาพหน้าจอของครามและพายที่กำลังยืนหยอกล้อกันอย่างสนิทสนมเก็บไว้ ก่อนที่มุมปากเคลือบทาลิปสติกสีแดงสดจะยกยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว พร้อมกับนิ้วเรียวที่กดโทรออกหาใครบางคนด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นแผนการร้ายเอาไว้เบื้องหลัง
..."ในเมื่อคุณกล้าทิ้งฉันไปหาผู้หญิงหน้าจืดคนนั้น... คราม... คุณจะต้องเสียใจที่ทำให้ฉันต้องกลายเป็นตัวตลกแบบนี้"...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนนิยายเรื่องนี้เสมอนะคะ
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 13
เสียงเรียกเข้าที่ทำให้ชะงัก
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!