แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของพายถูกเปิดผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงกระดาษพลิกดังกรอบแกรบราวกับจะประท้วงความเร่งรีบของเจ้าของ แต่หญิงสาวหาได้ใส่ใจไม่ สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขและข้อความสรุปยอดโปรเจกต์ด้วยความนิ่งสนิท ราวกับว่าโลกทั้งใบในห้องทำงานแอร์เย็นฉ่ำแห่งนี้ มีเพียงเธอกับงานตรงหน้าเท่านั้น
ผิดกับใครบางคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร...
"คุณพาย..."
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเอ่ยด้วยถ้อยคำกวนประสาทหรือคำสั่งแกมบังคับดังขึ้นแผ่วเบา ทว่าไร้ซึ่งการตอบรับ ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีครีมยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเบื้องหน้าของเธอคืออากาศธาตุ ไม่ใช่ประธานกรรมการบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่พนักงานทั้งตึกต่างพากันเกรงกลัว
ครามขมวดคิ้วแน่น สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก นี่มันเป็นวันที่สามแล้วที่พายใช้มาตรการ "ความเงียบ" ลงทัณฑ์เขา หญิงสาวเลิกต่อปากต่อคำ เลิกมองตา เลิกทำเสียงจิ๊ปากใส่เวลาเขาหาเรื่องกวนใจ และที่สำคัญที่สุด... เธอเลิกสนใจเขาอย่างสิ้นเชิง!
ปกติแล้ว ต่อให้เขาจะปากร้ายใส่แค่ไหน ยัยตัวแสบคนนี้ก็มักจะมีคำพูดเจ็บๆ คมๆ มาสวนกลับให้เขาได้ลับฝีปากด้วยเสมอ หรือไม่ก็ค้อนวงใหญ่ใส่ด้วยความหมั่นไส้ แต่นี่อะไรกัน... ความเฉยเมยที่อีกฝ่ายมอบให้มันช่างเยียบเย็นและบาดลึกเสียยิ่งกว่าคำด่าทอเสียอีก
"ผมเรียกคุณไม่ได้ยินหรือไง พาย" ครามตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ แรงกดดันจากตัวตนของเขากระจายอยู่รอบตัว แต่น่าแปลกที่พายยังคงไม่เงยหน้าขึ้นมามอง เธอเพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปากกระจับสีพีชเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้คลื่นอารมณ์
"มีงานด่วนอะไรคะท่านประธาน ถ้าไม่ใช่เรื่องโปรเจกต์ใหม่ ฉันขอตัวไปเคลียร์เอกสารต่อนะคะ พอดีมือไม่ว่างค่ะ"
มือไม่ว่างเหรอ? เธอกำลังนั่งจิบกาแฟอุ่นๆ ต่างหาก!
ครามรู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟมาสุมอยู่ในอก ดวงตาคมกริบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ตั้งใจเมินเขาอย่างจงใจ ความร้อนรุ่มที่ตีตื้นขึ้นมาทำให้เขาเผลอใช้น้ำเสียงแข็งกระด้างกลบเกลื่อนความว้าวุ่นในใจ
"นี่คุณกล้าเมินผมเหรอ? ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นเจ้านาย"
พายค่อยๆ วางแก้วกาแฟลงบนจานรองช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นช่างบาดหูคนรอฟังคำตอบ เธอยอมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปากช่างดูห่างเหินและสุภาพจนเกินงาม จนคนมองรู้สึกเจ็บแปลบในอก
"ดิฉันไม่เคยลืมค่ะท่านประธาน แต่ดิฉันคิดว่าเวลาในเวลางานควรใช้เพื่อการทำงาน ไม่ใช่มานั่งฟังคนว่างงานบ่นพึมพำไม่มีสาระ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญค่ะ..." พายผายมือไปยังประตูทางออกอย่างนิ่มนวล แต่ทุกกิริยามันช่างเยקטยวนกวนประสาทในสายตาของคนฟังเสียเหลือเกิน
ครามแค่น้ำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเธอมากขึ้น ใช้มือหนา
ยันขอบโต๊ะไว้ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อบังคับให้เธอต้องมองเขา ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไร้ความหวาดหวั่นใดๆ เหมือนเช่นเคย
"เป็นอะไร ทำไมช่วงนี้ถึงทำตัวแปลกๆ หงุดหงิดอะไรผมนักหนา หรือว่า..." ครามหรี่ตาลง คาดเดาอย่างถือดี "น้อยใจที่ผมไม่ได้พาไปงานเลี้ยงวันก่อน?"
พายหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่สั้นและไร้ความขบขันโดยสิ้นเชิง เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาปนสมเพชเล็กน้อย ทำเอาคนมั่นใจถึงกับชะงัก
"น้อยใจเหรอคะ? ท่านประธานเอาสมองส่วนไหนคิดคะเนี่ย ฉันจะไปน้อยใจคุณเรื่องอะไร ชีวิตฉันมีค่าพอที่จะไม่เอาเวลาไปใส่ใจเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอกค่ะ หลีกทางด้วยค่ะ ขวางทางเดิน"
คำพูดที่เชือดเฉือนโดยไม่ต้องใช้มีดทำเอาครามหน้าชาไปวูบหนึ่ง หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรัวเร็วกด้วยความร้อนรน เขาไม่คุ้นชินกับการถูกปฏิเสธ ไม่คุ้นชินกับการที่พายไม่แยแส และที่สำคัญ... เขาเกลียดสายตาว่างเปล่าคู่นั้นของเธอที่สุด!
ปรกติแล้วต่อให้ปากจะร้ายใจจะแข็งแค่ไหน แต่ลึกๆ เขาก็เสพติดรอยยิ้มกวนๆ และเสียงเถียงฉอดๆ ของเธอไปเสียแล้ว การไม่มีเสียงบ่น ไม่มีสายตาค้อนขวิด มันทำให้คราชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมรู้สึกเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
"พาย..." น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว มือหนาที่ยันโต๊ะอยู่เลื่อนมาจับขอบเก้าอี้หมุนของเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอขยับหนีไปไหน "พูดกันดีๆ ทำไมต้องทำเป็นไม่รู้จักกันขนาดนี้ด้วย ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจนักหนา บอกมาสิ"
พายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่เขาอย่างเปิดเผย ไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป
"คนที่ต้องถามคำถามนี้ควรเป็นฉันมากกว่านะคะคุณคราม คุณทำตัวของคุณเองแท้ๆ ยังจะมาโทษคนอื่นอีกเหรอคะ ปากร้าย ใจดำ ชอบพูดจาทำร้ายความรู้สึกคนอื่น คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ใครเขาจะทนไหวล่ะคะ"
"แล้วทำไมคุณต้องแคร์ด้วยล่ะ!" ครามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหลุดอาการร้อนรนอย่างปิดไม่มิด "ในเมื่อผมก็เป็นผู้ชายปากเสียแบบนี้ที่คุณด่าอยู่ทุกวัน แล้วทำไมจู่ๆ ถึง..."
"เพราะฉันเหนื่อยค่ะ!" พายโพรงขึ้นมาบ้าง เสียงใสๆ ที่มักจะราบเรียบมาตลอดสามวันกลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น เธอลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง เผชิญหน้ากับเขาในระยะประชิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยปะทะจมูก "ฉันเหนื่อยที่จะต้องคอยมารรับอารมณ์บ้าๆ ของคุณ เหนื่อยที่จะต้องมานั่งเดาว่าคำพูดใจร้ายพวกนั้นของคุณอันไหนจริงอันไหนโกหก เหนื่อยที่จะต้องรู้สึก... เจ็บ เวลาที่คุณทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากปากของพาย พร้อมกับดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีประกายระเรื่อขึ้นมาวับวาม หญิงสาวเม้มปากแน่น รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอ่อนแอที่เผลอหลุดรอดออกไป
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มนาฬิกายังฟังดูดังชัดเจน
ครามยืนนิ่งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความกระวนกระวายที่สุมอยู่ในอกเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตระหนักรู้ที่รุนแรง คำพูดของพายเมื่อครู่... มันไม่ได้หมายความแค่ความโกรธ แต่มันคือการสารภาพทางอ้อมว่าเธอกำลังแคร์เขา มากเกินกว่าที่เธอควรจะแคร์ด้วยซ้ำ!
ไอ้คนปากร้ายที่มั่นใจในตัวเองมาตลอดอย่างคราม ถึงกับไปไม่เป็น สมองที่เคยเฉียบคมในการเจรจาธุรกิจกลับขาวโพลน คิดหาคำพูดไม่ออกสักคำ ร่างสูงก้าวเข้าไปหาเธอโดยสัญชาตญาณ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าแขนเรียวไว้ แต่พายกลับถอยหลังหนีหนึ่งก้าวพร้อมกับยกมือขึ้นห้าม
"อย่าเข้ามาค่ะ..." น้ำเสียงของเธอเบาหวิวแต่เด็ดเดี่ยว "ในเมื่อเราต่างคนต่างอยู่มันน่าจะดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอคะ อย่างที่คุณเคยพูดไว้... เราไม่ได้เป็นอะไรกัน"
คำพูดที่เขาเคยใช้ทำร้ายเธอเมื่อหลายวันก่อน ถูกย้อนกลับมาเชือดเฉือนหัวใจของเขาในวันนี้ สาสมและเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
ครามรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เขาก้าวเข้าไปอีกก้าวอย่างไร้ความลังเล คราวนี้มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะทันได้หันหลังเดินหนี แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยความสั่นเทาและความหวาดกลัวบางอย่างที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
"ปล่อยนะคะ!" พายพยายามสะบัดข้อมือหนี แต่ครามกลับกระชับมือแน่นขึ้น ยอมออกแรงดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับลาดไหล่บอบบาง
"ไม่ปล่อย..." ครามก้มลงกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาทุ้มพร่าและสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด "ใครบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน... ใครเป็นคนพูดเรื่องงี่แบบนั้น"
"ก็คุณ..."
"ผมมันปากหมา!" ครามสวนกลับทันควันอย่างไม่อายปาก ยอมรับความผิดแบบหมดรูปต่อหน้าผู้หญิงคนนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต "ผมมันปากเสีย ทำเป็นเก่ง ทำเป็นพูดจาใจร้ายใส่คุณ ทั้งที่ความจริง..."
ชายหนุ่มหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองสบตาเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตกใจอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายวันทะลักล้นออกมาจนหมดสิ้น
"...ทั้งที่ความจริงแล้ว ผมแทบคลั่งตายอยู่แล้วตอนที่คุณทำเป็นเมินใส่ผมแบบนี้!"
พายเบิกตากว้าง สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความร้อนรนและแววตาเว้าวอนที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายอย่าง "คราม"
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เงียบงัดลงอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยกระแสความร้อนระอุและแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงรั้งหัวใจทั้งสองดวงให้เข้ามาใกล้กันทีละนิด ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกันและกัน
หัวใจของพายเต้นระรัวราวกับกลองเพล ขณะที่ครามกำลังจะโน้มใบหน้าลงมาเพื่อปิดกั้นริมฝีปากที่เอาแต่ต่อปากต่อคำเขาด้วยวิธีของตนเอง...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนดราม่าอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาต
"ท่านประธานคะ เอกสารอนุมัติโปรเจกต์ใหม่... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย"
ร่างของเลขาหน้าห้องที่ยืนถือแฟ้มค้างอยู่ตรงธรณีประตู ทำให้พายรีบผลอกตัวออกจากอ้อมกอดของครามหน้าตาตื่น ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความเขินอาย ส่วนคราม... หน้าบึ้งตึงสนิท ดวงตากำลังลุกเป็นไฟด้วยความหัวเสียที่ถูกมารผจญขัดจังหวะชีวิตรักในวินาทีสำคัญเข้าอย่างจัง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
(ไวโอเล็ตการ์เด้น)
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 32
คนปากร้ายเริ่มอยู่ไม่สุข
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!