"ถ้าคุณเอาไอ้กล่องกำมะหยี่สีแดงนี่มาวางขวางทางเดินอีกรอบ ฉันจะเอาไปบริจาคให้มูลนิธิคนไร้บ้านจริงๆ ด้วยนะคะ คุณคราม"
น้ำเสียงใสระคนหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่พายก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว แล้วพบว่าบนเก้าอี้ทำงานตัวโปรดของเธอกำลังถูกครอบครองโดยกล่องของขวัญขนาดกะทัดรัด ผูกโบสีเงินเงางาม แต่มันช่างขัดตาขัดใจคนเพิ่งกลับมาจากประชุมโปรเจกต์เดือดเสียเหลือเกิน
ร่างสูงพรีเมียมของครามขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟาหนังแท้ด้วยท่าทางเย่อหยิ่งตามเคย ใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเจ้าลำเอียงปั้นแต่งขึ้นมาประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววกวนประสาทเต็มพิกัด เขาสอดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงสแล็คราคาแพง กวาดสายตาคมกริบมองหญิงสาวที่กำลังยืนกอดอกจ้องหน้าเขาเขม็ง
"บริจาค? ลองดูสิครับ... ของแบบนั้นนอกจากผมแล้ว ก็ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่มีปัญญาหามาง้อคนปากเก่งอย่างคุณได้อีกหรอก" ครามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยعหยันนิดๆ ตามนิสัยปากเสียที่แก้ไม่หาย
พายแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาววับด้วยความหมั่นไส้ เธอเดินดุ่มๆ เข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ยกมือขึ้นกอดอกแน่นกว่าเดิม "ง้อเหรอคะ? ใครบอกว่าคุณกำลังง้อฉัน? วิธีง้อของประธานบริษัทมูลค่าเป็นหมื่นล้าน คือการเอาของมาวางเกะกะแล้วทำหน้ากวนประสาทใส่เนี่ยนะ ตลกแล้วค่ะคุณคราม"
"ปากดีไม่เปลี่ยน..." ครามพึมพำลอดไรฟัน ดวงตาคมปลาบไหววับชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย เขาก้าวขายาวๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนพายต้องผถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห
"ถอยไปเลยนะคะ จะมาประชิดตัวแบบนี้ไม่ได้ เราเคลียร์กันไม่จบนะ" พายยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะสะท้าน หนريقกลับก้มตัวลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น
"ถ้าไม่ให้ประชิด แล้วจะให้ทำยังไงล่ะครับ... หึ เมื่อวานใครกันนะที่งอนจนไม่ยอมรับโทรศัพท์ผม ตั้งสามชั่วโมงสี่สิบห้านาที รู้ไหมว่ามือถือผมแทบจะระเบิดเพราะต้องกดโทรหาคุณซ้ำๆ" ครามเอ่ยตัดพ้อออกมาหน้าตาเฉย แม้คำพูดจะดูเหมือนต่อว่า แต่แววตาที่มองมากลับพราวระยับไปด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด
"ก็คุณมันน่าโมโหนี่คะ! มาว่าโปรเจกต์ที่ฉันตั้งใจทำเป็นเดือนว่า 'เด็กอนุบาลเล่นขายของ' ใครมันจะไปทนฟังไหวล่ะ" พายตอกกลับเสียงแข็ง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนเขินอายที่ถูกจี้จุด
ครามถอนหายใจเบาๆ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือสัมผัสที่แผ่วเบาและอบอุ่นนั้นทำเอาพายชะงักกึก ลืมหายใจไปชั่วขณะ
"ผมไม่ได้หมายความว่าผลงานคุณเป็นเด็กอนุบาล... ผมแค่หงุดหงิดที่เวลาคุณทุ่มเทให้งาน แล้วคุณลืมสนใจผมต่างหากล่ะครับ ยัยตัวแสบ" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงในประโยคหลัง ดวงตาคมลุ่มลึกจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาเมื่อครู่
พายเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็งอย่างคราม สมองประมวลผลไม่ทันเมื่อจู่ๆ ประธานหนุ่มจอมเผด็จการก็ยอมจำนนด้วยเหตุผลที่งี่เง่าที่สุดในสามโลก
"นี่คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงคู่นั้น แต่คงามกลับใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอให้หันกลับมาสบตาตรงๆ
"เปิดดูซะสิครับ ของขวัญที่อุตส่าห์ไปเลือกด้วยตัวเอง... ถึงรสนิยมคนให้จะแย่ในสายตาคุณ แต่รับรองว่าข้างในถูกใจคุณแน่นอน" ครามพยักเพยิดไปทางกล่องกำมะหยี่สีแดงบนโต๊ะ
พายลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องใบนั้นมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง
ภายในกล่องบุด้วยผ้าไหมสีดำสนิท วางเด่นอยู่คือสร้อยคอทองคำขาวดีไซน์เรียบหรู จี้เพชรเม็ดเล็กรูปทรงหยดน้ำที่เล่นกับแสงไฟในห้องจนประกายระยิบระยับบาดตา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้พายอึ้ง สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้จี้เพชรคือการสลักตัวอักษรย่อเล็กๆ ว่า *P & K* อย่างประณีต
"ชอบไหมครับ?" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู จนพายรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ข้างแก้ม ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
"ก็... สวยดีค่ะ" พายยอมรับตามตรง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันลายหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก
ครามยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขายื่นมือเข้ามาหยิบสร้อยออกจากกล่อง "หันหลังสิครับ ผมใส่ให้"
พายยอมหันหลังให้อย่างว่าง่าย ปล่อยให้ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังชนกับอกแกร่ง อ้อมแขนแข็งแรงโอบล้อมรอบเอวบางเพื่อรวบผมยาวสลวยไปไว้ด้านข้าง ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาสัมผัสกับผิวเนื้อบริเวณท้ายทอยจนพายต้องหลับตาลงซึมซับความอบอุ่นนั้น
ระหว่างที่ครามกำลังบรรจงเกี่ยวตะขอสร้อยให้ ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"พี่ครามคะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องประชุมใหญ่..."
เสียงหวานแหลมของ 'มีน' เลขาคนใหม่พุ่งทะลุเข้ามาในห้อง พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาอย่างลนลาน แต่แล้วฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อภาพตรงหน้าคือท่านประธานหนุ่มผู้เยือกเย็น กำลังยืนกอดเอวและโน้มตัวชิดใกล้กับพายในบรรยากาศที่ชวนเข้าใจผิดสุดๆ
พายลืมตาโพลง รีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของครามทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายปนตกใจ
ส่วนคราม... ใบหน้าหล่อเหลากลับบึ้งตึงลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเฉียบพลัน เขาดึงสร้อยคอในมือเก็บใส่กล่องเสียงดังปังด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ
"ใครอนุญาตให้เข้ามาโดยไม่เคาะประตู... มีน?" ครามเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาคมกริบดุจใบมีดกวาดมองเลขาตนเองด้วยความโกรธเกรี้ยวจนหญิงสาวอีกคนหน้าซีดเผือด
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ รักค่ะ!
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 33
ง้อแบบฉบับท่านประธาน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!