ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางของประธานกรรมการบริหารประหนึ่งถูกแช่แข็งไว้ด้วยอุณหภูมิ ติดลบ แววตาคมกริบดุจใบมีดของครามยังคงจดจ้องร่างของมีน เลขานุการสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตู เธอหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือดเมื่อเผชิญหน้ากับความเกรี้ยวกราดที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง
"ฉันถามว่า... ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตู!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเยียบเย็นจนน่ากลัว ครามไม่ได้ตะโกน แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้มีนเข่าแทบทรุด
"เอ่อ... คือมีน... มีนแค่นำเอกสารด่วนมาให้ท่านประธานค่ะ พอดีเห็นว่าประตูไม่ได้ล็อกสนิท..." มีนละล่ำละลักแก้ตัว เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"ออกไป!" ครามตวาดกร้าวเพียงคำเดียว แต่นั่นก็มากเกินพอที่จะทำให้เลขาฯ สาวรีบหันหลังกลับแล้วพุ่งตัวออกไปจากห้องแทบไม่ทัน ประตูบานใหญ่ปิดลงพร้อมกับแรงปะทะทางอารมณ์ที่ยังคงค้างคาอยู่ในอากาศ
พายที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาเรียบนิ่ง เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เรียกว่ารอยยิ้มเยาะ แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกปั่นป่วนอย่างประหลาด ความโกรธขึงที่ครามแสดงออกเมื่อครู่... มันไม่ใช่แค่เรื่องมารยาทในการทำงาน แต่มันคือความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนในเวลาที่เขากำลังเผชิญหน้ากับเธอต่างหาก
หญิงสาวเบนสายตาหนีความกดดันจากนัยน์ตาคู่คมที่หันกลับมามองเธอทันทีที่ห้องว่างเปล่า เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ดูท่าทางเลขาฯ ของคุณจะใส่ใจคุณเกินหน้าที่ไปหน่อยนะคะ... หรือว่าฉันควรจะหลีกทางให้พวกเขาสวีทกันตามประสาเจ้านายกับลูกน้องดีล่ะ?" ประโยคประชดประชันหลุดจากริมฝีปากบางโดยอัตโนมัติ เป็นกลไกป้องกันตัวที่เธอใช้มาตลอดเมื่อรู้สึกว่าหัวใจตัวเองกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับสถานการณ์
ครามขบกรามแน่น สันจَرนของเขาปูดนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ขายาวก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนหยิ่งทะนงอยู่ไม่ไกล รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนพายต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานเสียแล้ว
"ปากเก่งนักนะพาย" ครามโน้มตัวลงมา กักขังร่างบางไว้ระหว่างวงแขนแกร่งและขอบโต๊ะ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "เธอคิดจริงๆ หรือว่าฉันจะสนใจผู้หญิงคนอื่นนอกจากเธอ?"
"ปล่อยนะคะ!" พายดันอกแกร่งเอาไว้ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้จนเกินไป ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดป่านอยู่ข้างแก้ม "คุณจะทำอะไรก็เชิญตามสบายเถอะค่ะ จะเลขาฯ หรือใครหน้าไหนก็เรื่องของคุณ ไม่เห็นต้องมาอธิบายให้ฉันฟังเลย เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!"
ประโยคตัดพ้อที่เจือความน้อยใจเล็กๆ หลุดลอดออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ยั้งคิด พายเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อรู้ตัวว่าเผลอแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นเข้าแล้ว เธอเกลียดตัวเองเหลือเกินที่มักจะพ่ายแพ้ให้กับความใกล้ชิดของผู้ชายคนนี้เสมอ
ครามชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันอ่อนแสงลงทันทีเมื่อเห็นร่องรอยความสั่นไหวในแววตาของหญิงสาว ปากที่มักจะร้ายกาจพ่นคำพูดกวนประสาทบัดนี้กลับเม้มเข้าหากันสนิท ความซึนเดระที่ครอบงำเขามาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที เมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาเคลือบหน่วยตาคู่สวยของคนตรงหน้า
พายพยายามกะพริบตาเพื่อไล่มันกลับไป เธอจะไม่ร้องไห้เด็ดขาด เธอคือนักศึกษาจบใหม่ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร จะมาอ่อนแอให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้เห็นไม่ได้เป็นอันขาด แต่ทว่า... ความกดดันสะสมตั้งแต่เรื่องข่าวลือ บรรยากาศรอบตัว และความรู้สึกอึดอัดในใจมันกลับประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน จนหยดน้ำตาเม็ดโตไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนเงียบๆ
ภาพที่พายร้องไห้เงียบๆ โดยไม่ส่งเสียงสะอื้นแม้แต่น้อย กลับสร้างความเจ็บปวดแปลบในอกของครามยิ่งกว่าการโดนต่อยเข้าที่ท้องเสียอีก
"พาย..."
น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันทีอย่างไร้รอยต่อ ครามไม่ลังเลที่จะเอื้อมมือไปคว้าตัวร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด พายพยายามขัดขืนและทุบอกเขาเบาๆ เป็นการประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดนั้นมีหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ได้ ในที่สุด เธอก็ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้ความเปราะบางทั้งหมดพรั่งพรูออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ถูกกลืนหายไปกับเนื้อผ้าสูทราคาแพง
ครามกอดเธอไว้แน่น วงแขนแข็งแรงโอบกระชับร่างสั่นเทาของหญิงสาวเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยแผ่วเบา ราวกับต้องการปลอบประโลมและถ่ายทอดความอบอุ่นทั้งหมดที่มีให้เธอรับรู้ จมูกโด่งคมฝังลงกับขมับบางสูดดมความหอมกรุ่นเพื่อสงบสติอารมณ์ของตนเอง
"ฉันขอโทษ..." เขากระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างหู เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่เต็มอก "ฉันจัดการเรื่องพวกนี้ไม่ดีเอง... ทำให้เธอต้องคิดมากและเสียใจ"
"ฮึก... คุณมันบ้า..." พายสะอื้นฮัก มือบางขยุ้มเสื้อสูทของเขาแน่นจนยับยู่ยี่ "คุณชอบทำให้ฉันโมโห... ชอบพูดจาแย่ๆ... แล้วก็ทำเหมือนไม่แคร์อะไรเลย..."
"ฉันแคร์..." ครามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่นจนพายต้องชะงักสะอื้น "ฉันแคร์เธอมากกว่าใครทั้งหมด พาย... เชื่อใจฉันนะ"
คำว่า 'เชื่อใจ' ลอยวนอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงาน พายเงยหน้าขึ้นจากลาดไหล่กว้าง ดวงตากลมโตแดงก่ำและชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ระยะห่างระหว่างลมหายใจแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แววตาของครามในยามนี้ไม่มีความเจ้าเล่ห์หรือความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงใจและความคลั่งรักที่ฉายชัดออกมาจนหัวใจของเธอกระตุกวูบ
ครามโน้มใบหน้าลงมาอย่างช้าๆ นิ้วเรียวเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนของเธออย่างเบามือที่สุด ราวกับเธอบอบบางยิ่งกว่าแก้วเจียระไน ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้เรียวปากอิ่มที่ยังคงสั่นระริก...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาต พายสะดุ้งสุดตัวรีบผละออกจากอ้อมกอดของครามทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่ครามตวัดสายตาดุดันกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความโกรธเกรี้ยวเป็นเท่าทวีคูณ
ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ บนใบหน้า ก่อนที่เขาจะชะงักเมื่อเห็นสภาพอันน่าตระหนกของคนทั้งคู่
"เอ่อ... ขอโทษทีครับคุณพี่... พอดีผมมีเรื่องด่วน..."
——-
ติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 35 "ความลับที่ถูกเปิดเผย" นะคะ
*ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาสนับสนุน อ่าน กดใจ และคอมเมนต์ให้กำลังใจ "ไวโอเล็ตการ์เด้น" เสมอนะคะ เลิฟยูค่ะ!*
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 34
น้ำตากับคำสัญญา
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!