"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองตากแห้งอยู่ตรงนั้น ฉันเกรงว่าเอกสารงบประมาณฉบับนี้จะกลายเป็นกระดาษห่อปลาเค็มไปเสียก่อนนะคะ คุณคราม"
เสียงใสแต่แฝงความกวนประสาทของพายดังขึ้น ท่าاصยันตัวพิงพนักเก้าอี้ทำงานอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายชัดเจน แม้ว่าเบื้องหน้าเธอจะเป็นโต๊ะทำงานของผู้บริหารระดับสูงแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน และเจ้าของฉายา 'ท่านประธานปากปีจอ' ที่พนักงานทั้งตึกต่างพากันก้มหัวให้ด้วยความหวาดกลัว
ครามเงยหน้าขึ้นจากกองแฟ้มเอกสารหนาเตอะ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เขาไม่ได้โกรธอย่างที่พายคาดการณ์ไว้ ทว่าริมฝีปากหยักลึกกลับกระตุกยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างน่าหมั่นไส้
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนนะคะ คุณพาย... หวังว่าฝีมือการทำงานจะเฉียบคมเท่าคำพูด ไม่ใช่ดีแต่เถียงฉอดๆ เหมือนนกขุนทองตกมัน"
"นกขุนทองตัวนี้กินเงินเดือนสุจริต ไม่ได้กินแกลบและไม่ได้กินพริกขี้หนูเป็นอาหารเหมือนใครบางคนนะคะ ถึงได้ปากจัดเป็นเอกลักษณ์ขนาดนี้" พายลอยหน้าลอยตาตอบกลับทันควัน ไม่มีทางที่เธอจะยอมก้มหัวให้ผู้ชายเผด็จการคนนี้เด็ดขาด ต่อให้เขาจะหล่อเหลาจนใจสั่นระรัวแค่ไหนยามที่แสงไฟนีออนตกกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันคมนั้นก็ตาม
ครามแค่นเสียง ‘หึ’ ในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองหญิงสาวตรงหน้า ยัยตัวแสบคนนี้ช่างสรรหาคำมาต่อปากต่อคำกับเขาไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งที่ความจริงแล้ว... ในเอกสารรายงานการประเมินผลงานย้อนหลังสามเดือน เธอกลับทำคะแนนได้สูงที่สุดในบรรดาพนักงานเข้าใหม่ทั้งหมด แถมยังแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในโปรเจกต์ใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อนได้อย่างไร้ที่ติ
แต่มีหรือที่คนอย่างครามจะยอมชมออกมาตรงๆ ปากร้ายขวานผ่าซากมันฝังอยู่ใน DNA ของเขาไปเสียแล้ว ยิ่งเห็นท่าทางเชิดรั้นนั่น เขายิ่งอยากแกล้งให้เธอโมโหจนหน้าดำหน้าแดงเล่น
"ถ้าว่างมากนัก ก็เอาแฟ้มนี้ไปคัดแยกหมวดหมู่ใหม่ซะ เอาแบบที่เด็กอนุบาลอ่านแล้วเข้าใจ ไม่ใช่ใช้สมองอันน้อยนิดคิดวิเคราะห์จนตรรกะพังพินาศแบบนี้" ครามโยนแฟ้มเอกสารอีกเล่มลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วกว่าปกติยามที่กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก
พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธออยากจะเอาแฟ้มนั้นปาใส่หน้าหล่อๆ ของคนตรงหน้านัก แต่เพราะศักดิ์ศรีค้ำคอและสัญญาจ้างงานที่เป็นเดิมพัน เธอจึงทำได้แค่ส่งยิ้มหวานหยดแบบเคลือบยาพิษให้
"รับทราบค่ะ ท่านประธานผู้แสนจะน่ารัก... น่ารักจนอยากเอาสากกะเบือฟาดหน้าสักทีสองที" ประโยหลังเธอพึมพำเบาๆ ใต้ลมหายใจ
"เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?" ครามเงยหน้าขึ้นทันที หรี่ตามองด้วยความสงสัย
"เปล่าค่ะ! ฉันบอกว่าซาบซึ้งในความกรุณาของคุณครามต่างหากล่ะคะ งั้นขอตัวไปทำงาน 'อนุบาล' ของฉันก่อนนะคะ!" พายกระแทกเสียงประชดประชัน คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วหมุนตัวเดินจ้ำอ้าwออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวทันที ปล่อยให้ชายหนุ่มนั่งมองตามแผ่นหลังบางด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัว
เวลาล่วงเลยจนกระทั่งนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า แสงไฟในสำนักงานใหญ่ดับลงเกือบหมดเหลือเพียงแสงไฟสีสลัวจากโต๊ะทำงานด้านนอก พายยังคงนั่งง่วนอยู่กับการตรวจสอบตัวเลขบัญชีรอบสุดท้ายเพื่อเตรียมส่งมอบในวันพรุ่งนี้ ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินเปลือกตาจนเธอต้องยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ
ทว่า ทันใดนั้น เสื้อแจ็คเก็ตเนื้อดีและมีกลิ่นอายน้ำหอมคุ้นจมูกของผู้ชายก็ถูกคลุมลงบนไหล่บอบบางอย่างไร้ซุ่มเสียง พายสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ
ครามยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าของเขาเรียบสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้มเยาะหยันเช่นเคย แววตาคู่คมที่ทอดมองมากลับมีความอ่อนโยนระคนดุอยู่ลึกๆ อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในเวลางาน
"ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน คิดจะนอนกินเงินเดือนค่าโอทีบริษัทผมจนล้มละลายหรือไงคะ" น้ำเสียงของเขาแม้จะยังติดสำเนียงกระแทกกระทั้น แต่มันกลับนุ่มนวลกว่าปกติจนน่าประหลาด
พายชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวราวกับกลองเพล เธอมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน แววตาของเขาไม่ได้มองที่ตัวเลขในจอคอมพิวเตอร์ แต่มันกำลังมองที่ขอบตาคล้ำๆ ของเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนไว้ภายใต้ความปากแข็ง
"ฉันจะกลับกี่โมงมันก็เรื่องของฉันค่ะ... อีกอย่าง ฉันไม่ได้อยากให้คุณมาทำดีด้วยหรอกนะ" พายพยายามปรับน้ำเสียงให้แข็งกระด้างเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อโดยธรรมชาติกลับทรยศเธอสิ้นเชิง
ครามไม่ตอบคำเขาเพียงแค่โน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนจนพายแทบหยุดหายใจ ดวงตาสีนิลคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สะกดให้เธอแข็งค้างราวกับถูกมนต์สะกด
"ปากเก่งให้มันตลอดเถอะค่ะ... ยัยตัวแสบ" ครามกระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าชิดริมหู น้ำเสียงนั้นไม่มีเค้าลางของความเกรี้ยวกราด มีเพียงความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้จนล้นปรี่
ก่อนที่พายจะได้ทันอ้าปากเถียงหรือผลักไสอกแกร่งนั้นออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออกดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับ ท่านประธาน... กับคุณพาย?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นะคะ นิยายเรื่องนี้ยังมีมุมฟินๆ ชวนจิกหมอนอีกเพียบ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 5
แอบมองคนปากเสีย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!