“ถ้ามีความสามารถแค่นี้... อย่าหวังเลยค่ะว่าจะยืนหยัดในวงการนี้ได้ ร้ายที่สุดคือการเอา ‘ตัวเข้าแลก’ เพื่อให้ได้โปรเจกต์มาครอบครอง... น่าสมเพชจริงๆ นะคะว่าไหม”
เสียงวิจารณ์เสียดสีที่กระหน่ำซัดเข้ามาดั่งคลื่นพายุกลางมรสุม ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกอยากก้มหัวยอมจำนนแม้แต่น้อย พายยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแฟลชกล้องและไมโครโฟนจากบรรดาสื่อมวลชนที่กรูเข้ามาล้อมกรอบ รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากของนักข่าวสายบันเทิงและคอลัมนิสต์ชื่อดังคนนั้น ปรากฏชัดเจนราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
คำกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการใช้เตียงแลกงานถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างแนบเนียน จนกระแสในโลกออนไลน์ตอนนี้พากันติดแฮชแท็กประณามเธออย่างบ้าคลั่ง
พายกวาดตามองหน้าผู้สื่อข่าวแต่ละคนที่จ่อไมค์เข้ามาใกล้เกินความจำเป็น ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววท้าทายกรุ่นโกรธแต่นิ่งสงบ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน แต่แทนที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาให้พวกไฮยีน่าพวกนี้สมเพช พายกลับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มเย็นเยียบที่ทำเอาคนตั้งคำถามถึงกับชะงัก
“ค่ะ... ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์ที่ ‘กลั่นกรอง’ มาเป็นอย่างดีนะคะ” พายเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากังวานชัดเจนจนแทบไม่มีใครกล้าขัดจังหวะ “แต่ก่อนจะตัดสินว่าใครน่าสมเพช ช่วยกรุณาใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิดนะคะว่าหลักฐานที่ถืออยู่ในมือ มันมาจากเอกสารจริง หรือเป็นแค่เศษกระดาษที่คนไร้ความสามารถปั้นน้ำเป็นตัวขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตกันแน่... อ้อ แล้วก็ถ้าคิดจะใส่ร้ายคนอื่นทั้งที รบกวนหาข้อมูลให้เนียนกว่านี้หน่อยนะคะ หน้าตาดูการศึกษาสูงแท้ๆ แต่ทำตัวเหมือนนกแก้วตื่นตูมไปได้”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กสาวจบใหม่ที่กำลังตกเป็นจำเลยสังคมจะกล้าตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนไม่ไว้หน้าใครแบบนี้ แววตาของพายไม่มีความหวาดกลัวเจือปนเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและพยศยิ่งกว่าแมวป่า
ทว่า ก่อนที่วงล้อมนักข่าวจะทันได้รุมทึ้งเธอด้วยคำถามระลอกใหม่ บรรยากาศโดยรอบก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิในห้องโถงแถลงข่าวลดฮวบราวกับเปิดเครื่องปรับอากาศติดลบสิบองศา เสียงพูดคุยที่เคยเซ็งแซ่ค่อยๆ เงียบเสียงลงทีละน้อย เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาแทรกกลางวงล้อม
คราม...
ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองฝูงชนด้วยรัศมีกดดันที่แผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิง กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนเด่นชัด บ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังคำรามอยู่ภายใน
ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่ผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ที่เคยปากกล้ายังต้องถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ ครามก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างพายอย่างปกป้อง ไหล่กว้างบังร่างบางไว้เกือบมิด เขายื่นมือหนาออกมาโอบเอวคอดไว้หลวมๆ แรงบีบเบาๆ ที่ส่งผ่านมาทางเนื้อผ้า เป็นสัญญาณเตือนภัยที่คนสนิทคุ้นเคยดีว่า... ขีดความอดทนของ ‘พ่อมดแห่งวงการธุรกิจ’ คนนี้ได้ขาดผึ่งลงแล้ว
“เมื่อครู่... ใครบอกว่าคนของผม ‘น่าสมเพช’ นะครับ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนคนฟังรู้สึกเหมือนมีมีดมาจ่ออยู่ที่คอหอย ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักแอมเดียว ครามไม่ใช่แค่ผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อ แต่เขาคือนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลที่สามารถบันดาลความรุ่งเรืองหรือความพินาศให้ใครก็ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
ครามปรายตามองคอลัมนิสต์ตัวตั้งตัวตีที่หน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น
“เก่งมากนี่ครับ ที่ขยันสร้างเรื่องเรียกเรตติ้งให้ตัวเอง แต่เสียดาย... ที่ดันเลือกเหยียบผิดคน” ครามกวาดสายตาคมกราบกรานไปยังกลุ่มนักข่าว “ทุกคำถาม ทุกประโยคหมิ่นประมาท และทุกสำนักข่าวที่แชร์ข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบ ทีมกฎหมายของผมกำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา... เตรียมตัวต้อนรับหมายศาลกันตั้งแต่เช้าวันพรุ่งนี้ได้เลยครับ”
พายชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตัวโตที่ยืนบังลมฝนให้เธอ แววตาที่เคยมั่นคงฉายแววไหววูบชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก... ผู้ชายปากร้ายที่ชอบกวนประสาทและคอยหาเรื่องด่าเธอทุกเช้าค่ำ กลับเป็นคนแรกที่ก้าวออกมายืนขวางโลกทั้งใบเพื่อปกป้องเธอในยามวิกฤตแบบนี้
“ส่วนคุณ...” ครามหันขวับกลับมามองหน้าพาย น้ำเสียงดุดันที่ใช้พูดกับคนอื่นพลันอ่อนลงระดับหนึ่ง แม้จะยังเจือแววเคืองอยู่ไม่น้อยก็ตาม “ใครอนุญาตให้เก่งคนเดียวฮึ? รู้ตัวไหมว่าทำอะไรอยู่ ทำไมไม่บอกผม ปล่อยให้พวกหมาป่ารุมทึ้งอยู่ได้ ตั้งใจจะหาเรื่องเจ็บตัวอวดเก่งไปถึงไหน!”
น้ำเสียงที่แม้จะดุแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนปิดไม่มิด ทำเอาพายถึงกับเม้มปากแน่น ความพยศเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความน้อยใจผสมความซาบซึ้งที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก
“ก็ฉันอยากจัดการเองนี่คะ... อีกอย่าง ใครบอกว่าฉันสู้ไม่ได้เล่า” พายเถียงกลับเสียงอ่อย ดวงตาโตช้อนขึ้นมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาหน่อยๆ ก็ตาม “คุณต่างหาก... โผล่มาทำไมตอนนี้ เลิกทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวสักวันจะได้ไหมคะ ฉันดูแลตัวเองได้น่า”
“ดูแลตัวเองบ้าอะไร สภาพเหมือนลูกแมวตกน้ำแบบนี้เนี่ยนะ” ครามถอนหายใจพรืดใหญ่อย่างหัวเสีย มือหนายื่นขึ้นมาขยี้ผมเธอยุ่งเหยิงด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกอบกุมมือเรียวเย็นเฉียบของเธอไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านฝ่ามือหนา “กลับบ้านค่ะ... เรื่องที่เหลือ ผมจัดการเองทั้งหมด ไม่ต้องห่วง”
ครามออกแรงจูงมือพายให้เดินตามฝ่าท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองตามด้วยความอิจฉาและหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้ามาใกล้พวกเขาสักคน ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมกระชับทำเอาพายใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องก้มมองพื้นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมา
รถยนต์หรูคันงามเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถมุ่งหน้าสู่คอนโดมิเนียมส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเพลงคลอเบาๆ ที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดตลอดทั้งวัน พายเหม่อมองวิวข้างทางที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว สมองยังคงคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่
“หิวไหมครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบื้องหน้า ครามเหลือบมองคนข้างกายที่นั่งเงียบมาตลอดทางด้วยความกังวลลึกๆ ในแววตา
“ไม่ค่อยค่ะ... ยังอิ่มกับคำวิจารณ์เมื่อกี้อยู่เลย” พายตอบเสียงประชดประชันนิดๆ ตามนิสัย
ครามถอนหายใจเบาๆ จอดรถเทียบท่าหน้าคอนโด ก่อนจะหันมาปลดเข็มขัดนิรภัยให้ร่างบางที่นั่งทำแก่งอนอยู่ เจ้าตัวทำท่าจะหันหนีแต่ถูกมือหนาคว้าคางมนให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ริมฝีปาก พายกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก
“เลוףทำปากเก่งใส่ผมสักวันได้ไหม... รู้ไหมว่าตอนเห็นข่าว หัวใจผมแทบหยุดเต้น” ครามกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบที่เคยดุดัน บัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและหวงแหนจนคนฟังแทบละลาย “ถ้าคราวหน้ายังกล้าทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนี้อีก... ผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีของผมแน่”
พายใจเต้นตึ้กตั้ก ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามฟอร์มตามเคย ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของครามก็ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งเสียก่อน
ครามขมวดคิ้วอย่างขัดใจเล็กน้อย หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าที่เคยผ่อนคลายพลันเคร่งเครียดลงในพริบตา ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ
พายสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “มีอะไรเหรอคะ ใครส่งอะไรมาดึกดื่นแบบนี้”
ครามเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองหน้าเธอ ช้าๆ ชัดๆ พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของพายเย็นเฉียบลงทันที
“ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นคนที่ส่ง ‘หนอนตัวสุดท้าย’ มาฝังไว้ข้างกายผม... และตอนนี้ มันกำลังยืนรอเราอยู่ที่หน้าห้องพักของเราแล้วครับ”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ รักที่สุดค่ะ!
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 36
ดิ่งลงเหว
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!