"ถ้าคุณคิดว่าการเอาเอกสารกองเท่าภูเขานี้มาโยนใส่หน้าฉัน แล้วฉันจะก้มหน้าก้มตาทำจนไม่ได้หลับได้นอนเหมือนสัปดาห์ก่อนล่ะก็... ฝันไปเถอะค่ะคุณคราม"
เสียงใสแต่เจือความพยศดังขึ้นทันทีที่ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวใหญ่ พายตวัดสายตาคมกริบมองชายหนุ่มผู้มีใบหล่อเหลาราวกับเทพสลัก แต่นิสัยใจคอช่างตรงข้ามกับเบ้าหน้าเสียเหลือเกิน ครามชะักปากกาในมือเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"ใครบอกว่าผมจะให้คุณมานั่งปั่นงานจนไม่ได้นอนล่ะครับ... หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณพาย คิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่นั้นทำเอาพายเกือบสำลักลมหายใจตัวเอง ปกติผู้ชายคนนี้ต้องตอกกลับด้วยประโยคเชือดเฉือนหรือคำพูดขวานผ่าซากสิ ทำไมวันนี้ถึงได้ส่งสายตาพราวระยับแถมรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายต่อหัวใจพิกล
"ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ! แค่เตือนไว้ก่อน เพราะถ้าคุณคิดจะแกล้งฉันอีก ฉันจะเทโปรเจกต์นี้แล้วลาออกให้ดูจริงๆ ด้วย" พายเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะเพราะระยะห่างระหว่างโต๊ะทำงานมันช่างแคบเสียเหลือเกิน
ครามไม่ตอบโต้ด้วยวาจา ทว่าเขากลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ตรงหน้าเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านโชยเข้าแตะจมูกจนพายต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เธอนั่งตัวเกร็งแต่ยังคงรักษาสีหน้าแข็งกร้าวไว้ได้อย่างแนบเนียน
"ถอยไปเลยนะคะคุณอา... เอ้ย! คุณคราม ยืนประชิดแบบนี้มันผิดมารยาททางธุรกิจค่ะ"
"ธุรกิจอะไรกันครับ..." ครามโน้มตัวลงมาใช้มือข้างหนึ่งยันท้าวแขนกับพนักเก้าอี้ กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างแนบเนียน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ข้างแก้มเนียน "นี่มันเรื่องส่วนตัวต่างหาก"
"คุณคราม!" พายหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ มือบางยกขึ้นดันแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ แต่กล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มนั้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันผลักให้ถอยหลังได้เลย
"ปากเก่งนักนะเรา..." ครามพึมพำแผ่วเบา น้ำเสียงไม่ได้เจือความโกรธเคืองเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนน่าประหลาด ดวงตาคมกราบกรานสำรวจใบเนียนใสที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความเขินอายอย่างนึกเอ็นดู
พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ปกติเขาต้องด่าว่าเธอว่าเถียงคำไม่ตกฟากสิ ทำไมวันนี้ถึงได้มองเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะกลืนกินกันเข้าไปแบบนี้ล่ะ มันอันตรายเกินไปแล้ว... อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอที่พยายามสร้างกำแพงมาตั้งนานสองนาน
"ถ้าไม่มีอะไรทำแล้ว... ก็ถอยออกไปค่ะ ฉันจะทำงาน" เธอบ่ายเบี่ยงสายตาหนี พยายามทำเสียงให้เข้มที่สุดเท่าที่จะทำได้
ครามหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นอยู่ในอกจนพายรู้สึกได้ชัดเจน ชายหนุ่มไม่ได้ถอยออกไปตามคำสั่ง แต่เขากลับยื่นมืออีกข้างที่ซ่อนไว้ข้างหลังออกมา... ในมือของเขามีแก้วกาแฟโปรดของเธอ พร้อมด้วยเค้กช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่ประดับด้วยสตรอว์เบอร์รีสดสีแดงฉ่ำ
พายกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เธอมองหน้าเขา สลับกับมองขนมตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
"อะไรคะเนี่ย... จะวางยาพิษฉันเหรอ"
"ปากคอระ่อะไรอย่างนี้พาย" ครามถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะวางจานเค้กและแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเธออย่างระมัดระวัง "เห็นบ่นว่าปวดหัวตั้งแต่เช้า... ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดปล่อยให้ลูกน้องทำงานจนเป็นลมคาทึ่ทำงานหรอกนะ กินซะ แล้วค่อยทำงานต่อ"
คำพูดห้วนๆ แต่การกระทำช่างสวนทางลิบลับ พายมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังหมุนตัวเดินกลับไปนั่งยังฝั่งของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก ผู้ชายคนนี้... ปากร้ายเป็นปีศาจแต่ใจดีเป็นเทวดาหรืออย่างไรกัน ทำไมถึงชอบทำให้เธอใจสónอยู่เรื่อยเลยนะ
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงกระดาษพลิกเบาๆ และเสียงจิบคอฟฟี่ของหญิงสาว ครามแอบเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กเป็นระยะ เห็นเธอกำลังตักเค้กเข้าปาก เคี้ยวตุยมุย์ด้วยความเอร็ดอร่อย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนมุมปากหยักลึกของนักธุรกิจหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในย่านนี้ โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวเลยว่ารอยยิ้มนั้นมันทรงพลังมากแค่ไหน
พายเหลือบตามองคนฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ หัวใจดวงน้อยพองโตจนคับอก รสชาติหวานละมุนของเค้กช็อกโกแลตช่างตัดกันเหลือเกินกับความเข้มข้นของกาแฟ แต่สิ่งที่หวานยิ่งกว่า... คงจะเป็นความใส่ใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งยโสเหล่านั้น
"อร่อยไหมล่ะครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยที่สายตายังคงไม่ละไปจากกองเอกสาร
"ก็... พอกินได้ค่ะ" พายเชิดหน้าตอบ พยายามซ่อนรอยยิ้มระเรื่อที่กำลังระบายอยู่บนดวงหน้าหวาน "แต่อย่าคิดว่าเอาของหวานมาติดสินบนแล้วฉันจะยอมทำงานให้คุณจนดึกดื่นนะคะ"
"ตามใจ... อยากเลิกกี่โมงก็เรื่องของคุณ" ครามตอบเสียงเรียบ แต่แววตาที่มองมากลับพราวระยับด้วยความขบขัน "แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าคืนนี้ผมยังไม่มีแพลนจะกลับบ้านเร็วนัก... ถ้าคุณจะอยู่เป็นเพื่อนผมต่ออีกสักหน่อย ก็คงจะไม่เหงาเท่าไหร่"
พายชะงักมือที่กำลังถือช้อน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ คำพูดกำกวมแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกันนะ... ตาบ้าเอ๊ย! รู้จักหยอดให้คนอื่นเขาใจสั่นอยู่เรื่อยเลย!
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนฟิน พายรีบหยิบขึ้นมาดูเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากสายตาคู่คมที่ยังคงจ้องมองมาไม่วางตา ทว่า... ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของเธอก็พลันแข็งค้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
ครามขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น "มีอะไรพาย?"
พายเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาไหวระริกด้วยความตกใจและหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด มือบางกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"คุณครามคะ..." น้ำเสียงสั่นเทาเอ่ยชื่อเขาแผ่วเบา "คือว่า... มีคนส่งรูปนี้มาหาฉันค่ะ"
ครามลุกขึ้นยืนพรวดเดียวจนเก้าอี้ไถลไปด้านหลังเสียงดังลั่น เขาก้าวฉับๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือในมือเล็กมาพลิดูทันที ทว่า... ก่อนที่สายตาคมกริบของเขาจะทันได้กวาดมองภาพบนหน้าจอ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะได้เอ่ยอนุญาต ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น และคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของครามและพายเย็นเฉียบลงพร้อมๆ กัน
"สวัสดีค่ะคุณอา... แหม อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยนะคะ น่ารักจัง"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่ครามกับน้องพายนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 20
รอยยิ้มของคุณอาใจร้าย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!