เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา•ตอนที่ 2

สมุดจดสีครามและการพลิกทฤษฎี

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
กลิ่นฉุนของผงเกลือมานาที่ถูกเผาไหม้จนเกินจุดเสถียรยังคงอบอวลอยู่ในห้องปฏิบัติการเวทมนตร์อาคารสาม นิ้วมือของผมเปื้อนคราบหมึกสีครามเข้มจากสมุดจดปกหนังแท้ที่เพิ่งดีดตัวเปิดออกเองเมื่อครู่ ท่ามกลางเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่ยังคงวนเวียนอยู่ห่างจากแผ่นหลังของผมไปไม่ถึงสิบก้าว "เรย์ นายกำลังทำบ้าอะไรอยู่?" เสียงใสแต่จริงจังของเอลาร่าดังขึ้นพร้อมกับแรงสะกิดที่หัวไหล่ เธอปัดเศษผงเวทมนตร์สีขาวที่ลอยฟุ้งอยู่กลางอากาศด้วยการสะบัดมือเบาๆ ตามตำราเวทกระแสหลัก ดวงตาสีนิลคู่สวยจ้องมองแผ่นกระดาษคำนวณในมือผมสลับกับวงแหวนเวทบนพื้นห้องที่บิดเบี้ยวผิดรูปไปจากตำราหลวงอย่างสิ้นเชิง ผมหันไปสบตาเธอ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกที่ยังเต้นระรัวอยู่ในอก "ผมก็แค่กำลังแก้โจทย์ที่อาจารย์อาชเชอร์ทิ้งไว้ให้เมื่อสัปดาห์ก่อนครับ เอลาร่า... เพียงแต่เปลี่ยนมุมมองในการตีความวงแหวนมานาใหม่นิดหน่อยเท่านั้นเอง" ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แม้ในหัวสมองตอนนี้ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานจะยังคงกะพริบถี่รัวไม่หยุด [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความหนาแน่นของอนุภาคมานาในมิติที่สี่เกินขีดจำกัด] [คำเตือน: สิ่งแปลกปลอมกำลังปรับตัวเข้ากับคลื่นสมองของผู้ใช้ ระดับอันตราย: สูง] บ้าจริง... ผมเหลือบสายตาไปมองเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างด้านข้าง หางตาเห็นมิติอากาศบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นคล้ายผิวน้ำยามถูกโยนก้อนหินลงไป แม้จะไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น แต่สัญชาตญาณดิบของอดีตเซียนเวทบอกผมชัดเจนว่า มี 'สายตา' คู่หนึ่งกำลังจ้องมองทะลุผ่านม่านกำแพงเวทเข้ามา และมันไม่ได้มีความเป็นมิตรอยู่เลยแม้แต่น้อย "เปลี่ยนมุมมองงั้นเหรอ?" เอลาร่าขมวดคิ้วมุ่น เธอขยับแว่นตาทรงกรอบทองบนสันจมูกเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผม สายตาคมกริบกวาดมองไปที่สมุดจดสีครามที่ผมใช้มือบังไว้ครึ่งหนึ่ง "วงแหวนเวทมนตร์บทที่สามตามหลักสูตรสถาบันรอยัลดรากอนถูกกำหนดไว้ตายตัวเพื่อให้มานาไหลเวียนตามเข็มนาฬิกาเพื่อความเสถียร แต่นาย... นายกลับพลิกขั้วกระแสมานาให้วิ่งทวนเข็มผ่านจุดอับสูญญากาศเนี่ยนะ? นายสติหลุดไปแล้วหรือไงเรย์ การทำแบบนั้นจะทำให้แกนกลางมานาระเบิดใส่หน้าเอานะ!" น้ำเสียงของเธอมีทั้งความห่วงใยและความหงุดหงิดปะปนกันอย่างชัดเจน เอลาร่าเป็นหัวหน้าห้องผู้ยึดมั่นในระเบียบแบบแผน เธอไม่เคยยอมรับทางลัดหรือทฤษฎี นอกตำราเรียนที่ได้รับการรับรองจากสภาเวทมนตร์สูงสุด แต่เธอก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ยอมเดินหนีไปไหน แม้ว่ากลิ่นอายมานาประหลาดรอบตัวผมจะเริ่มทำให้เส้นผมของเธอปลิวไสวโดยไม่มีลมพัดก็ตาม "บางครั้ง ตำราที่ถูกต้องที่สุด... ก็อาจจะเป็นกรงขังที่แน่นหนาที่สุดเช่นกันครับ เอลาร่า" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางพลิกหน้ากระดาษในสมุดจดสีครามอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เธอเห็นข้อความอักษรโบราณที่กำลังเรืองแสงจางๆ ขึ้นมาเองโดยไม่ต้องใช้หมึก "ลองมองดูโครงสร้างของวงแหวนนี้ดีๆ สิครับ... ไม่ใช่ว่ามันระเบิด แต่มันกำลัง 'กลืนกิน' พลังส่วนเกินที่รั่วไหลต่างหากล่ะ" ทันทีที่พูดจบ ผมก็ส่งกระแสมานาปริมาณน้อยนิดที่เหลืออยู่ในแกนกลางที่ชำรุดของตัวเองเข้าไปยังจุดตัดของวงแหวนเวทตามสูตรลับระดับ SSS ที่เพิ่งถูกปลดล็อก *ฟึ่บ!* เสียงคล้ายกระดาษถูกฉีกขาดดังขึ้นเบาๆ ในอากาศ รอบตัวพวกเราเกิดประกายไฟสีครามสว่างวาบขึ้นชั่วพริบตา ก่อนที่เศษผงมานาที่ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วห้องจะถูกดูดกลืนหายวับไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ราวกับมีหลุมดำขนาดจิ๋วเปิดขึ้นและปิดลงในเสี้ยววินาที เอลาร่าเบิกตากว้าง อ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง เธอย่อมรู้ดีว่าตามหลักการแล้ว ปฏิกิริยาเช่นนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ด้วยเวทมนตร์ระดับเริ่มต้นที่พวกเรากำลังเรียนกันอยู่ในคลาสภาคภูติเวท "นั่น... เมื่อครรภ์... เมื่อครู่นี้มันคืออะไร?" เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อย ความเชื่อมั่นในตำราเรียนตลอดหลายปีเริ่มสั่นคลอน "พลังเวทเมื่อกี้ไม่มีอยู่ในสารบบของสถาบัน นายไปเอาสูตรคำนวณแบบนี้มาจากไหน เรย์?" "ความลับครับ" ผมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เธอไปทีหนึ่ง ก่อนจะรีบปิดสมุดจดสีครามลง เสียงหัวเราะแผ่วเบาในหัวยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องหยุดชะงัก ไม่ใช่เสียงกระซิบนั้นอีกต่อไปแล้ว... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่คุ้นเคยกำลังเดินใกล้เข้ามาทางประตูห้องปฏิบัติการ เป็นเสียงฝีเท้าที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและอوراอันทรงพลังของผู้อาวุโส *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ประตูห้องถูกเคาะสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่บานประตูไม้สักจะเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของอาจารย์อาชเชอร์ อาจารย์ประจำวิชาเวทมนตร์โบราณ ผู้มีใบหน้าเรียบตึงและดวงตาคมปลาบราวกับเหยี่ยว กวาดสายตามองสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ตัวผม "เรย์ ฮาร์ท..." อาจารย์อาชเชอร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบ บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งในทันที "ฉันสัมผัสได้ถึงความผันผวนของมาตรวัดมิติที่สี่ในรัศมีนี้... และยิ่งไปกว่านั้น... กลิ่นอายของ 'ศาสตร์ต้องห้าม' ที่สูญหายไปเมื่อสามร้อยปีก่อน มันมาจากโต๊ะทำงานของเธอใช่ไหม?" เอลาร่าสะดุ้งสุดตัว เธอรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าผมไว้ตามสัญชาตญาณการปกป้องเพื่อนร่วมชั้น แม้ตัวเธอเองจะยังสั่นเทาด้วยความกลัวอำนาจกดดันของอาจารย์ก็ตาม "อะ... อาจารย์ครับ เรย์เขาแค่กำลังทดลองทฤษฎีทางคณิตศาสตร์เวทมนตร์เท่านั้น ไม่มีเจตนาจะ..." "ถอยไป เอลาร่า วินด์วอล์คเกอร์" อาจารย์อาชเชอร์ยกมือขึ้นห้ามด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด สายตาของเขายังคงจดจ้องมาที่ผมราวกับมองทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อลงโทษ แต่ฉันมาเพราะ... วัตถุที่เธอถืออยู่ในมือตอนนี้ มันกำลังตอบสนองต่อ 'บางสิ่ง' ที่อยู่ใต้ดินของสถาบันเรา" ผมไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย ผมค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานสายตากับอาจารย์ผู้ทรงอิทธิพลด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับของผม พร้อมกับใช้มือซ้ายแตะเบาๆ ที่สันปกสมุดจดสีครามที่ซ่อนอยู่ และในวินาทีนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความสีทองอร่ามที่สว่างวาบขึ้นตรงหน้าจอเสมือนจริงในหัวของผม [แจ้งเตือนด่วนระดับสูงสุด: ตรวจพบกุญแจผนึกประตูลับใต้ดินถูกกระตุ้นโดยสมุดจดสูตรลับ] [เงื่อนไขภารกิจลับเปิดเผย: จงเปิดประตูห้องใต้ดินแห่งปราชญ์โบราณ ก่อนที่สิ่งมีชีวิตจากมิติเบื้องล่างจะทำลายล้างสถาบันแห่งนี้ในอีก 3 นาทีข้างหน้า] [คำเตือนสุดท้ายจากระบบ: อาจารย์อาชเชอร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ... ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในมิติเวทมนตร์บทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%