เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา•ตอนที่ 6

การดวลเดือดที่ทำให้ทั้งชั้นอึ้ง

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"ถ้าการคำนวณวงจรมาตราส่วนเวทมนตร์ระดับสาม เป็นได้แค่ความรู้ประดับสมองสำหรับคุณ... งั้นก็แสดงให้ผมเห็นสิครับ ว่าเด็กเส้นอย่างคุณจะเอาตัวรอดจาก 'หอกศิลาอัคคี' ของผมยังไง!" เสียงตะโกนก้องด้วยความเย้ยหยันของ 'วาล์คาร์' ดังสะท้อนไปทั่วลานประลองเวทกลางแจ้งของสถาบันอคาเดมี่เวทมนตร์รอยัล ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ของเหล่านักเรียนปีหนึ่งที่ต่างเบียดเสียดกันเข้ามามุงดูการประลองนอกหลักสูตร บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความอึมครึมและแรงกดดันจากออร่าธาตุไฟที่แผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่นความร้อน วาล์คาร์ นักเรียนทุนหัวกะทิผู้ครอบครองแกนกลางเวทมนตร์ระดับสูง Class-A ยืนหยัดด้วยท่าทีองอาจ มือขวากุมคทาผลึกนิลกาฬที่กำลังสั่นระริกด้วยพลังงานสีแดงฉาน รอบตัวเขามีวงแหวนเวทซ้อนทับกันถึงสามชั้น หมุนวนด้วยความเร็วสูงเพื่อขับเคลื่อนบทเวทโจมตีที่รุนแรงที่สุดบทหนึ่ง ตรงกันข้ามกับเรย์ ฮาร์ท เจ้าของนามฉายา 'เซียนเวทตกอับ' ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างสงบ นิ่งเงียบ และไร้ซึ่งอาศัยวงแหวนเวทอลังการใดๆ ในมือของเรย์มีเพียงสมุดจดปกหนังสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่ง กับดินสอไม้ธรรมดาๆ แท่งสั้นๆ ที่ปลายด้ามเยินจากการใช้งานอย่างหนักหน่วง พลังเวทที่แผ่ออกมาจากร่างของเขามีน้อยนิดจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลมด้วยซ้ำ หากมองด้วยตาเปล่า นี่คือความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนราวกับเอาปุถุชนไปยืนขวางหน้าพץฆ์ร้ายที่กำลังหิวกระหาย "เรย์... ถอนตัวตอนนี้ยังทันนะ!" เอลาร่า วินด์วอล์คเกอร์ หัวหน้าห้องสาวเจ้าระเบียบผู้ยืนอยู่บริเวณขอบสนาม ส่งเสียงตะโกนแทรกเสียงเชียร์ของผู้คน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้เธอจะเชื่อมั่นในมันสมองและทฤษฎีเวทของเรย์ แต่การใช้เวทมนตร์ในภาคปฏิบัติโดยปราศจากปริมาณมานาที่มากพอ มันก็เหมือนกับการพยายามตักน้ำในมหาสมุทรด้วยช้อนชา เรย์ไม่ได้หันไปมองเอลาร่า เขาเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนร่วมชั้นผู้หวังดี ก่อนจะใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ที่ปกสมุดสูตรลับในมือ [ ติ๊ง! ตรวจพบสถานการณ์วิกฤต: เผชิญหน้ากับการโจมตีธาตุผสม (ไฟ+ดิน) ระดับความรุนแรง 3.4 มาคนิลาค ] [ คำแนะนำจากระบบ: ปริมาณมานาในแกนกลางของผู้ใช้ต่ำเกินกว่าจะปะทะตรงๆ แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ "หักล้างจุดสมดุลเชิงกลศาสตร์เวท" ] ตัวอักษรสีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเรย์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่เขาพึ่งพา สมองอันเฉียบคมที่ผ่านการวิเคราะห์ตำราโบราณมานับพันหน้า ได้คำนวณเส้นทางและจุดบอดของวาล์คาร์เสร็จสิ้นตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่สนามแล้ว "ตกลงครับ..." เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัว "ผมจะแสดงให้ดูเอง ว่าเวทมนตร์ที่แท้จริง... เขาไม่ได้วัดกันที่ปริมาณความดังของเสียงระเบิด" สิ้นคำพูดนั้น วาล์คาร์คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเมินเฉย คทาในมือสะบัดลงพื้นอย่างแรง "ตายซะเถอะไอ้ขยะ! หอกศิลาอัคคี — ทะยาน!" เปรี้ยงงงง! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว หอกหินขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีส้มเข้มพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่เรย์ด้วยความเร็วสูง แรงลมจากการพุ่งทะยานกวาดเอาฝุ่นผงบนพื้นสนามปลิวว่อน ทัศนียภาพเบื้องหน้าถูกบดบังด้วยกลุ่มควันและประกายไฟที่แตกกระจาย เสียงอุทานด้วยความตกใจดังระงมจากกลุ่มคนดู หลายคนถึงกับเบือนหน้าหนีเพราะคิดว่าเรย์คงไม่มีทางรอดจากการโจมตีตรงๆ แบบนั้นได้ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่หอกเพลิงกำลังจะพุ่งทะลวงร่างของเรย์นั้นเอง *กรึ๊บ.* เสียงปลายดินสอไม้ขีดลงบนหน้ากระดาษในสมุดโน้ตดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของเปลวไฟ เรย์ก้าวเท้าซ้ายเฉียงทำมุม 45 องศาอย่างแม่นยำรา과กับจับวาง มือขวาตวัดดินสอในอากาศเป็นเส้นตรงสั้นๆ สามจุด สวนทางกับทิศทางพุ่งของหอกศิลา ฟิ้วววว —! เกิดแสงเรืองรองสีครามจางๆ ขึ้นที่ปลายนิ้วของเรย์ มันไม่ใช่เวทโจมตีที่รุนแรง และไม่ใช่เกราะป้องกันหนาเตอะ แต่มันคือ "จุดศูนย์ถ่วงของกระแสมานา" ที่เรย์คำนวณไว้ว่าไหลเวียนอยู่ภายในตัวของวาล์คาร์เอง เปร๊าะ! เสียงคล้ายกระจกร้าวเบาๆ ดังขึ้นในอากาศ ทันทีที่คลื่นมานาสีครามขนาดเท่าเหรียญบาทของเรย์พุ่งไปกระทบเข้ากับจุดต่อของวงแหวนเวทวงที่สองของวาล์คาร์ ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หอกศิลาอัคคีที่กำลังพุ่งด้วยความเร็วสูงสุด จู่ๆ ก็เกิดสะดุดกึกราวกับถูกเบรกด้วยกำแพงล่องหน แรงเฉื่อยทั้งหมดตีกลับเข้าหาตัวผู้ร่ายอย่างรุนแรง พลังงานธาตุไฟที่ถูกอัดแน่นไม่สามารถระบายออกไปข้างหน้าได้ จึงระเบิดตลบหลังเข้าใส่วาล์คาร์เอง! ตูมมมมม! แรงระเบิดย้อนกลับซัดร่างของวาล์คาร์ปลิวถอยหลังลอยละลิ่วไปกระแทกกับเสาหินขอบสนามจนฝุ่นตลบอบอวล คทาผลึกนิลกาฬหลุดจากมือกลิ้งหล่นไปไกลหลายเมตร ก่อนที่ร่างของหัวกะทิผู้มั่นใจในตัวเองสูงจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หมดสติไปในทันที ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองในชั่วพริบตา ไม่มีเสียงเชียร์ ไม่มีเสียงกู่ร้อง ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน พวกเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น เรย์ไม่ได้ร่ายเวทบทใหญ่โต ไม่ได้ปลดปล่อยมานาล้นหลาม เขาแค่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยและใช้อะไรบางอย่างสะกิดเบาๆ แต่กลับสามารถล้มคู่ต่อสู้ที่มีพลังสูงกว่าตนเองหลายเท่าตัวได้อย่างหมดรูป เอลาร่าอ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เธอนึกทบทวนตำราเวททุกเล่มที่เคยอ่านมา แต่ไม่มีทฤษฎีไหนเลยที่จะอธิบายสิ่งที่เรย์เพิ่งทำลงไปได้ เรย์ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองเบาๆ เก็บดินสอเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างใจเย็น ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบสนามที่ยังคงตกอยู่ในความอึ้ง [ ติ๊ง! ภารกิจลับพิเศษ: "ชัยชนะแห่งปัญญาเหนือพละกำลัง" สำเร็จลุล่วง ] [ ผู้เล่นได้รับแต้มความเข้าใจเวทมนตร์ +500 ] [ ปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึง: หอสมุดต้องห้ามชั้นที่ 3 ] [ คำเตือนจากระบบตรวจพบ: มีสายตาปริศนาจากบุคคลระดับสูงกำลังเฝ้ามองการกระทำของคุณผ่านกระจกเงาเวทมนตร์ที่ระเบียงชั้นสอง ] เรย์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อเสียงแจ้งเตือนบรรทัดสุดท้ายเด้งขึ้นมาในหัว เขานิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังระเบียงหินอ่อนชั้นสองของอาคารเรียนหลัก ที่ซึ่งม่านบังตาผืนหนากำลังขยับไหวเล็กน้อยราวกับเพิ่งมีใครบางคนดึงมันปิดลงอย่างรวดเร็ว และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้ารatหนักแน่นและเป็นจังหวะก้าวขึ้นมาจากบันไดด้านหลังลานประลอง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักดิ้นทองคำลายตราสัญลักษณ์ประจำสถาบัน ที่ก้าวออกมาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน — เป็นบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนลานฝึกซ้อมของเด็กปีหนึ่งในเวลานี้ ...รอยยิ้มปริศนาของผู้อำนวยการสูงสุดที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากของท่านผู้มาใหม่ ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นจนน่าขนลุก โปรดติดตามตอนต่อไปครับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%