ผลึกน้ำแข็งขนาดเท่ากำปั้นร่วงกวาดลงมากระทบพื้นหินอ่อนจนแตกกระจายละเอียด เสียงเศษแก้วคริสตัลกรีดกรายผ่านโสตประสาทท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกแช่แข็ง อุณหภูมิภายในห้องปรุงยาใต้ดินร่วงกวาดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เวทมนตร์อาคมคุ้มกันรอบห้องสั่นกระพือสีแดงฉาน แจ้งเตือนอันตรายระดับวิกฤตพุ่งทะยานขึ้นในจิตสำนึกของเรย์ทันที
"ถอยหลังไปเอลาร่า!"
เรย์คำรามต่ำในลำคอ พร้อมกับสะบัดมือขวาคว้าข้อมือเรียวของหัวหน้าห้องสาวเจ้าระเบียบให้หลบพ้นจากรัศมีของละอองควันสีครามที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นจากหม้อปรุงยาอัดแรงดันสูง แรงปะทะของอณูเวทมนตร์ดิบเถื่อนทำให้แผ่นกระดานชนวนในมือของเอลาร่าร่วงหล่นลงพื้น กลิ่นอายของสมุนไพรโบราณที่ควรจะสลายตัวไปกลับรวมตัวกันเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนเกินกว่าหลักสูตรปีสามจะจินตนาการถึง
ดวงตาสีมรกตของเอลาร่าเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองดูอักขระเวทมนตร์ที่กำลังเรืองแสงวาบอยู่กลางอากาศ อักขระเหล่านั้นไม่ใช่ภาษารูนร่วมสมัยที่ใช้สอนกันในสถาบันเวทมนตร์อาคาเดเมีย แต่มันคือ "อักษรลิ่มศักดิ์สิทธิ์" ที่สูญหายไปพร้อมกับยุคสมัยแห่งมหาสงครามเวทเมื่อสามพันปีก่อน
"นะ...นี่มันโครงสร้างการสลายตัวของมานาแบบย้อนกลับ?" เอลาร่าพึมพำเสียงสั่น ร่างกายของเธอแข็งค้างด้วยความตระหนก "เป็นไปได้ยังไง สูตรนี้ฉันคำนวณมาอย่างแม่นยำตามตำราหลวงทุกตัวอักษร ทำไมมันถึงเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่แบบนี้ขึ้นมาได้ล่ะคะ... เอ้ย! ได้ล่ะครับ!" เธอรีบแก้คำพูดเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความสุขุมของเรย์ที่หันมามอง
เรย์ไม่ได้ตอบคำถามทันที สายตาของเขาจดจ้องไปยังใจกลางกลุ่มควันสีครามที่กำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น ในฐานะอดีตเซียนเวทผู้เคยผ่านการศึกษาคัมภีร์ต้องห้ามมานับไม่ถ้วน เขารู้ดีว่าความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่การคำนวณของเอลาร่า แต่ปัญหาคือ "ตัวแปรปริศนา" ที่ถูกเติมเข้ามาในส่วนผสมก่อนที่พวกเขาจะก้าวเท้าเข้าห้องนี้ต่างหาก
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นความถี่มานาที่ไม่รู้จักในรัศมี 3 เมตร]
[คำเตือน: โครงสร้างเวทมนตร์กำลังถูกควบคุมโดยบุคคลที่สาม กระบวนการเร่งปฏิกิริยาจะเสร็จสิ้นในอีก 45 วินาที]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาในหัวดังขึ้นเป็นจังหวะกระชั้นชิด เรย์ขบกรามแน่น สมองส่วนหน้าประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรกลเวทมนตร์ชั้นยอด นิ้วเรียวยาวกวาดสายตาสำรวจรอบห้องอย่างละเอียด ผนังหินศิลาแลง มุมโต๊ะปรุงยา และ... คราบละอองเรณูสีทองที่ติดอยู่บนขอบหม้อ
"ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกเอลาร่า" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นเพื่อเรียกสติสหายร่วมรบ "มีคนจงใจสลับสัดส่วนของ 'รากมายา' กับ 'เกสรดารา' ตั้งแต่ก่อนที่เราจะมาถึง เป้าหมายของมันไม่ใช่การทำลายห้องปรุงยาแห่งนี้ แต่ต้องการบังคับให้ปฏิกิริยาคายสูตรลับโครงสร้างมานาออกมาต่างหาก"
เอลาร่าเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดระคนตกใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าอันสะสวย เธอยึดมั่นในความถูกต้องและตรรกะมาตลอดชีวิต การที่มีใครบางคนเข้ามาบิดเบือนกฎเกณฑ์ทางเวทมนตร์ต่อหน้าต่อตาเธอก็ไม่ต่างจากการลบตัวตนของเธอทิ้งทั้งเป็น "แต่ว่า... ใครกันล่ะที่จะรู้เรื่องสูตรโบราณขั้นสูงขนาดนี้ นอกจากศาสตราจารย์ประจำภาควิชาทฤษฎี?"
"นั่นแหละคือปัญหา..." เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย มองลอดผ่านกลุ่มควันสีครามที่เริ่มจางลง เผยให้เห็นแผ่นกระดาษหนังแกะแผ่นหนึ่งที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ตัวอักษรบนนั้นเปล่งแสงเรืองรองด้วยหมึกสีทองคำขาว ซึ่งเป็นวัสดุหายากที่มีเพียงบุคคลระดับสูงในสภาผู้บริหารเท่านั้นที่ครอบครอง
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับถูกดึงเข้าสู่ห้วงมิติอื่น แรงกดดันจากมานาบริสุทธิ์แผ่ซ่านกดทับลงบนบ่าของทั้งสองคนจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากความมืดมิดของทางเดินใต้ดิน เสียงนั้นก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างใจเย็น ราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
ตึก... ตึก... ตึก...
เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนผนังห้อง ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีเทาเข้มปักลวดลายดาราจักร ซึ่งเป็นเครื่องแบบพิเศษของที่ปรึกษาพิเศษประจำสถาบันเวทมนตร์ ผู้ซึ่งมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการเข้าถึงหอสมุดต้องห้ามชั้นที่เจ็ด
"ช่างน่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มและเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนผู้มีเส้นผมสีเงินยาวรับกับดวงตาสคมกริบสีอำพันก้าวพ้นเงามืดออกมา "ไม่นึกเลยว่าเด็กหนุ่มผู้สูญเสียแกนกลางมานาอย่างเธอ เรย์ ฮาร์ท จะสามารถมองทะลุโครงสร้างมานาระดับบรรพกาลได้ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที"
เรย์ไม่แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายังคงยืนบังเอลาร่าไว้ครึ่งก้าว มือขวาสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อเตรียมพร้อมใช้งานศิลาเวทฉุกเฉิน "ท่านคือที่ปรึกษาอาวุโส 'คาร์ล วาลenstein' แห่งสภาผู้บริหาร... ถ้าผมจำไม่ผิด บุคคลระดับท่านไม่น่าจะมาเสียเวลาเล่นสนุกกับการทดลองปรุงยาของเด็กปีสามหรอกกระมังครับ"
คาร์ลแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาที่เย็นชาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองแผ่นกระดาษหนังแกะที่ยังคงลอยเด่นอยู่กลางอากาศด้วยความหลงใหล "เด็กน้อยเอ๋ย... เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้มาเล่นสนุก แต่ข้ากำลังค้นหา 'ผู้สืบทอด' ต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้เอลาร่าที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เธอขยับตัวก้าวขึ้นมาเคียงข้างเรย์ แม้ความกลัวจะยังหลงเหลืออยู่ในแววตา แต่ความอยากรู้อยากเห็นและสัญชาตญาณของนักวิชาการก็ขับ EGO ของเธอให้เชิดหน้าขึ้นสู้ "ผู้สืบทอดอะไรกันคะ? สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่มันเป็นการละเมิดกฎความปลอดภัยระดับสبعةของสถาบันนะ!"
คาร์ลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะก้องกังวานไปทั่วห้องใต้ดิน "กฎเกณฑ์งั้นหรือ? เด็กน้อย... สิ่งที่พวกเจ้ากำลังเรียนกันอยู่ในหอคอยอันสวยงามนั้น เป็นเพียงเศษเสี้ยวของทฤษฎีเวทมนตร์ที่ถูกกรองและลดทอนความอันตรายลงมาเพื่อให้มนุษย์ธรรมดาใช้งานได้โดยไม่สมองระเบิดต่างหาก แต่ทฤษฎีที่แท้จริง... ทฤษฎีที่สามารถเปลี่ยนกฎของธรรมชาติได้ มันถูกบันทึกไว้ใน 'สมุดจดสูตรลับ' ต่างหากเล่า"
เรย์หรี่ตาลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า *สมุดจดสูตรลับ* หัวใจของเขาเต้นรัวขึ้นด้วยความตื่นเต้น ข้อมูลในระบบสั่นกระפือรุนแรงราวกับต้องการยืนยันสมมติฐานบางอย่างที่เขาเก็บงำไว้มานาน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสลับ 'สมุดจดสูตรลับ' จากบุคคลเป้าหมาย]
[ภารกิจลับระดับ SSS: ค้นหาความจริงเบื้องหลังสมุดจดสูตรลับฉบับปฐมบท ถูกเปิดใช้งานแล้ว!]
คาร์ลหันมาสบตากับเรย์โดยตรง แววตาของชายสูงวัยเต็มไปด้วยความคาดหวังและความลับดำมืดที่ยากจะหยั่งถึง "เจ้าแปลกใจใช่ไหมเรย์ ว่าทำไมเจ้าถึงอ่านตำราโบราณเหล่านั้นได้ทั้งที่แกนกลางของเจ้าพังทลาย? นั่นก็เพราะว่า... เจ้าไม่ใช่คนเดียวในสถาบันแห่งนี้ ที่ครอบครองเศษเสี้ยวความทรงจำของ 'มหาปราชญ์ผู้ร่วงหล่น' คนนั้นยังไงล่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น คาร์ลก็สะบัดมือขวาเบาๆ อากาศรอบตัวพล Lurch บิดเบี้ยวเป็นหลุมดำขนาดเล็ก แผ่นกระดาษหนังแกะสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองพุ่งเข้าใส่หน้าอกของเรย์โดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ความร้อนแผดเผาแล่นพล่านไปทั่วเส้นประสาท ขณะที่เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นในห้วงความคิดของเรย์—เสียงที่คุ้นเคย ราวกับเสียงของตัวเขาเองในอีกมิติหนึ่ง
[เงื่อนไขการปลดล็อกพลังบทที่ 10 สำเร็จ: ความลับเบื้องหลังทฤษฎีโบราณเริ่มเผยตัว]
[คำเตือนจากระบบขั้นวิกฤต: บุคคลที่สามกำลังเชื่อมต่อความทรงจำของท่านเข้ากับฐานข้อมูลหลักของสถาบัน...]
เรย์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสมองจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว เอลาร่าพยายามจะพุ่งเข้ามาประคองเขาไว้ แต่ถูกแรงกดดันจากสนามพลังรอบตัวผลักกระเด็นออกไปอย่างไม่ใยดี
ก่อนที่สติของเรย์จะดับวูบลง ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือรอยยิ้มอันลึกลับของคาร์ล ที่เอ่ยประโยคสุดท้ายทิ้งไว้ท่ามกลางความเงียบงัน
"ยินดีต้อนรับสู่ความจริง... ทายาทแห่งผู้พลิกตำรา"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 10 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ! — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา•ตอนที่ 10
ความจริงที่ถูกเก็บงำ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!