เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา•ตอนที่ 11

งานเทศกาลเวทมนตร์ที่เริ่มส่อเค้า

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"ถ้าแผนผังวงเวทป้องกันเขตตารางบี ยังคำนวณอัตราส่วนการไหลเวียนมานาผิดพลาดเกินสองจุดสามเปอร์เซ็นต์แบบนี้ ต่อให้เราจัดเตรียมศิลาเวtมนตร์ตระกูลธาตุไฟชั้นยอดจนล้นคลังแสง ทีมของเราก็มีสิทธิ์ถูกแรงสะท้อนจากมิติย่อยแผดเผาจนกลายเป็นจุลตั้งแต่รอบคัดเลือกวันแรกแล้วล่ะครับ คุณหัวหน้าห้อง" เรย์ ฮาร์ท เคาะปลายปากกาขนนกสีนิลลงบนแผ่นกระหนังคาถาแผ่นใหญ่ เสียงนั้นดังกระทบโต๊ะไม้ยาวในห้องสมุดลับใต้ดินราวกับจะตอกย้ำความจริงอันน่าปวดหัว เอลาร่า วินด์วอล์คเกอร์ ขยับกรอบแว่นทรง The Rimless ของเธอนิดหน่อย ดวงตาสีฟ้าครามใต้เลนส์ใสจ้องมองตัวเลขยั้วเยี้ยบนกระดาษคำนวณด้วยความเคร่งเครียด เส้นผมสีบลอนด์เงินยาวสลวยที่มัดรวบไว้หลวมๆ ปรกลงมาเคลียข้างแก้มยามที่เธอโน้มตัวลงตรวจทานสมการเวทมนตร์บทที่สิบสอง บรรยากาศรอบตัวพวกเขากรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นผงจากการรื้อค้นตำราโบราณ งานเทศกาลเวทมนตร์ประจำปีของสถาบันอาร์เคเดียกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และในฐานะตัวแทนของภาควิชาทฤษฎีเวทมนตร์ผสมผสาน พวกเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะกะพริบตาพลาด "ฉันตรวจสอบสูตรนี้สามรอบแล้วนะเรย์" เอลาร่าถอนหายใจยาว เสียงของเธอเจือความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่นัยน์ตากลับสะท้อนความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ "ตามหลักสูตรมาตรฐานของสถาบันอศวรเวท การกระจายตัวของมานาระดับนี้ถือว่าเสถียรที่สุดแล้วสำหรับโครงสร้างวงเวทป้องกันเขตชั้นนอก ทำไมคุณถึงมั่นใจนักว่ามันจะเกิดความผิดพลาดล่ะ หรือแค่..." เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองเด็กหนุ่มผู้มีรอยยิ้มบางๆ ประดับมุมปากเสมอ "แค่อยากจะหาเรื่องแก้สมการระดับสูงเล่นเพื่ออวดภูมิปัญญาอีกแล้วกันแน่" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขายกมือขึ้นประสานกันบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านคราบหมึกจางๆ บนนิ้วมือ "ผมไม่เคยเอาเวลาอันมีค่าไปใช้เรื่องไร้สาระหรอกครับเอลาร่า โดยเฉพาะในยามที่เดิมพันของเราคือการคว้าสิทธิ์เข้าห้องสมุดหลวงชั้นสาม... ลองมองไปที่ตัวแปรตัวที่เจ็ดในบรรทัดรองสุดท้ายซิครับ คุณลืมคำนวณค่าสัมประสิทธิ์การหักเหของมานาเมื่อมันกระทบกับสนามแม่เหล็กธรรมชาติใต้ดินของลานประลองหรือเปล่า" เอลาร่าชะงัก นิ้วมือที่ถือดินสอเวทมนตร์ค้างเติ่ง เธอก้มลงมองตัวเลขตัวนั้นอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อตรรกะในหัวเริ่มประมวลผลตามคำทักท้วงของเด็กหนุ่ม สมการที่เธอคิดว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติกลับมีรอยรั่วขนาดมหึมาซ่อนอยู่ตรงจุดที่กระแสมานาธรรมชาติบรรจบกันพอดี หากปล่อยไว้ตามแผนเดิม ในวันประลองจริง วงเวทป้องกันคงระเบิดคั้นกลางระหว่างการร่ายคาถาของทีมพวกเขาเองอย่างแน่นอน "ให้ตายสิ..." เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากบางของเธอ เอลาร่าทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ "ถ้าไม่มีคุณคอยตรวจทานรายละเอียดปลีกย่อยแบบนี้ ป่านนี้พวกเราคงโดนแรงระเบิดจากสนามประลองส่งขึ้นไปนอนดูดาวบนฟ้าตั้งแต่รอบแรกแล้วกระมัง" "นั่นคือเหตุผลที่เราต้องร่วมมือกันไงครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็นกันเอง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบแก้วชาสมุนไพรที่เริ่มอุ่นขึ้นมาจิบ "เวทมนตร์สายกระแสหลักของคุณมีความแม่นยำและมั่นคงราวกับหินผา แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มักจะขาดความยืดหยุ่นในการพลิกแพลงตามสถานการณ์เฉพาะหน้า... ในทางกลับกัน ความรู้เชิงทฤษฎีที่ผมมีอาจจะดูเพ้อเจ้อในสายตาคนอื่น แต่มันคือช่องว่างที่สามารถพลิกเกมจากแพ้เป็นชนะได้ในพริบตาเดียว" บทสนทนาหยุดลงชั่วขณะ เสียงกระดาษพลิกดังแผ่วเบาเคล้ากับเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการเป็นเพียงเพื่อนร่วมชั้นผู้เคร่งครัดและเด็กหนุ่มผู้สูญเสียพลังแกนกลาง บัดนี้ได้ถูกหลอมรวมด้วยความเข้าใจและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นผ่านกองตำราและคราบหมึกมาหลายสัปดาห์ งานเทศกาลเวทมนตร์ปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันเพื่อชิงความเป็นหนึ่งของเหล่านักเรียนปีหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือเวทีที่ตระกูลขุนนางเก่าแก่และสภาคณาจารย์ต่างส่งสายตาเข้ามาจับจ้อง สำหรับเรย์ นี่คือโอกาสเดียวที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ต่อให้ไร้ซึ่งแกนกลางเวทมนตร์ในร่างกาย สมองและสติปัญญาของเขาก็สามารถสร้างปาฏิหาริย์ที่เหนือกว่าพวกสายเลือดบริสุทธิ์ได้เช่นกัน "แล้วเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบเวทมนตร์สำหรับสนามประลองจำลองล่ะครับ" เรย์เปลี่ยนหัวข้อสนทนา สายตากลับมาจริงจังขึ้นเมื่อนึกถึงตารางงานที่แน่นขนัด "ผมได้ยินมาว่าทางสภาอาจารย์อนุมัติงบประมาณเพิ่มให้สำหรับทีมตัวแทน แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณหนูจากตระกูลใหญ่จะกว้านซื้อศิลาธาตุคุณภาพสูงไปหมดคลังแสงของสถาบันแล้ว เหลือไว้แต่ศิลาเกรดต่ำที่แทบจะประจุมานาไม่ได้" เอลาร่าขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง ความกังวลฉายชัดบนใบหน้า "เรื่องนั้นฉันก็กำลังกลุ้มใจอยู่เหมือนกันค่ะ พวกตระกูลเวทมนตร์โบราณมักจะใช้วิธีผูกขาดทรัพยากรแบบนี้ทุกปี เพื่อตัดกำลังคู่แข่งจากสามัญชนหรือตระกูลเล็กๆ ถ้าเราไม่มีศิลาเวทเกรดสูงมาหนุนหลังวงเวทควบคุม การร่ายคาถาประสานกลุ่มย่อยในช่วงท้ายของการแข่งขันจะกลายเป็นภาระหนักเกินไปสำหรับแกนพลังของฉันแน่ๆ" เรย์อมยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้เอลาร่ารู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างประหลาด "ใครบอกล่ะครับว่าเราจำเป็นต้องพึ่งพา 'ศิลาเวทเกรดสูง' ที่พวกเขากว้านซื้อไปกันล่ะ" "หมายความว่ายังไง?" "ตามทฤษฎีการหมุนเวียนพลังงานในตำราโบราณยุคแรกเริ่ม..." เรย์เลื่อนแผ่นกระดาษอีกแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเธอ บนนั้นมีลายเส้นสเกตช์วงเวทที่แปลกประหลาดและซับซ้อนเกินกว่าจะพบเห็นได้ในตำราเรียนทั่วไป "ถ้าเราใช้เศษศิลาเวทเกรดต่ำมาร้อยเรียงเข้ากับโครงข่ายตัวนำทองคำขาวขนาดจิ๋ว แล้วปรับความถี่คลื่นมานาให้เกิดการสะท้อนแบบทวีคูณ เราจะสามารถสร้างแหล่งพลังงานที่มีความเสถียรสูงกว่าศิลาเกรดพรีเมียมพวกนั้นเสียอีก แถมยังมีต้นทุนต่ำกว่าเป็นสิบเท่าด้วยซ้ำ" เอลาร่าก้มมองลายเส้นบนกระดาษ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งวิเคราะห์ลึกลงไปในโครงสร้างที่เรย์ออกแบบ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความทึ่ง ความอัจฉริยะของเด็กหนุ่มตรงหน้ามักจะทำให้เธอประหลาดใจได้เสมอ ไม่มีใครในสถาบันแห่งนี้กล้าคิดนอกกรอบขนาดนี้มากอก เพราะทุกคนต่างถูกครอบงำด้วยความเชื่อที่ว่า 'ของแพงย่อมดีกว่าเสมอ' "คุณนี่มัน..." เอลาร่ายิ้มออกมาบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง "บางทีฉันก็สงสัยนะเรย์ ว่าสมองของคุณบรรจุอะไรไว้ข้างในกันแน่ ถึงได้มองเห็นทางออกในจุดที่คนอื่นมองเห็นแต่ทางตัน" "ก็แค่การอ่านหนังสือให้เยอะขึ้นอีกนิด และทำความเข้าใจกฎธรรมชาติให้ลึกซึ้งขึ้นอีกหน่อยเท่านั้นเองครับ" เรย์ตอบพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ในวินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบห้องสมุดใต้ดินก็พลันเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เปลวไฟจากตะเกียงเวทมนตร์บนโต๊ะสั่นไหวรุนแรงก่อนจะดับวูบลงทีละดวง ความมืดมิดโรยตัวเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาวด้านนอก—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของนักเรียนหรืออาจารย์เวรทั่วไป แต่มันคือเสียงก้าวเดินที่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลจนแผ่นกระดาษบนโต๊ะสั่นระริก เรย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ สายตาคมกริบจ้องมองไปยังความมืดเบื้องหน้า มือขวากระชับปากกาขนนกในมือมั่น เสมือนมันเป็นดาบเล่มโต เอลาร่าขยับเข้ามาใกล้ ร่ายคาถาจุดแสงสว่างขึ้นที่ปลายนิ้ว แสงสีฟ้าอ่อนส่องให้เห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวพ้นประตูเหล็กเข้ามา บุคคลปริศนาสวมผ้าคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดลึก แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเรย์เต้นระรัวไม่ใช่ความน่ากลัวของบรรยากาศ หากแต่เป็นเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างกะทันหัน—เสียงที่ไม่ได้ดังมานานนับเดือน *(ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานระดับ SSS ในรัศมี 10 เมตร)* *(คำเตือน: วัตถุแปลกปลอมกำลังเข้าใกล้เป้าหมายสำคัญ ระบบกำลังเปิดใช้งานโหมดป้องกันฉุกเฉิน)* *(เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: ผู้มาเยือนมิใช่มนุษย์... แต่เป็นผู้ครอบครอง 'เศษเสี้ยวตำราโบราณ' ที่สูญหายไปเมื่อสามร้อยปีก่อน)* เรย์หรี่ตาลง จ้องมองเงาร่างนั้นที่หยุดยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนที่มือภายใต้ผ้าคลุมสีดำจะค่อยๆ ดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวและดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ในที่สุดก็หากลุ่มคนที่น่าสนใจจนได้สินะ... เรย์ ฮาร์ท" ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของผมมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%