กลิ่นอายของดินชื้นและเศษซากใบไม้ผุคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน ทว่าสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าบรรยากาศอันวังเวงของเขตแดนรอบนอก คือสายตาสองคู่ที่กำลังจับจ้องแผ่นกระดาษหนหนังแกะในมือของผมอย่างไม่วางตา
"พิกัดระบุไว้ว่าตรงนี้... แต่ข้าไม่เห็นทางเดินสักนิด เรย์ เจ้าแน่ใจนะว่าเราไม่ได้เดินวนกลับมาที่เดิมเป็นรอบที่สามแล้ว?"
เอลาร่า วินด์วอล์คเกอร์ ป้องปากกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหงุดหงิดเล็กน้อย เปลวไฟเวทมนตร์สีฟ้าครามที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอกะพริบไหววับ ขับเน้นให้ใบหน้าอันเคร่งเครียดของหัวหน้าห้องสาวดูจริงจังขึ้นไปอีกขั้น เธอยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากอย่างเคยตัว ขณะที่ดวงตาส่อแววเคลือบแคลงในตัวผม ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เรามักจะเห็นไม่ตรงกันในรายละเอียดปลีกย่อย
ผมพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อคลุมอย่างใจเย็น ก่อนจะกวาดสายตามองผ่านม่านหมอกสีเทาหนาทึบที่ปกคลุมไปทั่วผืนป่าต้องห้าม "ป่าต้องห้าม" ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นมาเพื่อขู่เด็กนักเรียนเล่นๆ แต่ความกดดันทางเวทมนตร์ที่หนาแน่นจนแทบจะควบแน่นเป็นหยดน้ำในบรรยากาศต่างหาก ที่เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าที่นี่คือเขตแดนอันตรายนอกรั้วสถาบัน
"เราไม่ได้เดินวนครับเอลาร่า... แต่มีบางอย่างกำลังพยายาม 'บิดเบือน' แผนที่ในหัวของเราต่างหาก" ผมตอบเสียงนุ่ม พร้อมกับเคาะนิ้วชี้ลงบนขมับเบาๆ
สมุดจดสูตรลับในมิติเก็บของส่งเสียงสั่นพึมพำเบาๆ คล้ายกับเรดาร์ที่กำลังตรวจจับคลื่นความถี่ประหลาด ในฐานะผู้สูญเสียพลังแกนกลาง การพึ่งพาประสาทสัมผัสทางกายภาพย่อมเป็นเรื่องโง่เขลา สิ่งที่ผมใช้คํานวณเส้นทางในตอนนี้ไม่ใช่พลังมานา แต่คือ 'ตรรกะทางเรขาคณิตเวท' ที่หลงเหลือร่องรอยการร่ายอาคมพรางตาไว้ทั่วบริเวณ
"ตรรกะบิดเบือนงั้นเหรอ?" เอลาร่าทวนคำ ขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นปรากฏระหว่างคิ้ว "อาคมระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่สัตว์เวททั่วไปจะทำได้... หรือว่ารายงานข่าวกรองของสถาบันเรื่องกลุ่มคนที่แฝงตัวเข้ามาในเขตป่าชั้นในจะเป็นเรื่องจริง?"
"ถ้าคุณหมายถึงพวกที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เมื่อคืนก่อน... ผมเกรงว่าพวกมันไม่ได้แค่แฝงตัวหรอกครับ" ผมย่อตัวลง ใช้ปลายไม้เท้าเขี่ยเศษดินร่วนบริเวณโคนต้นไม้อายุหลายร้อยปีขึ้นมา เม็ดดินตรงนั้นมีคราบสีดำสนิทและไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆ แม้แต่แมลงตัวเล็กๆ "ดูนี่สิครับ มานาธรรมชาติรอบรัศมีสามเมตรนี้ถูกดูดกลืนจนหมดเกลี้ยงในชั่วข้ามคืน นี่ไม่ใช่ฝีมือของเวทมนตร์สายธรรมชาติ แต่เป็น 'ระบบดูดกลืนแกนกลาง' ที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าอะไร"
เอลาร่าก้าวเข้ามาใกล้ ชะโงกศีรษะมองร่องรอยนั้น สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็นความตื่นตัวในทันที เธอยกมือขึ้นร่ายคาถาตรวจสอบเบื้องต้น แสงสีฟ้าแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพื่อวิเคราะห์ธาตุ "พลังงานมืดผสมผสานกับวงแหวนเวทต้องห้าม... เรย์ นี่มันรูปแบบเดียวกับอาคมที่เคยใช้ทำลายหอคอยวิจัยเมื่อสามปีก่อนไม่ใช่เหรอ?"
"ถูกต้องครับ และนั่นหมายความว่า เป้าหมายของภารกิจนอกสถาบันในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเก็บตัวสมุนไพรหายากตามใบมอบหมายงานอย่างแน่นอน"
ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ประกายความตื่นเต้นในอกกลับเต้นเร่าด้วยความท้าทาย สมุดจดสูตรลับในห้วงความคิดเริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่ง ตัวเลขสมการและทฤษฎีเวทมนตร์ไหลผ่านสมองราวกับสายน้ำหลาก นี่คือสนามสอบจริงที่ไม่มีอาจารย์คอยกางบาตรคุ้ม
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีทองที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาผมเพียงผู้เดียว
[ระบบตรวจพบความผิดปกติระดับความยาก: SSS]
[ภารกิจเฉพาะกิจ: เปิดโปงรังลับของกลุ่มเงาโลหิต ณ ใจกลางป่าต้องห้าม]
[เงื่อนไขความสำเร็จ: เอาชีวิตรอดและเก็บบันทึกข้อมูลวงแหวนเวทต้นกำเนิด]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียสิทธิ์ในการเข้าเรียนถาวร และสูญเสียความทรงจำบางส่วน]
ผมหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความแจ้งเตือนนั้นจบ ระบบช่างรู้ใจและสรรหาความยุ่งยากมาให้ผมได้ตลอดเวลาจริงๆ เสียอย่างเดียวคือบทลงโทษมันรุนแรงเกินกว่าจะเรียกว่าบททดสอบของนักเรียนปีหนึ่งเสียด้วยซ้ำ
"เรย์... หน้าตาคุณดูไม่ค่อยดีเลยนะ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?" เอลาร่าเอ่ยถามด้วยความห่วงใยปนสงสัย เมื่อเห็นผมนิ่งเงียบไปนานผิดปกติ
"เปล่าหรอกครับ... แค่รู้สึกว่าอากาศวันนี้ช่างสดชื่นเหมาะกับการออกกำลังกายเสียจริง" ผมตอบพร้อมกับหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะสะบัดข้อมือเตรียมตั้งรับ "เตรียมตัวให้พร้อมเถอะครับเอลาร่า ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญของเรา จะไม่ได้มากันแค่ลำพังเสียแล้ว"
สิ้นเสียงของผม เงาร่างสีดำนับสิบก็พุ่งทะยานออกมาจากยอดไม้สูงใหญ่ เร็วกว่าสายตาปกติจะทันมองเห็น อาวุธเคลือบสารพิษสะท้อนแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมา เสียงแหบพร่าคล้ายเสียงกระซิบของคนตายดังระงมไปทั่วสารทิศ ปิดตายทุกเส้นทางถอยของเราทั้งสองคนอย่างไร้ทางหนี
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมดาบเล่มแรกพุ่งเข้าประชิดลำคอของผม เอลาร่าก็ไม่รอช้า เธอร่ายคาถากระแสลมวนรอบตัวอย่างรวดเร็ว ปัดป้องการโจมตีออกไปได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น แม้เราจะต่างกันสุดขั้วในเรื่องวิธีคิด แต่มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิความเป็นความตายนี้ ทำให้เรากลายเป็นฟันเฟืองที่ลงตัวที่สุด
"ระวังตัวด้วยล่ะ เรย์! ถ้าคุณพลาดท่า ฉันไม่มีทางแบกคุณกลับสถาบันคนเดียวแน่ๆ!" เธอตะโกนแข่งกับเสียงลมพายุที่เธอก่อขึ้น
"วางใจได้เลยครับหัวหน้าห้อง มือใหม่อย่างพวกมัน คงต้องใช้ตำราอีกหลายเล่มกว่าจะล้มเราได้" ผมยิ้มรับ มือขวาเอื้อมไปหยิบไม้เท้าเวทมนตร์ขึ้นมาค้ำยันพื้น พร้อมกับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเพื่อคำนวณจุดอ่อนของวงแหวนเวทศัตรู
แต่ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของการปะทะนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเราก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาที่หลับใหลอยู่ใต้ดินกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากนิทราอันยาวนาน ไอหมอกสีดำทะมัดทะแมงพวยพุ่งทะลุขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นดิน บิดเบี้ยวเป็นรูปร่างของอสูรกายไร้หน้าที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่จ้องมองมาที่เราเป็นตาเดียว
บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว และก่อนที่ผมจะทันได้เปิดหน้าต่างวิเคราะห์ข้อมูลของมัน เสียงทุ้มต่ำอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของผมและเอลาร่าพร้อมๆ กัน ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก
*"ในที่สุด... ก็มีเหยื่อรสชาติโอชาตกลงมาในกับดัก... เจ้าหนูแห่งตระกูลฮาร์ท"*
ดวงตาสีแดงฉานทุกคู่เบนความสนใจมาที่ผมเพียงคนเดียว พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนร่างจนแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อสัมผัสได้ถึงระดับพลังที่เหนือกว่าขอบเขตของมนุษย์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเราในทุกๆ หน้ากระดาษนะครับ
เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา•ตอนที่ 12
บททดสอบในป่าต้องห้าม
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทตกอับกับสมุดจดสูตรลับฉบับพลิกตำรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!