“คุณคิดว่าน้ำตาไม่กี่หยด กับคำขอโทษที่มาช้าไปสามปี จะพייהล้างความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือคะ คุณธาวิน”
น้ำเสียงของศิรินทร์ราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกเสียจนคนฟังรู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยคมมีดน้ำแข็ง เธอยืนกอดอกพิงบานกระจกใสของเพนต์เฮาส์หรูหรา มองชายหนุ่มที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสามีด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใย
ธาวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบทุกครั้งที่ได้ยินน้ำเสียงห่างเหินเช่นนั้น สลักสำคัญอันใดเล่าที่เขาเคยทอดทิ้งผู้หญิงคนนี้ไปอย่างไร้ความปรานี ปล่อยให้เธอจมอยู่กับความเดียวดายและน้ำตาในค่ำคืนอันหนาเหน็บ แต่วันนี้... วันที่ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีเงาของเขาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เขากลับตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าโลกทั้งใบของเขามันพังทลายลงเพียงใดหากไม่มีเธอ
“ผมไม่ได้ขอให้คุณอภัยให้ผมตอนนี้... ศิรินทร์” ธาวินก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย ราวกับเกรงว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ดวงตาคมกริบทอประกายความเวทนาและโหยหาอย่างสุดซึ้ง “แต่ได้โปรด... มองผมอีกครั้งเถอะนะ มองผู้ชายที่กำลังจะตายทั้งเป็นคนนี้ด้วยสายตาแบบเดิมที่คุณเคยมี”
“สายตาแบบเดิม?” ศิรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย “คุณคงลืมไปแล้วกระมังคะว่าคนที่ทำลายสายตาแบบนั้นด้วยมือของคุณเอง คือใคร”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นตอกย้ำความผิดบาปในอดีตจนธาวินแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกผิดกัดกินขั้วหัวใจจนด้านชา แต่กระนั้น เปลวไฟแห่งความปรารถนาและแรงดึงดูดยังคงโหมกระหน่ำอยู่ใต้ผิวหนังของเขาอย่างบ้าคลั่ง เขารู้ดีว่ามันผิดเวลาและไม่ควร แต่ยิ่งเห็นความเข้มแข็งและเย่อหยิ่งในตัวเธอ ยิ่งทำให้เขาอยากทำลายเกราะกำบังนั้นให้แหลกคามือ อยากให้เธอกรีดร้องเรียกชื่อเขาด้วยความลุ่มหลงเช่นเดียวกับในอดีต
บรรยากาศภายในห้องส่วนตัวที่เงียบงัดและอบอวลด้วยกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของศิรินทร์เริ่มระอุขึ้น ธาวินขยับเข้าไปประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางแนบติดกับกระจกใสไร้ทางหนี ศิรินทร์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันไม่ยอมแพ้
“ถอยไปนะคะ ธาวิน” เธอเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย เมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเขาวางทาบลงบนกระจกโอบล้อมร่างเธอไว้
“ถ้าผมไม่ถอยล่ะ... ศิรินทร์” เสียงทุบต่ำพร่าระรื่นดังชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน ธาวินก้มลงซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่น สูดกลิ่นกายที่เขาโหยหามาเนิ่นนานราวกับคนขาดอากาศหายใจ “คุณจะทำยังไง จะผลักไสผม หรือจะปล่อยให้ผมชดใช้ความผิดนี้ด้วยร่างกายและจิตวิญญาณของผมดี”
“คนฉวยโอกาส!” ศิรินทร์พยายามเบือนหน้าหนี แต่เรียวปากอุ่นจัดของชายหนุ่มกลับไล้เลียไปตามแนวคอขาวผ่องอย่างอุกอาจ ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังจนเรียวขาเธอแทบอ่อนแรง สัมผัสที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนครั้งใหม่นี้กำลังสั่นคลอนความตั้งใจอันแน่วแน่ของเธอ
“ใช่... ผมมันเห็นแก่ตัว” ธาวินพึมพำชิดริมผิวเนื้อนุ่ม มือหนาเลื่อนลงโอบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน เพลิงสวาทที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความเย็นชาตลอดหลายเดือนปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้พิภพ
ศิรินทร์หอบหายใจระรัวเมื่อฝ่ามืออุ่นร้อนของเขาแทรกซึมเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามไปทั่วร่าง แรงขัดขืนที่มีเริ่มเลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยความสั่นสะท้านจากสัมผัสที่จู่โจมอย่างช่ำชอง ธาวินจุมพิตหนักหน่วงลงบนเรียวปากอิ่มที่เคยปฏิเสธเขา บดขยี้ความเย่อหยิ่งและทิฐิให้มลายหายไปด้วยรสจูบที่ทั้งดุดันและเว้าวอนในเวลาเดียวกัน
เรียวลิ้นร้อนล้ำรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างไร้ความปรานี ศิรินทร์ส่งเสียงประท้วงในลำคอ ก่อนที่มือบางจะเปลี่ยนเป็นจิกกำไหล่กว้างของเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่าน เคมีอันร้อนแรงระหว่างอดีตสามีภรรยาคู่นี้ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม สัญชาตญาณดิบและการโหยหากันและกันเข้าครอบงำทุกลมหายใจ
ธาวินอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากเป็นอิสระ ศิรินทร์เกี่ยวเรียวขาเข้ากับเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณและการตอบสนองทางร่างกายยังคงจำได้ดีราวกับไม่เคยพรากจากกัน เสื้อผ้าหลุดร่วงกองลงกับพื้นทีละชิ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
บนเตียงนอนกว้างที่รายล้อมด้วยแสงไฟสลัวจากภายนอก ร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ธาวินทาบทับลงมาด้วยความปรารถนาอันล้นปรี่ ดวงตาคมมองสำรวจเรือนร่างเย้ายวนที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเป็นเจ้า
“ศิรินทร์... คุณเป็นของผม” เขาคำรามเสียงพร่าข้างกกหู ก่อนจะประทسكจุมพิตซับซ้อนไปทั่วแผ่นอกอิ่มและหน้าท้องราบเรียบ
สัมผัสที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและความสุขสมที่ถักทอร่วมกัน ความเจ็บปวดในอดีตถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่เผาไหม้ตัวตนทั้งสองให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ศิรินทร์แอ่นกายรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจแม้จะเจ็บใจตัวเองที่พ่ายแพ้ต่อเขาอีกครั้ง เสียงครางหวานหูผสานกับเสียงหอบหนักหน่วงของชายหนุ่มดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน...
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังลุ่มลึกและเร่าร้อนถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
“คุณแม่ครับ! คุณแม่ขา ปะป๋าบอกว่าซื้อของเล่นมาฝากผม... เอ๊ะ ทำไมห้องล็อกล่ะครับ?”
ธาวินชะงักกึก ร่างกายที่กำลังแนบชิดอยู่บนร่างนุ่มแข็งทื่อในทันที ส่วนศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าถอดสีเมื่อตระหนักว่าใครคือเจ้าของเสียงนั้น และใบหน้าของเด็กชายคนดังกล่าวถอดแบบมาจากใครอย่างไร้ที่ติ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นในตอนนี้นะคะ รสรินกลิ่นกำมะหยี่สัญญาว่าความลับทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้าค่ะ!
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 19
เปลวไฟที่เผาไหม้ตัวตน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!