กลิ่นอายของไวน์แดงบอร์โดซ์ราคาแพงยังคงอบอวลอยู่ปลายลิ้น ทว่าความขมปร่าในหัวใจของศิรินทร์กลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด แสงไฟสลัวจากโคมไฟคริสตัลระยิบระยับสะท้อนลงบนเรือนร่างอรชรที่ถูกห่อหุ้มด้วยชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิท ดีไซน์เว้าหลังลึกเปิดเผยผิวเนียนละเอียดที่ตอนนี้กำลังลุกไหม้ด้วยแรงอารมณ์ที่เธอพยายามต้านทานสุดกำลัง
“คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำนั้น ธาวิน”
น้ำเสียงของศิรินทร์ราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ธาวินก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด ระยะห่างระหว่างกันถูกร่น50เซนติเมตร… 30เซนติเมตร… จนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศหายใจ ดวงตาคมกริบของอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกและความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี
“ผมรู้… ผมรู้ดีว่าผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ตรงนี้ ศิรินทร์” ธาวินเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เปลือยเปล่าของเธอเมื่อเขาก้มลงกระซิบชิดริมหู “แต่ถ้าสิทธิ์นั้นมันแลกมาด้วยลมหายใจทั้งชีวิตของผม… ผมก็ยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้คุณกลับมามองผมด้วยสายตาแบบเดิมอีกครั้ง”
“สายตาแบบเดิมที่คุณเคยเหยียบยย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีน่ะเหรอคะ?” ศิรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจข้างในจะสั่นไหวรุนแรงเพียงใดกับสัมผัสจากไอร่างของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา “คุณมันเห็นแก่ตัว ธาวิน ตอนที่ฉันอยู่ คุณไม่เคยเห็นค่า พอฉันเดินออกมาได้ คุณกลับทำตัวเป็นหมาหวงก้าง… ปล่อยฉันค่ะ!”
เธอบิดข้อมือจากการเกาะกุมของเขา แต่ธาวินกลับยิ่งเพิ่มแรงรั้ง ลากเอวบางเข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้างอย่างไร้ความปราณี ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาทาบทับลงมา ปลุกเร้าความทรงจำเก่าๆ ที่ศิรินทร์พยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งความเจ็บปวด
“ผมไม่ได้หวงก้าง… ศิรินทร์” ดวงตาของชายหนุ่มลẫกซึ้งและจริงจังจนน่ากลัว นิ้วแกร่งเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนออกอย่างแผ่วเบາ ราวกับเผลอไผลไปกับความงดงามที่เขาเคยทิ้งขว้าง “ผมรักคุณ… ผมรักคุณศิรินทร์ ได้ยินไหม”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกนั้นไม่ใช่คำพูดลอยๆ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความสำนึกผิด จนลมหายใจของศิรินทร์สะดุดกึก ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีตั้งกำแพงไว้สูงลิ่ว กลับถูกหลอมละลายลงด้วยความร้อนผ่าวจากสายตาคู่นั้น
ธาวินไม่รอให้เธอได้เอื้อnคำปฏิเสธใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ
สัมผัสแรกเต็มไปด้วยความเว้าวอนและโหยหา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนดุดันตามสัญชาตญาณดิบของผู้ชายที่อด
ทนรอคอยมานาน ศิรินทร์เผยอริมฝีปากขึ้นด้วยความตกใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่ลิ้นร้อนล้ำลึกแทรกซึมเข้าไปกอบกุมความหวานภายในอย่างอุกอาจ รสชาติของไวน์ผสมผสานกับความวาบหวามทำให้สมองของเธอขาวโพลนในพริบตา
มือแกร่งของธาวินสอดเข้า
ใต้เรือนผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิททุกสัดส่วน ศิรินทร์ส่งเสียงประท้วงในลำคอ มือเรียวทุบลงบนอกกว้างเพื่อระบายความสั่นไหว แต่แรงอันน้อยนิดนั้นกลับยิ่งเหมือนการเชื้อเชิญให้เขาอุกอาจมากยิ่งขึ้น
ความทรงจำเก่าๆ และความปรารถนาที่ถูกกดทับระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก เมื่อริมฝีปากของเขาเคลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบาๆ จนร่างบางสะท้านเฮือก ความซาบซ่านแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ชุดราตรีสีดำที่เคยสวมใส่อย่างมั่นคง บัดนี้กลับร่วงหล่นลงมาถึงข้อศอกอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของชายหนุ่มที่ควบคุมตัวเองไม่อยู่
“ธาวิน… อื้อ…” เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่บวมเจ่อ เมื่อความเย็นของอากาศภายในห้องปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าที่ถูกเปิดเผยต่อหน้าเขา แต่ความหนาวนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มจากฝ่ามือหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างทะนุถนอมและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน
ธาวินอุ้มร่างบางขึ้นจนขาทั้งสองข้างต้องเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ ศิรินทร์กรีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจก่อนจะใช้แขนเรียวโอบรอบลำคอแกร่งไว้แน่นเพื่อพยุงตัว ชายหนุ่มก้าวเดินไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องโดยไม่ละริมฝีปากออกจากซอกคอระหงแม้แต่วินาทีเดียว ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมคราม
เมื่อร่างของเธอล้มลงบนความนุ่มของฟูกนอน ธาวินก็ตามทาบทับลงมาทันที ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและร่องรอยแห่งความเป็นชายกดทับลงมาอย่างพอดี น้ำหนักของเขาไม่ได้ทำให้เธอบดอัด แต่กลับสร้างความรู้สึกเต็มตื้นและปลอดภัยอย่างประหลาด
ดวงตาคมกริบมองสำรวจเรือนร่างอรชรที่ไร้สิ่งปกปิดภายใต้แสงสลัว สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลบูชา ราวกับเธอดั่งเทพธิดาผู้สูงส่งที่เขาไม่คู่ควรแต่มันกลับอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้วในเวลานี้
“ศิรินทร์… คุณคือทุกลมหายใจของผม” เสียงกระซิบแหบพร่าข้างริมหู พร้อมกับจูบซับน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าตาของเธอโดยไม่รู้ตัว ความเปราะบางที่ศิรินทร์พยายามปกปิดมาตลอดพังทลายลงในอ้อมแขนนี้
บทเพลงรักอันร้อนแรงและลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิด ความเจ็บปวดในอดีตถูกชำระล้างด้วยสัมผัสอันอ่อนโยนแต่เร่าร้อน สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ จังหวะของลมหายใจและการเคลื่อนไหวหลอมรวมเป็นทำนองเพลงแห่งการไถ่บาปและการเริ่มต้นใหม่ โดยที่ไม่มีใครยอมปล่อยมือจากกันอีกต่อไป
ทว่า… ในขณะที่ความสุขสมกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูสัมผัส เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักส่วนตัวกลับดังขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบงัน
*ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก…*
ธาวินชะงักการเคลื่อนไหว ลมหายใจหอบสะท้านขณะที่ขมับมีเหงื่อซึม ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามผลักอกเขาออกเบาๆ
“ใครมาดึกป่านนี้…” เสียงเธอกระซิบสั่นพร่า
ธาวินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาก้มลงจูบหน้าผากมนอย่างปลอบโยนก่อนจะลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างลวกๆ แล้วเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าถมึงทึงที่พร้อมจะอาละวาดใส่ผู้มาเยือนยามวิกาล
แต่ทันทีที่บานประตูเปิดออก สายตาคมกริบของธาวินก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก เมื่อพบกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวสี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าห้อง พร้อมกับผู้หญิงแปลกหน้าที่ถือแฟ้มเอกสารบางอย่างในมือ
“คุณพ่อคะ… คุณแม่บอกให้หนูเอาเอกสารผลตรวจนี่มาให้คุณพ่อเซ็นค่ะ”
เด็กชายเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ขณะที่ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับธาวินราวกับส่องกระจก… และในแฟ้มเอกสารที่เปิดอ้างว้างอยู่หน้าปกนั้น คือ "ผลตรวจ DNA" ฉบับจริงที่ระบุความสัมพันธ์ชัดเจนอย่างไร้ข้อกังขา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับมรสุมหัวใจของศิรินทร์ในบทนี้นะคะ
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 25
จังหวะหัวใจที่เต้นตรงกัน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!