มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 24

ข้างเตียงคนไข้

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นไอโอดีนผสมผสานกับน้ำยาฆ่าเชื้อราคาถูกลอยอลวนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ V.I.P. ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ศิรินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีครีม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววเรียบเฉยราਤน้ำแข็ง ทว่าหัวใจข้างในกลับไหววูบทุกครั้งที่ปรายตามองไปยังเตียงผู้ป่วย ร่างสูงใหญ่ของธาวิน อดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้กลับนอนซมอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด สายน้ำเกลือระโยงระยางเข้าที่หลังมือหนา ใบหน้าคมคายที่เคยปรากฏแต่รอยยิ้มเยแยวชาและแววตาดูแคลน ในยามนี้กลับซีดเซียวและมีร่องรอยความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ไข้สูงจากแผลติดเชื้อที่เกิดจากการลุยฝนมาดักรอเธอหน้าคอนโดมิเนียมเมื่อคืนก่อน กลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านต้องมานอนหมดสภาพอยู่ตรงนี้ โดยมีเธอ... ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย นั่งเฝ้าไข้อยู่เพียงลำพังตามคำสั่งของคุณแม่เขาที่โทรมาขอร้องด้วยน้ำตานองหน้า "คุณ... ดื่มน้ำหน่อยไหมคะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งความห่วงใยเจือปน ทว่ามันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้เปลือกตาหนาที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ ธาวินพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่ความอ่อนเพลียทำให้เขาทำได้เพียงส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ใบหน้าซูบผอมหันมามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล แววตาของเขาในตอนนี้ช่างเว้าวอนและเปราะบางเสียจนศิรินทร์ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความไหววูบในอก "ศิริน..." เสียงแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งผาก "ผม... นึกว่าคุณจะกลับไปแล้ว" "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณแม่โทรมาขอร้อง ฉันคงไม่มานั่งหายใจทิ้งอยู่ในห้องนี้หรอกค่ะคุณธาวิน" ศิรินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นและเชือดเฉือนเพื่อเกราะกำบังหัวใจตัวเอง "จำไม่ได้แล้วหรือคะว่าเราหย่ากันขาดแล้ว หน้าที่ภรรยา... ฉันหมดพันธะไปนานแล้วค่ะ" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ธาวินหลับตาลงอย่างเจ็บปวด เขารู้ดีว่าทุกถ้อยคำที่เธอเอ่ยออกมาล้วนเป็นผลลัพธ์จากความโง่เขลาและใจร้ายของเขาเองในอดีต มือหนาที่ไร้เรี่ยวแรงเอื้อมไปคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความยากลำบาก ทว่าปลายนิ้วกลับสั่นเทาจนเกือบทำแก้วหลุดมือ ศิรินทร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ สุดท้ายความใจอ่อนที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชาก็ยอมพ่ายแพ้ เธอลุกขึ้นเดินสาวเท้าเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย คว้าแก้วน้ำพร้อมหลอดมาจ่อที่ริมฝีปากของเขาโดยไม่เอื้อ Aเอ่ยคำพูดใด ธาวินมองหน้าเธอนิ่ง ดวงตาคมเข้มฉายแววสำนึกผิดลึกซึ้ง เขายอมดื่มน้ำอุ่นที่เธอป้อนให้อย่างว่าง่าย ราวกับลูกนกหลงทางที่เพิ่งได้พบรังอันอบอุ่น ปลายนิ้วมือข้างที่ไม่ได้ให้น้ำเกลือของเขาค่อยๆ เอื้อมออกไปหมายจะสัมผัสหลังมือเรียวที่ถือแก้วอยู่ แต่ศิรินทร์ไวกว่า เธอดึงมือกลับทันทีราวกับโดนของร้อน พร้อมกับวางแก้วลงที่เดิมกระแทกกระทั้นเบาๆ "อย่าลามปามค่ะคุณธาวิน" เธอยืนกอดอก สายตาคมกริบจ้องมองเขาเขม็ง "เราเคลียร์กันชัดเจนแล้วนะคะว่าสถานะของเราคืออะไร อย่าทำท่าทางเหมือนคนอาลัยอาวรณ์มันน่าสมเพชค่ะ" "ผมรู้..." ธาวินแค่นยิ้มขื่นๆ ให้กับตัวเอง ดวงตาแดงก่ำด้วยพิษไข้และหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำกับคุณมันไม่มีวันลบล้างได้ ผมสมควรได้รับความเกลียดชังจากคุณ... ศิริน แต่... แต่ขอร้องล่ะ อย่าทำสายตาห่างเหินแบบนั้นใส่ผมเลย มันทรมานยิ่งกว่านอนซมอยู่บนเตียงนี่เสียอีก" "ทรมานเหรอคะ?" ศิรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ หยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจรื้นขึ้นที่ขอบตาก่อนจะถูกกักเก็บไว้ด้วยความแข็งแกร่ง "คุณรู้ด้วยเหรอว่าความทรมานมันเป็นยังไง? วันที่คุณทิ้งฉันให้อยู่คนเดียวในค่ำคืนที่ฝนตกหนัก วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภรรยาไร้ค่าที่คุณแต่งเพราะความจำเป็น... ตอนนั้นคุณเคยคิดบ้างไหมว่าฉันรู้สึกยังไง?!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักผู้ป่วยชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังติ๊ดๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ธาวินอึ้งงันไปกับคำตัดพ้อที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในอดีต เขายันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างทุลักทุเล ก่อนจะเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงทั้งหมดที่มี แม้ศิรินทร์จะพยายามสะบัดหนีแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย "ปล่อยฉันนะ!" เธอดุ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ไม่... ผมจะไม่ปล่อยอีกแล้ว" ธาวินดึงรั้งข้อมือเธอให้เข้ามาใกล้ จนร่างระหงต้องโน้มตัวลงตามแรงโน้มถ่วง ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้กันจนรับรู้ถึงความปั่นป่วนในอากาศ "ศิริน... ผมขอโทษ ผมขอโทษจริงๆ" เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเอ่ยซ้ำๆ อย่างคนหมดสภาพ อดีตประธานหนุ่มผู้เคยค้ำฟ้า ยอมคุกเข่าทางใจแทบเท้าผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ "ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหม... ให้ผมได้ทำหน้าที่ผู้ชายคนนี้ คอยดูแลปกป้องคุณเหมือนที่สามีคนหนึ่งควรจะทำ... ได้โปรด" ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรง หัวใจดวงน้อยที่พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งหนาเตอะห่อหุ้มไว้ บัดนี้กำลังถูกความร้อนรุ่มจากสายตาและสัมผัสของเขาละลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เคมีอันตรายที่เคยผูกพันกันทั้งร่างกายและจิตวิญญาณกำลังตื่นตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ความโกรธแค้น ความเจ็บปวด และความโหยหาในอดีตตีรวนกันจนปั่นป่วน ศิรินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก มือข้างที่ถูกกุมไว้ร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟแผดเผา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนานนับปีปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายให้ตื่นขึ้น ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกันทำให้บรรยากาศในห้อง V.I.P. แคบลงถนัดตา ธาวินมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เม้มเข้าหากันอย่างอดกลั้น ความปรารถนาลึกซึ้งที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความสำนึกผิดทะยานขึ้นสูง สัญชาตญาณนักล่าในอดีตถูกแทนที่ด้วยความโหยหาอย่างบ้าคลั่ง มือหนาที่กุมข้อมือเปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นโอบประคองท้ายทอยเรียวระหงเอาไว้ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้พวงแก้มเนียนใสอย่างทะนุถนอม ราวกับเผลอไผลไปกับความเปราะบางที่ปรากฏบนใบหน้าของอดีตภรรยา "คุณ... อื้อ..." คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อธาวินรั้งร่างบางให้โน้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะทวีความเร่าร้อนและลึกล้ำขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหยหามาเนิ่นนาน จุมพิตที่เริ่มต้นด้วยความโหยหาและคราบน้ำตา แปรเปลี่ยนเป็นรสจูบอันร้อนรุ่มและวาบหวาม ศิรินทร์พยายามจะขัดขืนแต่เรียวแรงกลับละลายหายไปกับสัมผัสคุ้นเคยที่เธอโหยหามาตลอดค่ำคืนอันโดดเดี่ยว ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงัน มือเรียวที่เคยผลักไส บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตตรงหน้าอกเขาแน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มลงไป ธาวินผละริมฝีปากออกนิดเดียวเพื่อตักตวงอากาศหายใจ สายตาร้อนแรงพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียนขณะที่เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มแผ่วเบาจนศิรินทร์ต้องแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลือนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงแรงปรารถนาของผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่โหยหากันและกันอย่างบ้าคลั่งบนเตียงคนไข้ ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังเร่าร้อนและก้าวล่วงเลยเถิดไปไกลเกินกว่าคำว่าอดีตสามีภรรยา เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! "คุณศิรินคะ ดิฉันเอาเอกสารด่วนจากบริษัทมาให้เซ็นค่ะ..." เสียงพนักงานเลขาฯ หน้าห้องดังทะลุเข้ามาพร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังจะเปิดออก! ธาวินชะงักกึก ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สติสัมปชัญญะกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เธอกระชากร่างตัวเองออกจากอ้อมแขนเขาอย่างแรงจนเกือบเซสะดุดขอบเตียง ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่ประตูกำลังเปิดอ้าออกเผยให้เห็นร่างของเลขาฯ สาวก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ทว่าสิ่งที่ทำให้ศิรินทร์แทบหยุดหายใจ ไม่ใช่การเกือบถูกจับได้ว่ากำลังัวเวียอยู่บนเตียงคนไข้... แต่เป็นซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองหนึ่งในมือของเลขานุการ ที่จ่าหน้าซองด้วยตัวอักษรตัวโตจาก "สถาบันนิติเวชวิทยา" พร้อมกับตราประทับลับสุดยอด... ซึ่งบรรจุผลตรวจ DNA ของเด็กชายวัยสี่ขวบ ที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับธาวินไม่มีผิดเพี้ยน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับมรสุมหัวใจของศิรินทร์ในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%