เสียงกรีดร้องของโลหะที่บิดเบี้ยวและแรงกระแทกอันรุนแรงยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของศิรินทร์ ร่างบางสั่นเทิ้มในอ้อมแขนที่โอบกอดเธอไว้แน่นจนแทบกลายเป็นเนื้อเดียวกัน กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องที่รั่วไหลคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศอับชื้นใต้โครงสร้างคอนกรีตของลานจอดรถร้างแห่งนี้
เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเกิดขึ้นเร็วเสียจนสมองของเธอแทบประมวลผลไม่ทัน เมื่อเสาปูนขนาดใหญ่ที่ถูกคนร้ายผู้ปองร้ายลอบตัดฐานไว้กำลังจะถล่มลงมาทับร่างของเธอที่ก้าวเดินสะดุดล้มอย่างไร้ทางป้องกัน ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ร่างสูงตระหง่านของธาวินกลับพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับสัญชาตญาณดิบ เขาใช้แผ่นหลังกว้างของตนเองเป็นโล่กำบังรับแรงกระแทกจากเศษปูนและคานเหล็กที่ร่วงหล่นลงมาอย่างไม่คิดชีวิต
"คุณธาวิน... คุณบ้าไปแล้วหรือไง!"
ศิรินทร์หวีดร้องออกมาด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว มือเรียวบางพยายามผลักดันแผ่นอกกว้างของอดีตสามีที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบเลือดสดๆ ที่ไหลซึมทะลุเสื้อสูทเนื้อดีออกมาอย่างน่ากลัว
ธาวินกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยและเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร้อนผ่าว และติดขัด แต่กระนั้น วงแขนแข็งแกร่งที่โอบกอดเธอไว้กลับยิ่งกระชับแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากเขาปล่อยมือ ศิรินทร์จะหายวับไปกับตา
"ผม... ผมไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณ... ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของผมก็ตาม ศิรินทร์" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก เลือดสีแดงฉานไหลรินจากขมับหยดลงมาโดนพวงแก้มเนียนของเธอ ความอุ่นร้อนของมันช่างบีบคั้นหัวใจดวงที่ด้านชาของศิรินทร์ให้ปวดหนึบขึ้นมาอย่างรุนแรง
กำแพงน้ำแข็งที่เธอใช้เวลาสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา กำลังพังทลายลงทีละน้อยท่ามกลางเศษซากปรักหักพังและความเสียสละที่ไร้ซึ่งข้อแม้ของผู้ชายคนนี้
ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ความโกรธแค้น ชิงชัง และความน้อยเนื้อต่ำใจในอดีตที่เคยถูกเขาผลักไสอย่างไร้เยื่อใย ถูกแทนที่ด้วยความสั่นไหวและตระหนักรู้บางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด... *เขายอมตายแทนเธอได้จริงๆ*
"ทำไม... ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ คุณควรจะปล่อยให้ฉันตายๆ ไปเสีย จะได้หลุดพ้นจากผู้ชายใจร้ายอย่างคุณสักทีสิคะ!" เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำตาหยดแรกไหลรินอาบแก้ม
ธาวินฝืนยิ้ม ทั้งที่ใบหน้าซีดเผือด เขายกมือสั่นเทาขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนออกให้อย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วของเขาเปื้อนคราบเลือด แต่วิสัมผัสนั้นกลับอ่อนโยนจนน่าใจหาย
"เพราะความผิดที่ผมเคยทำไว้กับคุณมันมากมายมหาศาล... จนถ้าชีวิตนี้ผมไม่ได้ใช้มันเพื่อปกป้องคุณ ผมก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรอีกแล้ว ศิรินทร์ ผมขอโทษ... ขอโทษสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา"
คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในโลก ส่งผลให้หัวใจของศิรินทร์หล่นวูบ เธอสะอื้นไห้ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ก่อนที่ความอดทนทั้งหมดจะพังทลายลงเมื่อเห็นอาการหายใจติดขัดของเขา ธาวินกำลังจะหมดสติคาอ้อมกอดของเธอ
"คุณธาวิน! อย่าเพิ่งตายนะคะ... ลืมตาขึ้นมามองฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยและทีมช่วยเหลือที่ตามมาสมทบวิ่งกรูเข้ามาในที่เกิดเหตุ เสียงหวอของรถพยาบาลดังระงมท่ามกลางความมืด แต่ในวินาทีนั้น ศิรินทร์ไม่สนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไปแล้ว นอกจากการประคองร่างหนาที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้ด้วยความหวาดกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปชั่วนิรันดร์
...
ภายในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง แสงไฟสีสวลีนวลตาขับให้บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียด ธาวินนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด แผ่นหลังและหัวไหล่ของเขาถูกพันธนาการด้วยผ้าพันแผลหนาเตอะจากร่องรอยการบาดเจ็บ แม้แพทย์จะยืนยันว่ากระดูกไม่หักและไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่การเสียเลือดมากก็ทำให้ชายหนุ่มยังคงนอนหลับใหลอยู่ภายใต้ฤทธิ์ยา
ศิรินทร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง มือเรียวบางกุมมือหนาที่หยาบกร้านตามประสาคนทำงานของเขาไว้แน่น ดวงตาคู่สวยบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ความเงียบงันภายในห้องทำให้เธอบด
ทบทวนเรื่องราวทั้งหมด
ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้ความปรานีในอดีต คือคนเดียวกันกับคนที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอในวันนี้ ความย้อนแย้งนี้กรีดลึกลงในความรู้สึกจนเธอแทบแยกไม่ออกว่าควรเกลียดหรือควรให้อภัย
ขณะที่เธอกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิด เปลือกตาสีเข้มของคนบนเตียงก็ขยับไหวช้าๆ ก่อนจะเปิดขึ้น ธาวินกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง
"ศิรินทร์..." เสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาหวิว
ศิรินทร์สะดุ้งเล็กน้อย รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม แม้ขอบตาจะยังคงแดงก่ำก็ตาม เธอดึงมือตัวเองออกจากกุมมือของเขาอย่างรวดเร็ว แล้วลุกขึ้นยืน
"คุณฟื้นแล้วเหรอคะ เดี๋ยวฉันไปตามแพทย์มาตรวจอาการให้" เธอกำลังจะหันหลังเดินไป แต่ปลายนิ้วแข็งแรงกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยแรงอันน้อยนิด
"อย่าเพิ่งไป... อยู่1กับผมก่อน" สายตาเวทนาและอ้อนวอนที่ปรากฏในดวงตาคมคายคู่นั้น ทำให้ศิรินทร์ชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
เธอนิ่งงัน หันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน "คุณทำแบบนั้นทำไมคะ คุณรู้ไหมว่าถ้าเสานั่นทับคุณลงไปจริงๆ คุณอาจจะตาย"
ธาวินแค่นยิ้มขมขื่นบนเรียวปากซีดเซียว "ถ้าแลกกับการที่คุณปลอดภัย... มันก็คุ้มค่าแล้วไม่ใช่เหรอครับ ศิรินทร์ ผมไม่อาจทนอยู่บนโลกนี้ได้หรอก ถ้าหากคนที่มีค่าที่สุดในชีวิตต้องมาตายเพราะความประมาทของผมอีก"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงกลางใจ ศิรินทร์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ขอบตาอีกครั้ง เธอเม้มปากแน่น พยายามตั้งกำแพงความแข็งแกร่งขึ้นมาต้านทานความรู้สึกอ่อนแอที่กำลังคุกคาม
"คุณพูดเหมือนว่าตัวเองรักฉันนักหนาทั้งที่ในอดีต คุณเป็นคนผลักไสฉันเองไม่ใช่เหรอคะ คุณธาวิน... คนเราพอมันพังไปแล้ว ต่อให้เอาเศษแก้วมาต่อกันมันก็มีแต่จะบาดมือเปล่าๆ"
ธาวินไม่โต้เถียง เขายันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียงด้วยความยากลำบาก ความเจ็บปวดที่แผลแล่นริ้วขึ้นมาจนเขาต้องนิหน้า แต่สายตาคมเข้มกลับไม่ละไปจากใบหน้าหวานแม้แต่วินาทีเดียว
"ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย..." เสียงทุ้มสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะขยับตัวเข้าใกล้เธออีกนิด ร่างกายที่ไร้สวมเสื้อคลุมเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนและรอยแผลใหม่ที่เกิดเพื่อเธอ "แต่ผมขอโอกาส... ให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้งได้ไหม ศิรินทร์ ไม่ใช่ในฐานะสามีที่คุณเกลียด แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะใช้ลมหายใจที่เหลือเพื่อรักและปกป้องคุณ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาลอยละล่องมาปะทะผิวแก้มเมื่อธาวินขยับเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด มือแกร่งข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บเอื้อมขึ้นประคองใบหน้าเนียนของเธอไว้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนนั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและทะนุถนอมจนศิรินทร์แทบหลอมละลาย
ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบงัน ความรู้สึกมากมายที่ถูกเก็บกดไว้ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม ศิรินทร์รู้ดีว่าเธอกำลังพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับความจริงใจที่แลกมาด้วยบาดแผลของเขา
ธาวินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่รดรินกัน ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าหาเรียวปากอิ่มสั่นระริกของเธออย่างเชื่องช้า เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธเป็นครั้งสุดท้าย
ทว่า... ศิรินทร์กลับหลับตาลง ยอมจำนนต่อแรงปรารถนาลึกซึ้งและหัวใจตัวเองที่โหยหาอดีตสามีคนนี้มาเนิ่นนาน
ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับลงบนกลีบปากนุ่มอย่างอ่อนโยนในคราแรก ก่อนจะทวีความเร่าร้อนและลึกซึ้งขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหยหา ธาวินจูบเธอด้วยความทะนุถนอมราวกับเธคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต ขณะที่ศิรินทร์เผลอเผยริมฝีปากออกรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างลืมตัว มือเรียวบางเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง กายสาวแนบชิดติดกับแผ่นอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ความเจ็บปวดในอดีตถูกละลายหายไปกับรสจูบอันเร่าร้อนและเปี่ยมด้วยความสำนึกผิดนี้
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดแห่งความวาบหวามและแรงปรารถนาอันลึกซึ้ง เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่ผลักประตูพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดตื่นตระหนก
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คุณ... คุณากรส่งภาพนี้มาด่วนที่สุด บอกว่ามันคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ท่านประธานต้องรีบดู!"
ธาวินผละริมฝีปากออกจากศิรินทร์อย่างไม่เต็มใจนัก เขาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อหันไปมองแท็บเล็ตในมือของเลขานุการที่ยื่นเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดกึก
ภาพถ่ายใบหนึ่งปรากฏเด่นหรี่อยู่บนหน้าจอ... เป็นภาพของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบ ดวงตากลมโตและรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบพิมพ์มาDจากธาวินราวกับส่องกระจก กำลังยืนถือลูกโป่งอยู่เคียงข้างกับผู้ชายอีกคนที่เป็นศัตรูหัวใจคนสำคัญ
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของธาวินร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือเอกสารผลตรวจ DNA ฉบับจริง ที่ระบุชัดเจนว่าเด็กชายคนนั้น... คือสายเลือดแท้ๆ ของเขาที่ถูกปิดบังซ่อนเร้นมาตลอดหลายปี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับมรสุมหัวใจของศิรินทร์ในบทนี้นะคะ
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 23
เจ็บเพื่อเรียนรู้
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!