"คุณกล้าดียังไงถึงเอาเรื่องสกปรกพวกนี้มาพูดในพื้นที่ของฉันคะ, คุณชลธิชา"
เสียงทุ้มกังวานแต่เย็นเยียบจนติดจะน่ากลัวของศิรินทร์ดังขึ้น ท่าالإญกัปกิริยาของเธอสงบนิ่งเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังถูกสาดโคลนใส่หน้าจะทำได้ ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีครีมยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอย่างสง่างาม สายตาคมกริบมองผู้หญิงแปลกหน้าที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของบริษัทด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าเห็นแมลงวันตอมซากศพ
ชลธิชา อดีตน้องสะใภ้ต่างสายเลือดที่เคยระเหออกจากตระกูลไปอย่างไร้ค่าเมื่อหลายปีก่อน กำลังยืนยิ้มเยาะด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว หล่อนถือซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่ในมือ พร้อมกับภาพถ่ายหลายใบที่ถูกโปรยลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนแสงไฟหรูหรา
"พี่รินทร์อย่าเพิ่งทำเป็นใจแข็งแล้วทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยค่ะ... ความลับไม่มีในโลกหรอกนะคะ สิ่งที่พี่รินทร์พยายามปิดบังคุณธาวินมาตลอดว่าลูกในท้องเมื่อหลายปีก่อนคือสายเลือดของเขา แท้จริงแล้วมันคือเลือดชั่วของใครกันแน่คะ? หรือว่า... เด็กคนนั้นเป็นแค่เครื่องมือที่พี่รินทร์ใช้เกาะผู้ชายรวยๆ อย่างคุณธาวินกันแน่"
คำพูดที่พ่นออกมาเต็มไปด้วยพิษสงและรอยยิ้มเยาะหยัน ชลธิชาจงใจขุดคุ้ยบาดแผลที่เคยเหวอะหวะของศิรินทร์ขึ้นมาฉีกเล่นอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำครั้งนี้กำลังจุดไฟบรรลัยกัลป์ที่พร้อมจะแผดเผาตัวเองให้เป็นจุล
ศิรินทร์ไม่แม้แต่จะก้มลงมองภาพถ่ายพวกนั้น หัวใจที่เคยเจ็บปวดจนด้านชาบัดนี้กลับเต้นระรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกควบคุมไว้อย่างดี เธอเดินเข้าไปใกล้ชิดผู้หญิงตรงหน้าทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ส้นสูงเจ็ดนิ้วกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลัง
"คำพูดสกปรก... จากปากคนสกปรก สินะคะ" ศิรินทร์ยิ้มเยาะ รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษซึ่งทำให้ชลธิชาชะงักไปชั่วขณะ "เธอคิดจริงๆ เหรอคะว่าตื้นเขินแค่นี้จะทำลายความเชื่อใจที่ธาวินมอบให้ฉันในตอนนี้ได้? เธอประเมินผู้ชายคนนั้นต่ำไป... หรือเธอกำลังประเมินฉันต่ำเกินไปกันแน่"
"พี่รินทร์อย่ามาปากแข็งเลยค่ะ! ถ้าคุณธาวินรู้ความจริงว่าเด็กคนนั้น..."
"รู้เรื่องอะไรหรือครับ... ชลธิชา"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ดังแทรกขึ้นจากประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้ ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ธาวินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม แต่แววตาคู่นั้นกลับคมปลาบและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนชลธิชาถึงกับหน้าซีดเผือด
ร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีหยุดยืนเคียงข้างศิรินทร์โดยธรรมชาติ มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องและประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน แม้ว่าศิรินทร์จะขยับตัวหลบเล็กน้อยด้วยความเยินยอที่เธอไม่ต้องการ แต่ธาวินก็กระชับวงแขนให้แน่นขึ้น พร้อมกับก้มลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย
"ปล่อยให้ผมจัดการเองนะครับ... คนพวกนี้ไม่มีค่าพอให้คุณต้องเปลืองแรงหรอก"
ธาวินหันกลับมามองชลธิชาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่สุดในโลก ประสบการณ์และการผ่านมรสุมชีวิตมามากมายทำให้เขาไม่อาจหลงเชื่อคำยุยงปลุกปั่นตื้นเขินเหล่านี้ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเขาได้เรียนรู้ราคาที่ต้องจ่ายจากการไม่เชื่อใจศิรินทร์ในอดีต
"คุณกล้าดียังไงถึงเข้ามาเหยียบบริษัทผม... แล้วยังกล้าเอาเรื่องโกหกไร้สาระพวกนี้มาใส่ร้ายภรรยาผม" ธาวินก้าวเข้าไปหาชลธิชาทีละก้าว กดดันด้วยความสูงและออร่าของนักธุรกิจระดับแถวหน้าจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
"คุณธาวินคะ! อย่าไปหลงกลผู้หญิงคนนี้นะคะ มันโกหกคุณ! เด็กคนนั้นไม่ใช่..."
"หยุด!" ธาวินตวาดเสียงกร้าว บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนชลธิชาสะอื้นฮักด้วยความตกใจ "ผมรู้ดีว่าศิรินทร์คือใคร และลูกของผมคือใคร ไม่จำเป็นต้องให้คนระยำอย่างคุณมาชี้นำ! การที่คุณกล้าเอาชื่อเสียงของภรรยาผมมาเหยียบย่ำในพื้นที่ของผมแบบนี้... เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหายจนหมดตัวได้เลย ชลธิชา"
คำขู่ที่จริงจังและเด็ดขาดทำให้ชลธิชาหน้าถอดสี ขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น หล่อนมองหน้าธาวินสลับกับศิรินทร์ด้วยความแค้นเคืองและหวาดผวา ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องทำงานอย่างลนลาน
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย ศิรินทร์สะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมของธาวินอย่างไม่ไยดี เธอเดินไปยืนกอดอกมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพตึกสูงระฟ้าเบื้องล่าง
"คุณคิดว่าแค่ไล่ผู้หญิงคนนั้นไป แล้วเรื่องทุกอย่างมันจะจบลงง่ายๆ งั้นเหรอคะ, ธาวิน" ศิรินทร์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง "ต้นเหตุของเรื่องพวกนี้... มันก็มาจากความเน่าเฟะในอดีตที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น"
ธาวินเดินเข้าไปใกล้ ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังโดยเว้นระยะห่างไว้อย่างให้เกียรติ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดสำนึกผิดที่ไม่มีวันจางหาย
"ผมรู้ครับ... และผมยอมรับทุกความผิดพลาดที่เคยทำไว้ในอดีต" เสียงทุ้มแหบพร่าลงเล็กน้อย เจือความสั่นเครือที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเข้มแข็ง "ผมรู้ว่าคำขอโทษของผมมันไร้ค่า และความเชื่อใจที่คุณเคยมีให้มันพังทลายไปหมดแล้ว... แต่ศิรินทร์ครับ ไม่ว่าใครหน้าไหนจะเอาเรื่องโกหกอะไรมาทำลายเราอีก ผมจะไม่ยอมปล่อยมือคุณเด็ดขาด"
ศิรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากสีชาด "ความเชื่อใจเหรอคะ? คุณยังกล้าพูดคำนี้อยู่อีกเหรอคะ, ธาวิน... คนที่เคยเหยียบย่ำความเชื่อใจจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างคุณ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพูดมันออกมาด้วยซ้ำ"
เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชาและท้าทาย จนธาวินรู้สึกเจ็บแปลบในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความเร่าร้อนและแรงดึงดูดบางอย่างที่ปะทุขึ้นในความเงียบงัน
ธาวินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ศิรินทร์จะตั้งตัวทัน มือหนารวบเอวบางไว้แน่น กักขังเธอไว้ระหว่างโต๊ะทำงานกับแผงอกกำยำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมผสานกับความตึงเครียดรอบตัวทำให้บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามอันตรายในชั่วพริบตา
"ถ้าคุณคิดว่าผมจะยอมแพ้แค่นี้... คุณก็ประเมินความรู้สึกของผมต่ำไปเหมือนกันครับ, ศิรินทร์" ธาวินกระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาคมกริบก้มลงมองเรียวปากอิ่มที่เม้มแน่นอย่างดื้อรั้น "ผมจะใช้ลมหายใจที่เหลืออยู่... พิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผู้ชายเลวๆ คนนี้ ตายเพื่อคุณได้จริงๆ"
ก่อนที่ศิรินทร์จะทันได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมา ธาวินก็ก้มลงปิดเรียวปากของเธอด้วยความโหยหาและเร่าร้อนที่ถูกกดเก็บไว้มานาน เขาไม่ได้รุกรานด้วยความป่าเถื่อน แต่เป็นการจูบที่ลึกซึ้ง นุ่มนวลแต่หนักหน่วงจนสติปัญญาของศิรินทร์พร่าเลือนไปชั่วขณะ รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความสำนึกผิดและความปรารถนาอันแรงกล้าทำเอาหัวใจที่เคยแข็งดั่งน้ำแข็งเริ่มสั่นคลอนอย่างควบคุมไม่อยู่
มือเรียวที่ตั้งใจจะผลักอกเขาออก กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ สร้างความซ่านสยิวแล่นริ้วไปทั่วร่างจนศิรินทร์ต้องส่งเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความวาบหวาม
ทว่า ในวินาทีที่อารมณ์กำลังพุ่งสูงจนเกือบจะหลอมละลายกำแพงทั้งหมดลง ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและกระชั้นชิดดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยเสียงของเลขาหน้าห้องที่ร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... มีพัสดุตีตราด่วนส่งตรงถึงคุณศิรินทร์... หน้าซองระบุว่าเป็นผลตรวจดีเอ็นเอและจดหมายลับจากต่างประเทศค่ะ!"
ธาวินชะงัก ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกจากเรียวปากบวมเจ่อของหญิงสาวอย่างไม่เต็มใจนัก นัยน์ตาคมกริบตวัดมองไปที่ประตูห้องด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างรุนแรง ขณะที่ศิรินทร์หน้าซีดเผือก หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อซองเอกสารมรณะฉบับนั้นกำลังจะถูกส่งเข้ามาถึงมือเธอ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับมรสุมหัวใจของศิรินทร์ในบทนี้นะคะ
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 26
คำลวงที่น่าสะอิดสะเอียน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!