"ฉันเตือนคุณด้วยความหวังดีนะคะคุณศิรินทร์ ว่าเก้าอี้ตรงนั้น... บางทีมันอาจจะใหญ่เกินกว่าที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะนั่งไหว"
เสียงแหลมสูงที่เจือด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองแขกวีไอพี ภายในงานกาล่าการกุศลสุดหรูแห่งปี รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอพานักอ่านทุกท่านดิ่งลึกเข้าสู่สนามอารมณ์ที่ระอุไปด้วยเพลิงริษยาในบทที่ 13 นี้ทันทีค่ะ
ศิรินทร์ชะงักมือที่กำลังถือแก้วแชมเปญทรงเรียว ดวงตากลมโตคู่คมกริบภายใต้ขนตางอนงามตวัดมองผู้มาใหม่ ริมฝีปากอิ่มสีแดงก่ำแย้มยิ้มบางเบา ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"ช่อลดา" สังคมสงเคราะห์สาวหน้าฉากผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้ชุดราตรีปักคริสตัลระยิบระยับ หล่อนก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับส่งสายตาทะเยอทะยานที่พยายามปิดบังไม่มิด ช่อลดาก็คือหนึ่งในบรรดาผู้หญิงหลายคนที่เคยวนเวียนเข้าหาธาวินในยวันที่ศิรินทร์ยังเป็นเพียงเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังนั้น... วันที่ธาวินยังคงเมินเฉยและเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้ความปรานี
และในตอนนี้ เมื่อธาวินกลับตัวกลับใจและพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะคลานกลับมาซุกกายแทบเท้าเธอ ช่อลดาจึงกลายเป็นหนึ่งในสุนัขจิ้งจอกหิวกระหาย ที่จ้องจะตะครุบเหยื่อไฮโซผู้ร่ำรวยรายนี้คืนจากอกอดีตภรรยาอย่างศิรินทร์
"ใหญ่เกินไปหรือเปล่า ฉันไม่แน่ใจหรอกค่ะคุณช่อลดา..." ศิรินทร์วางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรด้วยท่าทีสง่างาม น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดึงดูดสายตาจากแขกผู้มีเกียรติรอบข้างให้หันมามอง "แต่ที่แน่ๆ คือ... เก้าอี้ที่ฉันเคยนั่งจนพังคา ืมันคงไม่ใช่ที่ที่ใครบางคนจะกล้าเอาสะโพกเน่าเฟะของตัวเองมาเสียบแทนได้ง่ายๆ หรอกนะคะ"
เพลิงโทสะฉายวาบขึ้นในดวงตาของช่อลดา หล่อนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะค่ะ! คิดว่าคุณธาวินเขาจะสนใจผู้หญิงที่เคยเป็นแค่เงาในบ้านหลังนั้นไปได้ตลอดกาลจริงๆ หรือคะ? เขาแค่รู้สึกผิด... เขาแค่เวทนาคุณต่างหากล่ะ!"
ศิรินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันและเจ็บปวดในคราเดียวกัน รอยแผลเป็นในอดีตกรีดลึกจนชาชิน เธอก้าวเข้าไปประชิดช่อลดา ช1ายตามองหญิงสาวตรงหน้าหัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ถ้าเขาเวทนาฉันจริง ทำไมตอนที่ฉันเซ็นใบหย่าแล้วเดินออกมา... ผู้ชายที่คุณกำลังพยายามถวายตัวให้อย่างน่าสมเพชคนนั้น ถึงได้ร้องไห้เหมือนคนใกล้ตายล่ะคะ?" ศิรินทร์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า "จำใส่สมองเอาไว้นะคะคุณช่อลดา ของอะไรที่ศิรินทร์คนนี้โยนทิ้งลงถังขยะไปแล้ว... ต่อให้มันจะมีราคาแพงแค่ไหน ฉันก็ไม่เคยคิดจะกลับไปคุ้ยเขี่ยกินเดรัจฉานซ้ำสองหรอกค่ะ"
พูดจบ ศิรินทร์ก็สะบัดหน้าเดินเลี่ยงออกมาทันที ปล่อยให้ช่อลดายืนหน้าชาตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นอยู่เบื้องหลัง
ทว่าความวุ่นวายในค่ำคืนนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น
เมื่อศิรินทร์ปลีกตัวมาสงบสติอารมณ์ยังระเบียงด้านนอกที่เงียบสงบ ลมยามค่ำคืนพัดปะทะเรือผมยาวสลวย แผ่นหลังบอบบางภายใต้ชุดราตรีเกาะอกสีดำสนิททอดเงายาวไปกับพื้นหินอ่อน ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับผู้คนจอมปลอมเริ่มกัดกินหัวใจ แต่เธอก็ไม่มีวันแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเด็ดขาด
"คุณดูเหนื่อยนะคะ... ศิรินทร์"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า ธาวินก้าวออกมาจากมุมอับของระเบียง ร่างสูงโปรดในชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษดูสง่างามและทรงอำนาจ ดวงตาคมกราบคู่นั้นทอดมองเธอด้วยความรู้สึกที่หลากล้น ทั้งรัก ทั้งโหยหา และเจ็บปวดสำนึกผิดระคนกัน
ศิรินทร์ชะงัก เธอยกกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาปิดกั้นตัวเองทันที "ที่นี่ไม่มีกล้อง ไม่มีนักข่าว และไม่มีใครมองเราอยู่ค่ะคุณธาวิน เลิกแสดงละครเป็นอดีตสามีผู้แสนดีเสียทีเถอะค่ะ มันน่าสมเพช"
ธาวินไม่ถอยหนย เขาก้าวเข้าหาช้าๆ ทว่ามั่นคง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นอายบุรุษเพศแสนคุ้นเคยโชยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำอันตรายที่ศิรินทร์พยายามฝังกลบมาตลอดหลายเดือน
"ผมไม่ได้แสดงละคร..." ธาวินหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนเธอรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา "ผมเจ็บ... ศิรินทร์ ทุกครั้งที่คุณมองผมด้วยสายตาว่างเปล่า ทุกครั้งที่คุณเฉยเมยใส่ผม มันทรมานยิ่งกว่าตอนที่คุณเดินหนีผมไปเสียอีก"
"แล้วคุณคิดว่าตอนที่คุณเหยียบย่ำฉันล่ะคะ? มันเรียกว่าอะไร?" ศิรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดุดลดันด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมร่วงหล่น "คุณคิดว่าความเจ็บปวดตลอดสามปีที่ฉันต้องทนอยู่ในนรกที่คุณสร้างขึ้น... มันล้างออกได้ด้วยคำว่า 'ขอโทษ' ของคุณหรือไงคะธาวิน!"
"ผมรู้... ผมรู้ว่าผมมันเลว" ธาวินขยับเข้ามาประชิดยิ่งขึ้น มือหนาเอื้อมไปหมายจะแตะที่แก้มเนียนนุ่มของเธอ แต่ศิรินทร์กลับปัดออกอย่างไม่ใยดี
"อย่ามาแตะต้องฉัน!"
การปฏิเสธนั้นเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่จุดประกายความเร่าร้อนในตัวชายหนุ่ม ธาวินหมดความอดทน มือหนาคว้าเข้าที่เอวคืบกอดรัดร่างบางเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกแกร่งบดAเบียดกับทรวงอกอิ่ม สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพุ่งพล่านจนเกินต้านทาน
"ปล่อยนะ! ธาวิน คุณบ้าไปแล้วรึไง ที่นี่มันงานสาธารณะ..." ศิรินทร์ตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดของเธอหรือจะสู้แรงบุรุษเพศที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายได้
"ผมไม่สน..." เสียงกระซิบของธาวินพร่ามัวและแหบพร่า ดวงตาคมกริบลึกล้ำเป็นประกายวาววับด้วยไฟส่ายหา "ผมสนแค่คุณ... ศิรินทร์ ผมคิดถึงคุณจนแทบคลั่งตายอยู่แล้ว"
ริมฝีปากร้อนผ่าวโน้มลงมาประกบทาบทับริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดฟันแน่นพยายามจะไม่ยอมเปิดทางให้เขา แต่ธาวินกลับใช้มืออีกข้างบีบกรามมนของเธอเบาๆ บังคับให้เธอเผยอริมฝีปากออก ก่อนจะฉกฉวยความหอมหวานและส่งลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความซ่านสยิวอย่างเอาแต่ใจ
รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมด้วยความโหยหาแสนยาวนานทำให้หัวใจของศิรินทร์กระตุกวูบ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนยวบลงด้วยแรงปรารถนาลึกๆ ที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด กลิ่นไอรัญจวน ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา ทำให้ลมหายใจของเธอกระชั้นชิด
มือหนาของธาวินลูบไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ บีบเคล้นสะโพกมนอย่างเย้ายวน ปลุกเร้าอารมณ์วาบหวามให้พุ่งทะยานขึ้นสูงจนแก้มสาวแดงก่ำ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทแนบจนแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน เสียงหอบหายใจกระเส่าของธาวินที่ข้างใบหูยิ่งทำให้สติของศิรินทร์พร่าเลือน
แต่ก่อนที่ความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้จะก้าวล้ำเส้นเกินควบคุม ศิรินทร์ก็รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ผลักอกกว้างของเขาออกสุดแรง พร้อมกับยกมือขึ้นตบเข้าที่ใบหน้าคมคายนั้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น!
*เพี๊ยะ!*
ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงอารมณ์ ธาวินนิ่งงัน ลมหายใจหอบกระชั้น เขายกมือขึ้นแตะมุมปากที่มีรอยเลือดซึมเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงพิศวาสและรอยยิ้มขื่นขม
"ตบให้หนักกว่านี้อีกก็ได้ครับ... ถ้ามันจะทำให้คุณหายโกรธ" ธาวินกระซิบเสียงพร่า แววตาเต็มไปด้วยความเว้าวอน
ศิรินทร์หอบหายใจโยน ทรวงอกกระเพื่อมไหวด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ยังค้างคา เธอยกมือชี้หน้าเขา น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความเจ็บใจ "อย่าคิดว่าใช้เสน่ห์มารยาพวกนี้แล้วฉันจะยอมใจอ่อนนะคะธาวิน คุณมันก็แค่... อื้อ!"
ยังไม่ทันที่ศิรินทร์จะเอ่ยจบประโยค จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
"คุณธาวินคะ! อยู่นี่เองเหรอคะ... แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ร่างของช่อลดาวิ่่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยท่าทีลนลาน ดวงตาคู่คมกวาดมองทั้งสองคนด้วยความสงสัยระคนริษยา ก่อนที่หล่อนจะรีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"มีคน... มีคนปล่อยภาพและคลิปที่คุณธาวินกำลังแอบพบกับคุณศิรินทร์ลงในจอยักษ์กลางงานแล้วค่ะ! แถมตอนนี้... เอกสารลับเรื่องหุ้นส่วนบริษัทของคุณศิรินทร์ ก็กำลังตกอยู่ในมือของคนที่จ้องจะฮุบกิจการของคุณอยู่ด้วย!"
ศิรินทร์หน้าถอดสีทันที เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลถึงความหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของธาวินก็สั่นรัวขึ้น พร้อมกับข้อความจากเลขานุการส่วนตัวที่ส่งภาพถ่ายใบหนึ่งเข้ามา... ภาพเอกสารลับสุดยอดที่เปิดเผยข้อมูลบัญชีลับของบริษัทศิรินทร์ ซึ่งถูกส่งตรงไปยังมือของ "ศัตรูตัวฉกาจ" ที่ทั้งคู่ต่างคาดไม่ถึง!
รบกวนคุณรี้ดกดติดตามและรอพบกับความเดือดระอุในตอนต่อไปด้วยนะคะ รสรินกลิ่นกำมะหยี่สัญญาว่าความสะใจกำลังรอทุกท่านอยู่ค่ะ!
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 13
ศัตรูหัวใจที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!