แฟ้มเอกสารบนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัยถูกปิดลงด้วยเสียงที่ดังพอจะสะท้อนความตึงเครียดในอากาศให้เด่นชัดขึ้น ศิรินทร์ไม่แม้แต่จะชายตากลบเกลื่อนความเยียบเย็นที่เธอจงใจสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบัง ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มดูสง่างามและทรงอำนาจจนแทบจะกลืนกินบรรยากาศรอบตัวให้แหลกสลาย
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตางอนงามช้อนขึ้นสบกับบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารแห่งเครืออสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่—ธาวิน ชายหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ด้านของชีวิตคู่เมื่อหลายปีก่อน ทว่าในยามนี้ แววตาคมกริบของเขาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความรoseร้าว ความระแวดระวัง และบางสิ่งที่คล้ายกับคำวิงวอนที่เธอไม่มีวันหยิบยื่นให้
"ข้อเสนอร่วมทุนโปรเจกต์คอมมูนิตี้มอลล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คงต้องให้ทางทีมกฎหมายของดิฉันตรวจสอบรายละเอียดเรื่องสัดส่วนผลกำไรอีกครั้งค่ะ ท่านประธานธาวิน" น้ำเสียงของศิรินทร์เรียบสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง ทุกคำพูดเว้นวรรคอย่างมีจังหวะจะโคนเพื่อตอกย้ำระยะห่างระหว่าง "เรา" ในปัจจุบัน
ธาวินกวาดสายตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม หัวใจของเขาไหววูบอย่างเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินสรรพนามและน้ำเสียงห่างเหินเช่นนั้น เธอในวันนี้ไม่ใช่ศิรินทร์คนเดิม คนที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารว่างเปล่าในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ คนที่เคยใช้ดวงตาคู่สวยมองเขาด้วยความรักและความหวังเต็มเปี่ยม... ศิรินทร์ในวันนี้เติบโตขึ้น แกร่งขึ้น และงดงามจนน่ากลัว งดงามจนทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเริ่มกลับมาเต้นระรัวด้วยความรู้สึกผิดและโหยหาอย่างบ้าคลั่ง
"เรื่องเอกสาร ให้ทางทีมงานจัดการต่อได้เลยครับศิรินทร์... อ่า ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึงคุณศิรินทร์" ธาวินแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอิ่มสวยนั้น "แต่ตอนนี้ งานในส่วนของห้องประชุมได้สิ้นสุดลงแล้ว ในฐานะที่บริษัทของเราต้องร่วมมือกันอีกยาวนาน... ผมคิดว่าเราควรไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันสักมื้อ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ"
ศิรินทร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ปรับกระดุมสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย กลิ่นกายหอมละมุนเย้ายวนที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอโชยเข้าแตะจมูกของธาวิน กลิ่นที่เคยทำให้เขาคลั่งไคล้และหลงใหลในอดีต บัดนี้กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างรุนแรง
"กระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ? หรือว่า... กำลังพยายามเล่นเกมอะไรบางอย่างกันแน่คะ คุณธาวิน" เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาเพียงนิด ดวงตาสีนิลจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาคมเข้มของอดีตสามี "คุณก็น่าจะรู้ดีว่า ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครจูงจมูกเล่นอีกแล้ว โดยเฉพาะกับคนที่เคย... เหยียบย่ำความรู้สึกของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในทรวงอกของธาวินราวกับมีคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเก่า เขารู้ตัวดีว่าเขา สมควรได้รับความเกลียดชังนี้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาจะยอมแพ้ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวบางที่วางอยู่บนขอบโต๊ะ แต่ศิรินทร์ไวกว่า เธอชักมือกลับทันทีราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อต้องสัมผัสกัน แม้ว่าสัมผัสเพียงน้อยนิดนั้นจะทำให้ไฟปรารถนาในกายของชายหนุ่มโหมกระพือขึ้นมาจนแทบควบคุมไม่อยู่แล้วก็ตาม
"ผมไม่ได้เล่นเกมครับศิรินทร์... ผมพูดจริงจัง และผมรู้ว่าผมทำผิดต่อคุณมากแค่ไหนในอดีต แต่ขอร้องเถอะ ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป... อย่างน้อยก็แค่เริ่มต้นจากมื้อเที่ยงนี้" เสียงของธาวินทุ้มต่ำและแหบพร่า เจือไปด้วยความเว้าวอนที่หาได้ยากยิ่งจากนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล
ศิรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอมองสำรวจใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยลงไปถนัดตา ร่องรอยความเครียดและความสำนึกผิดที่ฉายชัดอยู่บนนั้นไม่ได้ทำให้ใจเธออ่อนยวบลงเลย ตรงกันข้าม... มันกลับจุดประกายความสะใจลึกๆ ในอก ความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับ กำลังถูกชดใช้ด้วยความทุรนทุรายของเขาในยามนี้ และเธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า... ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองคนนี้ จะทนทานต่อเกมที่เธอเป็นผู้กำหนดได้สักกี่น้ำ
มุมปากสวยยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มพญาเสือสาวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย
"ก็ได้ค่ะ... ถ้าคุณอยากจะเลี้ยงข้าวฉันนัก ฉันก็ไม่ปฏิเสธความหวังดีหรอกนะคะ แต่บอกไว้ก่อนว่า... ร้านที่จะไป ต้องเป็นสถานที่ที่ฉันเลือกเอง"
ธาวินแย้มยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก แม้จะรู้ว่ารอยยิ้มของเธอนั้นซ่อนคมมีดเอาไว้ แต่เขาก็ยินดีที่จะเดินเข้าสู่หลุมพรางที่เธอขุดล่อไว้ด้วยความเต็มใจ
บรรยากาศภายในห้องอาหารส่วนตัวของโรงแรมหรูใจกลางเมืองถูกโอบล้อมด้วยความเงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นให้บรรยากาศดูเย้ายวนและอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ ศิรินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ชุดสูทตัวนอกถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวแนบเนื้อที่เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันเย้ายวนและผิวเนียนนุ่มชวนมอง ธาวินแทบจะละสายตาจากเธอไม่ได้เลย ความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีกครั้ง... ร่างอรชรนี้ กลิ่นกายนี้ และริมฝีปากอิ่มสีเรื่อนี้ ที่เขาเคยครอบครองอย่างไม่เห็นคุณค่า ในยามนี้มันกลับกลายเป็นสิ่งที่เขากระหายอยากจะไขว่คว้ากลับคืนมามากที่สุดในชีวิต
"มองอะไรอยู่หรือคะ? อาหารไม่อร่อย หรือว่า... กำลังคิดแผนการอะไรชั่วร้ายอยู่กันแน่" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับรินไวน์แดงลงในแก้วทรงสูงอย่างเชื่องช้า
"ผมไม่ได้คิดเรื่องชั่วร้ายอะไรเลยครับ นอกจากคิดว่า... ทำอย่างไรคุณถึงจะยอมใจอ่อนให้ผมบ้าง" ธาวินตอบตามตรง สายตาส่อแววปรารถนาอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ใจอ่อน?" ศิรินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเล็กน้อย ดวงตากลมโตพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเขา "คุณธาวินคะ คนเราถ้าน้ำมันหมดถัง ต่อให้พยายามสตาร์ทเครื่องยนต์แค่ไหน มันก็ไม่มีทางวิ่งต่อไปได้หรอกค่ะ อดีตของเรามันจบลงไปแล้ว และคุณก็เป็นคนเผาทำลายสะพานนั้นด้วยมือของคุณเอง... อย่ามาเรียกร้องหาคำว่าโอกาสจากคนที่คุณเคยผลักไสเลยค่ะ มันดูน่าสมเพชมากกว่าน่าสงสารนะคะ"
คำพูดที่เชือดเฉือนนั้นทำให้ธาวินชะงักไป เขาวางส้อมในมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ประกายไฟแห่งความดุดันและเร่าร้อนฉายชัดขึ้นในแววตาของนักล่า
"ถ้าสะพานมันถูกเผาไปแล้ว... ผมก็พร้อมที่จะสร้างเรือลำใหม่ เพื่อพาล่องข้ามทะเลความเกลียดชังของคุณไปให้ได้ ศิรินทร์" เสียงของเขาพร่าต่ำและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันทรงพลัง "คุณคิดว่าคุณเก่งนัก เก่งหนาที่ควบคุมเกมนี้ได้งั้นเหรอ? แต่ระวังตัวไว้เถอะ... เกมที่คุณกำลังเล่นอยู่ตอนนี้ อาจจะทำให้คุณแพ้ใจตัวเองเข้าสักวัน"
ศิรินทร์นิ่งง้ำไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่เธอคิดว่ามันถูกแช่แข็งจนด้านชาไปแล้ว กลับกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันและจริงจังในแววตาของเขา เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาทันที
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระคุไปด้วยแรงดึงดูดอันเร่าร้อนและเกมจิตวิทยาที่กำลังเชือดเฉือนกันอย่างไม่มีใครยอมใครนั้น... ประตูห้องอาหารส่วนตัวก็ถูกเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวของธาวินที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน มือถือแฟ้มเอกสารด่วนที่สุดยื่นมาตรงหน้าผู้เป็นนาย
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องด่วนครับ มีเอกสารสำคัญส่งตรงมาจากต่างประเทศ และนี่... คือภาพถ่ายและรายงานที่คุณสั่งให้ผมไปสืบหาข้อมูลมาครับ"
ธาวินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เขารับแฟ้มเอกสารนั้นมาด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะไล่ให้เลขาออกไปรอข้างนอก แต่ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดมองผ่านรูปถ่ายใบแรกที่ร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะ... ร่างกายของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นก็แข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า
ภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบ ดวงตากลมโตและรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบพิมพ์มาDจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน... กำลังยืนอยู่เคียงข้างหญิงสาวชาวต่างชาติในลอนดอน และที่สะเทือนใจยิ่งกว่า คือชื่อบิดาที่ระบุไว้ในสูติบัตรฉบับนั้น...
ดวงตาของธาวินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด เขาดึงภาพนั้นขึ้นมามือสั่นเทา ก่อนจะค่อยๆ หันขวับกลับไปจ้องมองหน้าอดีตภรรยาที่นั่งนิ่งอยู่ตรงข้าม... ศิรินทร์ที่ในเวลานี้... กลับดึงมุมปากยิ้มเยาะเย้ยหยันออกมาอย่างเลือดเย็นที่สุด
ติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ด้วยความระทึกใจนะคะ รสรินกลิ่นกำมะหยี่
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 5
เกมทางธุรกิจหรือเกมรัก
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!