มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 6

สัมผัสที่ห้ามใจไม่ไหว

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
“คุณรู้ไหมคะ... ว่ารอยยิ้มบนหน้าของคุณในตอนนี้ มันดูน่าสมเพชเสียยิ่งกว่าตอนที่คุณเคยผลักไสฉันออกจากบ้านหลังนั้นเสียอีก” น้ำเสียงของศิรินทร์ราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลออฟไวท์ ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะลงบนโต๊ะประชุมกระจกใสอย่างใจเย็น ตรงข้ามกันนั้น... ธาวินถึงกับชาไปทั้งร่าง ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงบัดนี้เบิกกว้าง รูม่านตาไหวระริกด้วยความตระหนก ภาพถ่ายในแท็บเล็ตเครื่องหรูยังคงปรากฏหลักฐานชัดเจน—หลักฐานที่ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ว่าผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและไม่มีค่าคนนี้ ได้กุมความลับและอำนาจทั้งหมดไว้ในมือของเธอแล้ว ธาวินเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งรั้นสะท้อนกับแสงไฟในห้องประชุม ประกายความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอกข้างซ้ายอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่าตนเองสมควรได้รับคำดูถูกเหล่านี้ แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินที่จะยอมรับว่าผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้ได้กลายเป็น ⁠"เจ้าชีวิต" ที่เขากลัวแม้แต่จะสบตา “ริน...” เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากลำคอแห้งผากของอดีตสามี “ผม... ผมขอโทษ” “คำขอโทษมันมีค่าแค่เศษกระดาษค่ะคุณธาวิน เก็บมันไว้ใช้กับคนที่เขาอยากฟังเถอะนะคะ” เธอยกมุมปากยิ้มหยัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กระเป๋าหนังแบรนด์เนมราคาแพงถูกยกขึ้นคล้องแขนอย่างไม่ใส่ ศิรินทร์หันหลังให้เขาโดยไม่คิดจะรอฟังคำแก้ตัวใดๆ เพิ่มเติม ความเย็นชาที่เธอสะสมมาตลอดหลายปีคือเกราะป้องกันชั้นดี และวันนี้... เธอกำลังจะเดินออกจากห้องนี้เพื่อปล่อยให้เขาจมดิ่งอยู่กับความสำนึกผิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด ร่างระหงก้าวเดินออกมาจากห้องประชุม VIP มุ่งตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหาร บรรยากาศภายในชั้นนี้เงียบสงบเนื่องจากเป็นเวลาเลิกงานแล้ว นิ้วเรียวกดปุ่มเรียก ลิฟต์อย่างใจเย็น ก่อนที่ประตูโลหะสีเงาวับจะเลื่อนเปิดออก แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอก้าวเท้าเข้าไปยืนด้านใน เงาร่างสูงใหญ่คุ้นตาของใครบางคนก็พุ่งตามเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนที่ประตูจะปิดลง “ริน! เดี๋ยวสิครับ... เรายังคุยกันไม่จบ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังชิดติดแผ่นหลัง ศิรินทร์สะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบหันขวับกลับไปด้วยแววตาแข็งกร้าว แต่ทว่า... จังหวะที่เธอหันกลับมานั้น แรงเหวี่ยงกะทันหันทำให้ข้อเท้าภายใต้รองเท้าส้นสูงคู่สวยเกิดอาการพลิกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว! “อุ๊ย!” ร่างบางเสียการทรงตัว เซถลาล้มลงไปด้านหน้าอย่างแรง ทว่าความเจ็บปวดที่คาดว่าจะได้รับกลับไม่เกิดขึ้น เมื่ออ้อมแขนแข็งแกร่งของคนที่ยืนประชิดตัวคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงกระชากนั้นดึงรั้งร่างทั้งร่างของเธอให้พุ่งเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของธาวินอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในพื้นที่แคบๆ ของตู้ลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดินอย่างเงียบเชียบ ธาวินสูดหายากใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมละมุนประจำกายของศิรินทร์—กลิ่นวานิลลาเจือความเย้ายวนของดอกกุหลาบป่า—โชยเข้าจมูกปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่เขาพยายามกด ขี่มันไว้มานานแรมปี อ้อมแขนที่โอบกอดเอวบางไว้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ... เธอจะหายลับไปจากชีวิตเขาอีกครั้ง “ปล่อยค่ะ!” ศิรินทร์เอ่ยเสียงแข็ง พยายามใช้มือดันแผงอกแกร่งออกห่าง แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้นรน แรงกดทับแนบชิดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนน่าใจหาย “ผมไม่ปล่อย...” ธาวินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากใบหูขาวสะอาดเพียงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนเส้นขนทั่วร่างของหญิงสาวลุกชัน ความรู้สึกวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปตามไขสันหลังอย่างควบคุมไม่ได้ “ริน... คุณรู้ไหมว่าผมทรมานแค่ไหนที่ต้องมองคุณในเวอร์ชันที่เย็นชาใส่กันแบบนี้” “มันคือสิ่งที่คุณสมควรได้รับต่างหากล่ะคะ!” เธอตวาดกลับเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสอันตรายที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขา แต่ใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมกลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำผิดจังหวะอย่างน่าโมโห “ใช่... ผมสมควรได้รับมัน” ธาวินยอมรับเสียงแผ่ว ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่แดงระเรื่อด้วยความโกรธและความอาย “แต่ร่างกายของคุณ... มันไม่ได้โกหกเหมือนปากหรอกนะ ริน” “คุณหมายความว่ายังไง... อื้อ!” คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อธาวินไม่รอให้เธอได้ต่อว่าต่อขานอีกต่อไป ริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มสีระเรื่ออย่างจงใจและเอาแต่ใจ สัมผัสแรกทั้งดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกำมือแน่นเตรียมจะทุบตีอกแกร่งเพื่อระบายความโกรธเกรี้ยว ทว่า... ชั้นเชิงอันเร่าร้อนและช่ำชองของอดีตสามีกลับทำลายกำแพงความแข็งกร้าวของเธอลงอย่างง่ายดาย ปลายนิ้วแข็งแรงข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอยนุ่ม บังคับให้เธอแหงนรับองศาจູບที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนชื้นกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนหวานในคราเดียวกัน ทำให้สติสัมปชัญญะของศิรินทร์พร่าเลือนลงทีละน้อย ความรู้สึกเจ็บปวดในอดีตถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว “อื้อ... ธา... วิน” เสียงประท้วงในลำคอแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางแผ่วเบาอย่างน่าอาย เมื่อมือหนาอีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสะโพกผายภายใต้ชุดสูท แนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน ลิฟต์ยังคงเคลื่อนตัวลงสู่เบื้องล่างอย่างเงียบเชียบ ทว่าโลกทั้งใบของคนทั้งคู่กลับหมุนเคว้งคว้างด้วยแรงอารมณ์ที่พวยพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ศิรินทร์รู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวGาย มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส บัดนี้เปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว เธอกำลังพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับสัมผัสที่เธอโหยหามาตลอดโดยไม่เคยกล้าเอ่ยปากยอมรับ ธาวินถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้หอบหายใจรดกันจนอกกระเพื่อมไหว ดวงตาสีเข้มฉายแววปรารถนาอย่างดิบเถื่อนขณะจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อจากการจູບ “คุณยังเกลียดผมไม่ลงหรอก ริน...” เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความมั่นใจที่น่าหมั่นไสย “เพราะร่างกายของคุณมันฟ้อง... ว่าคุณยังต้องการผมเหมือนเดิม” ศิรินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอเกลียดความจริงข้อนี้ เกลียดที่ตัวเองยังคงอ่อนไหวต่อสัมผัสของสามีเก่าผู้เคยใจร้ายคนนี้ แต่ก่อนที่เธอจะได้รวบรวมสติเอ่ยคำถากถางใดๆ ออกไปเพื่อกู้ศักดิ์ศรี... *ติ๊ง!* เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น พร้อมกับประตูโลหะสีเงินที่เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นแสงไฟสว่างจ้าของลานจอดรถชั้นใต้ดิน... และร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนถือตุ๊กตาหมีรออยู่หน้าลิฟต์ พร้อมกับเอ่ยเรียกเสียงใสแจ๋วที่ทำเอาโลกทั้งใบของศิรินทร์และธาวินหยุดชะงักทันที “คุณแม่ขา... ทำไมมาช้านจังเลยคะ น้องรันรอจนปวดฉี่แล้วน้า!” ธาวินชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อกวาดสายตาไปมองเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้า ถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาออกมาราวกับแกะ! รสรินกลิ่นกำมะหยี่ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%