"เด็กคนนี้... ชื่ออะไรนะศิรินทร์"
น้ำเสียงของธาวินแห้งผากราวกับคนขาดน้ำ หัวใจของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงธุรกิจกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ ภาพสะท้อนของเด็กชายวัยสี่ขวบที่ยืนหลบอยู่หลังชายกระโปรงของอดีตภรรยา—ดวงตากลมโตเรียยาวจมูกโด่งรั้นและมุมปากที่หยักขึ้นยามเจ้าตัวเล็กแสดงอาการสงสัย—มันคือภาพพิมพ์เดียวกันกับเขายามส่องกระจกเงาไม่มีผิดเพี้ยน ราวกับกาลเวลาถูกย้อนกลับไปในวันที่เขายังเป็นเด็กผู้ชายไร้เดียงสาคนหนึ่ง
ศิรินทร์สะดุ้งเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไหวด้วยความหวาดหวั่น แต่วินาทีต่อมา เปลือกตาสวยก็กะพริบลงเพื่อซ่อนประกายความไหววูบในแววตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่ถูกเคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าไร้ซึ่งความรู้สึก
"เขาชื่อน้องธามค่ะคุณธาวิน" ศิรินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะไหล่เล็กของเด็กชายเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณปกป้อง "และดิฉันคิดว่า... ชื่อของแก ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตส่วนตัวของคุณนะคะ"
"ศิรินทร์..." ธาวินครางชื่ออดีตภรรยาออกมาเบาหวิว เขาก้าวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวอย่างลืมตัว ร่างสูงใหญ่ที่เคยสร้างความหวาดกลัวและกดดันให้เธอต้องหลั่งน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง "เด็กคนนี้... เกิดขึ้นได้ยังไง ในเมื่อเรา... เรา..."
เขาชะงักคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในคืนสุดท้ายก่อนที่เธอจะหันหลังเดินออกจากชีวิตเขาอย่างเด็ดขาด คืนนั้น... คืนที่เขาเมามายและปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ คืนที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นเพียงความผิดพลาดชั่วข้ามคืนที่เขาพยายามลบมันออกไปจากความทรงจำ แต่พระเจ้ากำลังเล่นตลกอะไรกับเขา ถึงได้ส่งสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองมาปรากฏตรงหน้า หลังจากผ่านไปสี่ปีเต็ม
"ในเมื่อเราหย่ากันแล้วใช่ไหมคะ?" ศิรินทร์ต่อให้อย่างไม่ไยดี รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "คุณกำลังจะพูดประโยคนี้ใช่หรือเปล่าคะคุณธาวิน วางใจเถอะค่ะ เด็กคนนี้เป็นลูกของดิฉัน... เพียงคนเดียว ไม่มีทางที่จะไปรบกวนตระกูลอันสูงส่งของคุณอย่างแน่นอนค่ะ"
"อย่าพูดแบบนี้นะศิรินทร์!" ธาวินพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้การควบคุม ฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอโดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้รุนแรงเพราะเขากลัวเธอจะเจ็บ แต่ความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาที่แนบลงมาบนผิวเนื้อนุ่มกลับส่งกระแสไฟแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานานแรมปีทำให้กลิ่นกายหอมละมุนประจำตัวของหญิงสาวพุ่งเข้าปะทะนาสิกของเขาปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่เคยถูกกดทับไว้ให้ตื่นขึ้นทันที
ศิรินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอไม่ได้สะบัดแขนหนีทันทีอย่างที่เคยทำ แต่กลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพความตื่นตระหนกและโหยหาของอดีตสามีอย่างชัดเจน ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกสะใจอย่างประหลาด ความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้ในอดีตกำลังได้รับการชดเชยด้วยความทรมานใจที่เขากำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า
"ปล่อยค่ะ" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน "คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวดิฉันแบบนี้"
"ฉันมีสิทธิ์..." ธาวินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนศิรินทร์เผลอขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเร่งรีบของเขาในยามนี้มันช่างทรงพลังและดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด "ในเมื่อเด็กคนนี้... หน้าตาเหมือนฉันขนาดนี้ ศิรินทร์... เธอกล้าดียังไงถึงกล้าซ่อนลูกของฉันไว้ตั้งสี่ปี!"
"ซ่อนเหรอคะ?" ศิรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขแต้มด้วยความเย้ยหยัน "คนที่ผลักไสไล่ส่งดิฉันออกจากบ้านคือกฎหมายและตัวคุณเองนะคะคุณธาวิน ตอนที่ดิฉันตั้งท้อง... ตอนที่ดิฉันต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและน้ำตา คุณอยู่ที่ไหนคะ? คุณกำลังกอดอยู่กับผู้หญิงอีกคนไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามหาความยุติธรรมจากดิฉัน!"
คำพูดทิ่มแทงเหล่านั้นกรีดลงบนหัวใจของธาวินราวกับมีดคมกริบ เขารู้สึกจุกจนพูดไม่ออก ทุกถ้อยคำของเธอคือความจริงที่เขาไม่สามารถปฏิเสธได้เลย สี่ปีที่ผ่านมา... เขาใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองและความสำเร็จทางธุรกิจ แต่หัวใจกลับแห้งแล้งและว่างเปล่าอย่างไร้ความหมาย จนกระทั่งวันนี้ วันที่เขาได้เห็นเด็กชายคนนี้ วันที่เขาได้สบตาผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไร้ค่า แต่บัดนี้เธอกลับสง่างามและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
สายตาของธาวินเลื่อนต่ำลงโดยอัตโนมัติ มองสำรวจเรือนร่างอ้อนแอ้นที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีครีม สะโพกผายและส่วนโค้งเว้าที่ชัดเจนขึ้นตามกาลเวลาทำให้ความเป็นชายในตัวเขาตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง เคมีระหว่างเขากับเธอยังคงทำงานอย่างเงียบเชียบและรุนแรงเสมอ แม้ว่ารอบตัวพวกเขาจะมีกำแพงแห่งความเกลียดชังและการแก้แค้นขวางกั้นอยู่ก็ตาม
"แม่ครับ..." เสียงเล็กๆ ของน้องธามดังขึ้นดึงสติของทั้งคู่ให้หลุดออกจากภวังค์ เด็กชายขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับดึงชายเสื้อของมารดาเบาๆ "คุณลุงคนนี้... ทำไมมองแม่แปลกๆ ล่ะครับ เขาเป็นใครเหรอครับ"
ธาวินชะงัก เขาก้มมองเด็กชายตัวน้อยที่เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาซื่อบริสุทธิ์ หัวใจของประธานหนุ่มกระชากวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกอยากโอบกอดเด็กคนนี้พุ่งพล่านขึ้นมาจนควบคุมไม่อยู่ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กชาย พยายามส่งรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายเย็นชาอย่างเขาจะทำได้
"ธาม... ใช่ไหมครับ" ธาวินเอ่ยเสียงนุ่มอย่างที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อนในชีวิต "ลุง... え... เอ๊ย... พ่อ... เอ๊ย..." เขาติดอ่างด้วยความทำตัวไม่ถูก สมองตื้อตันไปหมดเมื่อเจอสายตากลมโตคู่นั้นมองมา
"ถอยไปค่ะคุณธาวิน!" ศิรินทร์ปรี่เข้ามาดึงตัวลูกชายถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าสวยเฉี่ยวกlandตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่อนุญาตให้เขาเข้ามาใกล้ลูกชายของเธอมากไปกว่านี้เด็ดขาด "อย่ามาพูดจาพล่อยๆ กับลูกของดิฉันนะ"
"ศิรินทร์... ขอร้องล่ะ" ธาวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบมองสบตาอดีตภรรยาด้วยความเว้าวอนที่หาดูได้ยากยิ่ง "เราไปคุยกันเป็นการส่วนตัวเถอะเรื่องนี้... เรื่องของเราสองคน และเรื่องของลูก"
"ไม่มีเรื่องของเราสองคนอีกต่อไปแล้วค่ะ" ศิรินทร์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดความสั่นไหวในอกลงไป แล้วตวัดสายตามองเขาด้วยความแข็งกร้าว "ถ้าคุณยังมีสมองพอที่จะคิดได้ กรุณาจำใส่ใจไว้ด้วยนะคะว่า... คุณไม่มีสิทธิ์ในตัวธามแม้แต่นิดเดียว เอกสารใบหย่าเมื่อสี่ปีที่แล้ว ได้ตัดขาดทุกอย่างระหว่างเราไปหมดแล้วค่ะ"
พูดจบ ศิรินทร์ก็ก้มลงอุ้มร่างเล็กของน้องธามขึ้นแนบอกทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ธาวินได้เอ่ยอะไรต่อ เธอก้าวเดินผ่านร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเขาเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน
แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะก้าวพ้นประตูห้องรับรองพิเศษของโรงแรมหรูแห่งนั้น ฝ่ามือหนากลับเอื้อมมาคว้าข้อศอกของเธอไว้เบาๆ ไม่ได้ใช้แรงรั้งให้อีกฝ่ายเจ็บ แต่สัมผัสอุ่นจัดนั้นกลับทำให้ศิรินทร์ต้องหยุดชะงัก
"ต่อให้ไม่มีใบหย่า หรือต่อให้มีเอกสารเป็นร้อยฉบับมากั้นกลาง..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเอาแต่ใจแบบที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี "เลือดในกายของเด็กคนนั้น... และความรู้สึกที่เธอเคยมีให้ฉัน... มันไม่มีวันถูกลบหายไปไหนหรอกศิรินทร์"
ศิรินทร์ตัวแข็งทื่อ หัวใจกระตุกวาบกับประโยคท้าทายนั้น เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ปลายนิ้วที่โอบกอดร่างลูกชายสั่นระริกเล็กน้อย สายตาของเธอมองตรงไปเบื้องหน้าโดยไม่ยอมหันกลับไปสบตากับเขา แต่ทว่า... พวงแก้มเนียนกลับขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ธาวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอหอมกรุ่นของเธออีกนิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนหญิงสาวต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"คืนนี้... ฉันจะไปหาเธอที่เพนต์เฮาส์" ธาวินกระซิบเสียงพร่ามัวข้างใบหู "ไม่ว่าเธอจะปฏิเสธยังไง ฉันก็จะไป... และเราจะได้รู้กันว่า เธอยังใจแข็งกับฉันได้อีกนานแค่ไหน"
ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หญิงสาวหันขวับกลับมาเพื่อจะเอ่ยปากปฏิเสธคำพูดอุกอาจนั้น แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับเปล่งเสียง ประตูลิฟท์เบื้องหน้าก็เปิดออกพอดี ธาวินส่งยิ้มมุมปากให้เเป็นเชิงท้าทาย ก่อนจะปล่อยมือจากแขนเธออย่างอ้อยอิ่ง แล้วก้าวถอยหลังออกไปช้าๆ ปล่อยให้ศิรินทร์ยืนหอบหายใจระทึกอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ขณะที่หัวใจดวงน้อยกลับเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดหวั่น... และความปรารถนาอันตรายที่เธอพยายามซ่อนไว้ก้นบึ้งของหัวใจ
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "รสรินกลิ่นกำมะหยี่" เสมอมานะคะ มาร่วมลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 7
คำปฏิเสธที่เร้าอารมณ์
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!