มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 15

ระเบิดอารมณ์กลางห้องประชุม

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
“ถ้าดีลนี้ล่ม คุณก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบห้องประชุมนี้อีก!” เสียงตวาดกร้าวของคณะกรรมการบริหารดังสนั่นไปทั่วห้องประชุมขนาดใหญ่ ศิรินทร์ยืนตัวตรง แผ่นหลังของเธอเหยียดตึงราวกับคันธนูที่รอวันดีดตัว เธอเพิ่งผ่านการเจรจาสุดหินที่ลากยาวมาร่วมสิบชั่วโมง ความกดดันมหาศาลจากการถูกบีบให้เซ็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมสะสมอยู่ภายในกะโหลกศีรษะจนมันเริ่มเต้นตุบๆ ราวกับจะระเบิดออกมา ธาวินที่นั่งอยู่ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดจนไร้สีเลือดของอดีตภรรยาอย่างไม่วางตา เขาเห็นมือเรียวสวยที่วางอยู่บนโต๊ะเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะกำมันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ “ดิฉันยืนยันคำเดิมค่ะ... ข้อเสนอนี้เราเสียเปรียบเกินกว่าจะยอมรับได้” ศิรินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หากแต่ยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง “อย่าอวดดีไปหน่อยเลยศิรินทร์! เธอคิดว่าที่นี่คือบ้านที่มีคนตามใจเหรอ? ถ้าเธอไม่เซ็น ก็ลาออกไปซะ!” คำสบประมาทนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย โลกทั้งใบของศิรินทร์หมุนคว้าง ความมืดมิดเข้าจู่โจมฉับพลัน ร่างระหงที่เคยสง่างามโอนเอนก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นห้องประชุม ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของเหล่าผู้บริหารที่แตกตื่น “ศิรินทร์!” ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว ธาวินก็พุ่งปราดเข้าไปช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นมาแนบอก ความเย็นชาที่เขาเคยสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันพังทลายลงในวินาทีนั้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและสัมผัสจากอดีตที่เขาโหยหา เขารีบพาเธอออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตาอึ้งตะลึงของทุกคน ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเขา ธาวินวางร่างไร้สติลงบนโซฟาหนังนุ่ม เขาถอดเนกไทที่รัดแน่นออกก่อนจะหยิบผ้าชุบน้ำมาซับที่ใบหน้าเนียนนุ่มนั้นอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ที่คุ้นเคยจากเรือนกายเธอทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบ “อย่าเป็นอะไรนะ... ศิรินทร์” เสียงทุ้มต่ำสั่นเครือ เขาลูบไล้ไปตามโหนกแก้มที่ตอบลงกว่าเดิมเพราะความเหนื่อยล้า ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอเป่ารดนิ้วมือเขา ทำให้ความโหยหาที่กดทับไว้พุ่งพล่าน เปลือกตาสีมุกของศิรินทร์ค่อยๆ ขยับ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองเพดานห้องที่คุ้นตา เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่แขนขากลับอ่อนแรง “ปล่อย...” “อยู่นิ่งๆ สิ” ธาวินบังคับให้เธอนอนลงอีกครั้ง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเป็นห่วงเป็นความปรารถนาที่ยากจะสะกด “ทำไมถึงต้องฝืนตัวเองขนาดนี้เพื่อบริษัทที่พวกมันจ้องจะกินหัวเธออยู่แล้ว” “มันเป็นหน้าที่... ของคนที่เคยไร้ค่าในสายตาคุณไงคะ” เธอกัดฟันตอบ น้ำเสียงนั้นเจือความขมขื่น ธาวินชะงัก ร่างหนาขยับขึ้นมาคร่อมทับเธอไว้ มือหนาข้างหนึ่งประคองใบหน้าสวยให้เงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา “ฉันไม่เคยคิดว่าเธอไร้ค่า... แม้แต่ตอนที่ฉันเลวที่สุด ฉันก็แค่... โง่เกินกว่าจะมองเห็นค่าของเพชรในมือตัวเอง” เขาโน้มใบหน้าลงมา จูบที่สัมผัสลงบนริมฝีปากบางนั้นไม่ได้นุ่มนวลเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความหิวโหยและสำนึกผิด ศิรินทร์พยายามจะเบือนหน้าหนี แต่สัมผัสจากลิ้นร้อนที่แทรกซึมเข้ามากลับทำให้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดมลายหายไป เธอเผลอไผลปล่อยให้เขารุกล้ำเข้ามาอย่างลึกซึ้ง ความแค้นที่เคยมีสลายกลายเป็นความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มือของธาวินลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสูททำงานที่รัดรูป เขาสอดมือเข้าไปใต้ปกเสื้อ สัมผัสถึงผิวเนียนละเอียดที่เขารักและหลงใหล ความอดทนที่มีมานานนับปีขาดผึง “ถ้าคุณคิดจะเอาชนะฉันด้วยวิธีนี้...” ศิรินทร์หอบหายใจถี่ ขณะที่เขาพรมจูบลงบนซอกคอขาว “คุณจะไม่มีวันทำสำเร็จ” “ฉันไม่ได้อยากเอาชนะเธอ... ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่า เธอยังเป็นของฉัน” ธาวินกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าของเขาทำให้คนฟังใจสั่นสะท้าน มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผิวขาวผ่องที่ประดับด้วยบราเซียลูกไม้สีดำสนิท สัมผัสจากฝ่ามือที่ร้อนดั่งไฟลูบไล้ไปทั่วหน้าอกอิ่ม ทำให้ศิรินทร์ต้องแอ่นกายรับโดยอัตโนมัติ เสียงครางแผ่วๆ เล็ดลอดออกจากริมฝีปากเมื่อเขาจูบซับลงบนเนินอกนุ่ม สัมผัสที่ดุดันแต่เต็มไปด้วยความทะนุถนอมทำให้เธอแทบคลั่ง เคมีที่เคยรุนแรงในอดีตกำลังระเบิดตัวขึ้นอีกครั้งในห้องนี้ “ธาวิน... ไม่...” เธอพึมพำ แต่ทว่ามือกลับจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขา “บอกว่าไม่... แต่ร่างกายเธอกลับไม่ได้พูดแบบนั้น” เขายิ้มร้ายขณะก้มลงครอบครองยอดอกงาม ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อลิ้นร้อนตวัดเลียยอดทรวงอย่างหนักหน่วง ศิรินทร์หลับตาลงแน่น กอดรัดลำคอเขาไว้แน่น ปล่อยให้ความเงียบในห้องทำงานถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างเร่าร้อน ทว่า ท่ามกลางความวาบหวามที่กำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับร่างของเลขาฯ คนสนิทที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอคำตอบ “ท่านประธานคะ... ดิฉันขอโทษที่ขัดจังหวะ แต่มีคนส่งแฟ้มผลตรวจสุขภาพของลูกชายคุณมาที่โต๊ะทำงานค่ะ บอกว่าเป็นเรื่องด่วนที่สุด...” ธาวินชะงักกึก เขายันตัวขึ้นมองศิรินทร์ที่ใบหน้าซีดเผือดลงทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด เลขาฯ ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ธาวิน มือของเขารับมาอย่างมึนงง ในขณะที่ศิรินทร์พยายามลุกขึ้นแย่งซองนั่น แต่ทว่าธาวินไวกว่า เขาฉีกซองออก แผ่นกระดาษที่มีตราประทับโรงพยาบาลและรูปถ่ายของเด็กน้อยหน้าตาน่ารักที่ดูเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียวกันปรากฏต่อสายตา ดวงตาของธาวินวาวโรจน์ด้วยความสับสนและตกใจสุดขีด ในขณะที่ศิรินทร์แทบหยุดหายใจ “นี่มัน... หมายความว่ายังไง ศิรินทร์? เด็กคนนี้... ลูกใคร?” รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารี้ดเดอร์จะได้รับความอิ่มเอมใจไปกับบทนี้และรอติดตามจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%