แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ปึ้ง!* จนเศษฝุ่นละอองที่สะท้อนกับแสงไฟนีออนแทบจะกระเด็นขึ้นมาแตะจมูก ศิรินทร์ไม่แม้แต่จะปรายตาแลมองมันด้วยซ้ำ เธอยังคงจดจ่ออยู่กับการจรดปลายปากกาเซ็นอนุมัติงบประมาณโครงการล่าสุดด้วยท่าทีนิ่งสงบ ราวกับสิ่งที่ตกกระทบลงตรงหน้าเป็นเพียงแค่เศษกระดาษไร้ค่า
"คุณอ่านมันสักนิดเถอะ... ศิรินทร์"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาอย่างไร้หัวใจในอดีต บัดนี้กลับเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยของการวิงวอนอย่างน่าสมเพช ธาวินยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอ เรือนร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงยับยับย่นๆ ไม่เป็นทรง บ่งบอกชัดเจนว่าชายหนุ่มไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืน และทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับการทำเรื่องที่เธอยังคงแค่นโยบายใจร้ายในอดีตมาลงทัณฑ์เขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ศิรินทร์วางปากกาลงอย่างช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากนั้นกรีดลึกลงไปในอกของธาวินราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"ตามล่าความจริงเหรอคะคุณธาวิน?" ศิรินทร์ทวนคำบนปกแฟ้มเอกสารด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เจือปน "เหนื่อยหน่อยนะคะที่ต้องมานั่งรื้อฟื้นเรื่องเน่าๆ ที่คุณเคยฝังกลบมันไว้ด้วยมือของคุณเองเมื่อหลายปีก่อน... แต่เสียใจด้วยนะฃะคะ ความจริงมันก็คือความจริง ต่อให้คุณพยายามพลิกแผ่นดินหาหลักฐานมาล้างความผิดให้ตัวเองมากแค่ไหน รอยแผลเป็นที่อยู่ในใจฉันมันก็ไม่มีวันจางหายไปได้หรอกค่ะ"
"ผมไม่ได้พยายามจะล้างความผิด..." ธาวินกัดฟันกรอด สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขาก้าวเข้าประชิดโต๊ะทำงานของเธอโดยไม่สนใจระยะห่างที่เหมาะสม "แต่ผมกำลังพยายามพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า... ในอดีต ผมมันโง่เง่าแค่ไหนที่ยอมเชื่อคำคนอื่นมากกว่าภรรยาตัวเอง เอกสารพวกนั้น... หลักฐานเส้นทางการเงินที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายคุณ ผมตามสืบจนเจอต้นตอทั้งหมดแล้ว คนที่บงการเรื่องนี้อยู่เบื้องหลังไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคนที่คุณไว้ใจที่สุดต่างหากล่ะ!"
ศิรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นฉายแวววับขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอย่อมรู้ดีว่าใครคือหนอนกระเทือนไส้ในวันนั้น แต่การที่ธาวินวิ่งเต้นสืบสาวราวเรื่องด้วยตัวเองจนเจอหลักฐานชิ้นนี้ มันกลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสะใจหรือโล่งอกอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นเร้าความเจ็บปวดลึกๆ ที่เธอพยายามซ่อนไว้ให้ตื่นขึ้นมาแผดเผาหัวใจอีกครั้ง
"แล้วยังไงล่ะคะ?" ศิรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แรงกดดันรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก "ต่อให้คุณลากตัวคนผิดออกมากราบตีนฉันได้ตอนนี้ มันก็ไม่ได้ทำให้ลูกที่ฉันสูญเสียไปฟื้นคืนชีพกลับมาได้นี่คะคุณธาวิน! ความเจ็บปวดทรมานในคืนวันที่ฉันต้องนอนร้องไห้คนเดียวบนเตียงกว้างๆ โดยที่คุณปล่อยให้ฉันเผชิญมันลำพัง... คุณเอามันคืนมาไม่ได้หรอกค่ะ!"
ธาวินสะอึกกับคำพูดนั้น ราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างจัง ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายเดือนโถมซับเข้ามาจนเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ดวงตาคมกลาสสะท้อนภาพอดีตภรรยาที่บัดนี้กลายเป็นหญิงสาวแกร่งกล้า เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใย เธอสวยขึ้น สง่างามขึ้น และเข้มแข็งขึ้นจนเขารู้สึกว่าตัวเองช่างตัวเล็กจ้อยเหลือเกินในสายตาของเธอ
"ผมรู้..." เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างน่าใจหาย ธาวินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของศิรินทร์เกือบจะชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลัง "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายแค่ไหน ผมไม่อาจเรียกร้องให้คุณยกโทษให้ผมได้ง่ายๆ... แต่ขอร้องล่ะศิรินทร์ ให้โอกาสผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ทำหน้าที่ผู้ชายคนนี้ที่เคยพลาดพลั้งไป"
"ชดใช้เหรอคะ?" ศิรินทร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเธอยั่วเย้าแต่เต็มไปด้วยพิษสง "คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าฉันยังต้องการการชดใช้จากผู้ชายอย่างคุณ... ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำคุณค่าของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี"
ว่าแล้วศิรินทร์ก็เอื้อมมือเรียวบางไปแตะที่ปกเสื้อสูทของเขาอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านปมเนกไทเนื้อดีอย่างจงใจยั่วยวน ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่เป่ารดกันจนสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนที่แอบซ่อนอยู่ใต้บรรยากาศมาคุ ธาวินหายใจติดขัด หัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวกำลังจะทะลุออกมานอกอกยามเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอไล่ต่ำลงมาแตะที่กระดุมเม็ดบนของเสื้อสูท
เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ความโกรธแค้น ความโหยหา และความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนานหลอมรวมเข้าด้วยกันจนแทบแยกไม่ออก แรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงทำให้สติสัมปชัญญะที่ทั้งคู่พยายามประคับประคองไว้พังทลายลงในชั่วพริบตา
ธาวินทนไม่ไหวอีกต่อไป มือหนาคว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอ รั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง แรงดึงดูดนั้นรุนแรงเสียจนศิรินทร์ต้องสูดปากครางแผ่วเบาด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนผ่า่วของเขาก็ก้มลงประกบปิดเรียวปากดื้อรั้นนั้นทันทีอย่างไม่ยอมให้ตั้งตัว
จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นรสจูบแห่งความโหยหา คลั่งไคล้ และสำนึกผิดที่ระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก ธาวินบดขยี้ริมฝีปากอิ่มด้วยความเร่าร้อน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือข้างหนึ่งโอบประคองท้ายทอยเธอไว้แน่นไม่ให้หนีไปไหน ขณะที่มืออีกข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มภายใต้เสื้อผ้าอย่างล่วงเกิน
ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความวาบหวาม ร่างกายทรยศต่อจิตใจ สมองที่เคยสั่งให้ผลักไสกลับพ่ายแพ้ต่อสัมผัสคุ้นเคยที่เธอโหยหามาเนิ่นนานโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความเป็นชายผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงบนตัวเขามอมเมาสติเธอจนเคลิบเคลิ้ม มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้น เผลอแอ่นกายเข้าหาร่างหนาโดยสัญชาตญาณ
รสจูบที่ยาวนานและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ห้องทำงานกว้างกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวอันเร่าร้อน ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงครางประท้วงในลำคอของศิรินทร์ยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวธาวินให้ตื่นขึ้น เขาดันร่างบางจนแผ่นหลังนุ่มแนบติดกับบานกระจกใสของหน้าต่างห้องทำงาน โดยมีวิวแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงเบื้องล่างเป็นฉากหลัง
ธาวินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมกริบมองริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของอดีตภรรยาด้วยความปรารถนาล้นปรี่ หน้าอกของเขาและเธอเคลื่อนไหวขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นถี่
"ศิรินทร์..." เสียงกระซิบพร่าเลือนของเขาชิดริมหางตา แฝงไปด้วยความเว้าวอนและร้อนรุ่ม "คุณก็ยังเป็นของผม... ร่างกายของคุณ หัวใจของคุณ... มันไม่เคยเป็นของใครอื่นเลย"
"คนหลงตัวเอง..." ศิรินทร์เค้นเสียงตอบแม้ว่าน้ำเสียงจะสั่นพร่าและไร้ซึ่งพลังในการปฏิเสธ ดวงตาคู่สวยฉายแววปรารถนาไม่แพ้กัน เธอยกมือขึ้นคล้องคอเขาไว้ โน้มใบหน้าเข้าหาแล้วเป็นฝ่ายประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากของเขาบ้างอย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ
บรรยากาศในห้องคุกกรุ่นไปด้วยอารมณ์เสน่หาอันลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจหลอมรวมสติสัมปชัญญะให้จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสุขสม ธาวินปรนเปรอสัมผัสอันแสนวาบหวาม ลูบไล้ไปตามสรีระเย้ายวนอย่างทะนุถนอมแต่เร่าร้อน มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟ สัมผัสจากริมฝีปากและปลายนิ้วของเขาไล่พรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียน ซอกคอหอมกรุ่น จนศิรินทร์ต้องแอ่นกายรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่าน หูอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของกันและกัน
ในค่ำคืนที่ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย ทั้งสองกลับหลงใหลอยู่ในวังวนแห่งเพลิงสวาทที่แผดเผาความเจ็บปวดในอดีตให้มอดไหม้ลงชั่วคราว โดยไม่รู้เลยว่า... มีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกำลังรอเวลาทำลายล้างความสัมพันธ์ของพวกเขาให้พังทลายลงยิ่งกว่าเดิม
ธาวินก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นขณะที่ร่างกายแนบชิดสนิทแนบ "ไม่ว่าความจริงมันจะเป็นยังไง... ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปอีกแล้ว ศิรินทร์"
เขายกมุมกระดาษแผ่นสุดท้ายในแฟ้มที่ร่วงหล่นลงบนพื้นขึ้นมาเพื่อจะเก็บเข้าที่ ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับเอกสารแผ่นเล็กๆ ที่แนบอยู่ด้านหลังสุด... ใบรับรองแพทย์และภาพถ่ายอัลตราซาวนด์เมื่อหลายปีก่อน... ภาพของเด็กทารกที่ระบุชื่อมารดาไว้อย่างชัดเจน... ชื่อของศิรินทร์! และชื่อบิดาที่ถูกเว้นว่างไว้ แต่เมื่อเทียบเคียงอายุครรภ์กับช่วงเวลาก่อนที่พวกเขาจะหย่าขาดกัน... ลมหายใจของธาวินก็สะดุดกึกทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้นะคะ
- รสรินกลิ่นกำมะหยี่ -
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 28
ตามล่าความจริง
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!