แฟ้มเอกสารสีดำในมือของศิรินทร์ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เกิดเสียงทุบเบาๆ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ที่เงียบงัด จนผู้บริหารคนอื่นๆ ในบริษัทต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบดิบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ในเมื่อเวลานี้ ‘คุณศิรินทร์’ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจคนใหม่ ปรากฏกายด้วยชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ขับเน้นความสง่างามและความเย็นชาดุจน้ำแข็งแกะสลัก
ทว่า ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตางอนงามกลับไม่ได้มองหน้าลูกน้องคนใดเลยในห้องนั้น ร่างบางในชุดทำงานแบรนด์หรูเบือนสายตาไปยังบุคคลที่นั่งอยู่ ณ หัวโต๊ะฝั่งตรงข้าม—ชายหนุ่มผู้เคยเป็นเจ้าของลมหายใจและหยาดน้ำตาของเธอในอดีต
ธาวิน... ประธานบริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรพร็อพเพอร์ตี้ชื่อดัง นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาและมองข้ามหัวเธออย่างไร้เยื่อใยในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษนั่งนิ่งราวกับถูกตรึงไว้กับเก้าอี้ ทุกลมหายใจเข้าออกของเขาคือการพยายามสะกดกลั้นความโหยหาและสำนึกผิดที่โถมซัดเข้ามาประเดประดัง ราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันพังทลายเขื่อนกั้นหัวใจ
"โครงการร่วมทุนระหว่างเรา คงต้องให้ทางคุณธาวินทบทวนตัวเลขต้นทุนใหม่อีกครั้งนะคะ" น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมและทรงพลังดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดลง "ดิฉันไม่ชอบความผิดพลาดที่เกิดจากความประมาท... โดยเฉพาะความสะשלแผลเลินเล่อที่เกิดจากความไม่ใส่ใจ"
คำพูดนั้นไม่ได้มีคำหยาบคายแม้แต่คำเดียว แต่ทุกพยางค์ที่เปล่งออกมากลับแฝงด้วยหนามแหลมที่กรีดลึกลงไปในอกของธาวิน ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่ว่า ผู้หญิงตรงหน้าในวันนี้ไม่ใช่ศิรินทร์คนเดิม คนที่เคยนั่งรอเขาآยู่ลำพังบนโต๊ะอาหารเย็นที่เย็นชืดเมื่อสามปีก่อน คนที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความสนใจจากสามีที่เอาแต่ทำงานและผลักไสเธอออกไปจากชีวิต
"ผม... อ่านรายละเอียดทั้งหมดแล้วครับ" ธาวินเอ่ยเสียงแหบพร่า นัยน์ตาคมจดจ้องใบหน้างดงามที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกของอดีตภรรยา ราวกับคนกระหายน้ำที่พบเห็นหยาดน้ำค้างกลางทะเลทราย "และผมยินดีจะทำตามเงื่อนไขทุกข้อที่คุณศิรินทร์ต้องการ... ไม่มีข้อแม้"
ศิรินทร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันที่ฉาบอยู่บนเรียวปากอิ่มสีพีช เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนเรียวท้าวลงบนโต๊ะกระจก เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวที่เย้ายวนภายใต้เสื้อสูทอย่างจงใจ แรงอารมณ์บางอย่างที่ระอุอยู่ใต้ผิวหนังกำลังพุ่งพล่าน ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นมาทันทีที่ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นเคย—กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมมัสก์ที่เคยคลอเคลียอยู่ข้างกายเธอในคืนอันเร่าร้อนและเจ็บปวด
"เงื่อนไขทุกข้ออย่างนั้นเหรอคะคุณธาวิน?" ศิรินทร์ทวนคำ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย มองสำรวจชายหนุ่มตั้งแต่ใบหน้าคมสันที่เริ่มมีไรหนวดเคราจางๆ ลากยาวลงมาถึงลำคอแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการกลืนน้ำลาย "รวมถึงการที่ดิฉันสั่งให้คุณถอนตัวจากการประชุมนี้ แล้วออกไปยืนรอรับเอกสารฉบับใหม่ที่ห้องทำงานส่วนตัวของดิฉัน... แบบเงียบๆ โดยไม่ปริปากบ่นด้วยไหมล่ะคะ"
บรรยากาศในห้องประชุมพลันอึดอัดยิ่งกว่าเดิม ผู้ช่วยและคณะทำงานต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าสอดปากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเกมอำนาจระหว่างผู้บริหารระดับสูงทั้งสองคนนี้ ธาวินนิ่งงันไปชั่วขณะ ขากรรไกรแกร่งขบเข้าหากันจนนูนเด่น แต่เขากลับพยักหน้ารับช้าๆ อย่างไม่มีทางเลือก
"ได้ครับ... ถ้าคุณต้องการแบบนั้น"
ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวออกไปจากห้องประชุมตามคำบัญชาอย่างว่านอนสอนง่าย ทิ้งให้ศิรินทร์นั่งมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยแววตาที่ซับซ้อน หัวใจดวงที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งไว้ด้วยน้ำมือของเขา กลับเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความโกรธแค้นและแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาพร้อมๆ กัน
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง บานประตูห้องทำงานส่วนตัวของศิรินทร์ก็ถูกเคาะเบาๆ ก่อนจะเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ธาวินก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเป็นชายที่อบอวลและดุดันทำให้พื้นที่ส่วนตัวขนาดกว้างดูคับแคบลงถนัดตา ประตูถูกปิดลงพร้อมกับเสียงกลอนที่ดังคลิก... ตัดขาดโลกภายนอกออกไปอย่างสิ้นเชิง
ศิรินทร์ยืนหันหลังให้เขา เธอทอดสายตามองทัศนียภาพของเมืองหลวงเบื้องล่างผ่านกระจกใสบานยักษ์ เสียงรองเท้าหนังฝ่าพื้นห้องเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดอยู่ทางด้านหลัง โดยที่ยังไม่ทันได้หันไปมอง วงแขนแข็งแรงก็ตวัดโอบกอดรอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ทันทีด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานาน
"ปล่อยนะคะ!" ศิรินทร์ตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้สะบัดหนีในทันที ร่างกายของเธอยังคงจดจำสัมผัสนี้ได้ดีเกินไป—สัมผัสที่เคยให้ทั้งความสุขสมและรอยแผลเป็นลึก
"ไม่... ผมไม่ปล่อย" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน ธาวินฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นสูดดมกลิ่นกายที่เขาโหยหามาแรมปี "ศิรินทร์... คุณรู้ไหมว่าผมทรมานแค่ไหนที่ต้องมองคุณจากไกลๆ แบบนี้"
"ทรมานงั้นเหรอคะ?" เธอย้อนถามเสียงเยียบเย็น พลางเอี้ยวคอมองเขาด้วยหางตา รอยยิ้มหยันปรากฏบนเรียวปาก "คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่าทรมานคะคุณธาวิน ในเมื่อคุณเป็นคนผลักไสฉันออกไปเอง... ในวันที่ฉันนอนร้องไห้แทบขาดใจ คุณเคยสนใจไหมว่าฉันรู้สึกยังไง"
คำพูดนั้นบาดลึกยิ่งกว่ามีด ธาวินเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก วงแขนที่โอบกอดกระชับแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา มือหนาเลื่อนขึ้นลูบไล้สะโพกมนภายใต้กระโปรงทรงสอบอย่างลืมตัว แรงอารมณ์ที่พรั่งพรูขึ้นมาผสมผสานระหว่างความสำนึกผิดและความเสน่หาอันดิบเถื่อนทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป
"ผมรู้ตัวช้าไป... ผมมันโง่เอง" ธาวินพึมพำเสียงสั่น ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบลงบนลาดไหล่เนียนผ่านเนื้อผ้าอย่างเว้าวอน "แต่ผมรักคุณ... ศิรินทร์ ได้โปรด ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ไหม..."
"ความรักจากคุณมันราคาถูกเกินกว่าที่ฉันจะสนใจค่ะ" ศิรินทร์สะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม เธอหันกลับมาประชดประชันเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ถ้าคุณอยากได้ความเมตตาจากฉันนัก... ก็พิสูจน์ให้ดูสิคะ ว่าคุณยอมทำทุกอย่างเพื่อฉันจริงอย่างที่ปากพูดหรือเปล่า"
สิ้นคำท้าทายนั้น ดวงตาคมกริบของธาวินก็ลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนา เขาไม่รอช้าที่จะคว้าตัวหญิงสาวเข้าหาตัวอีกครั้ง มือหนารวบเอวบางไว้แน่นก่อนจะกดริมฝีปากลงมาบด ฃขยี้เรียวปากอิ่มของเธออย่างเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่เปี่ยมด้วยความโหยหาและแรงอารมณ์ที่ถูกกดเก็บไว้เนิ่นนานทำให้ศิรินทร์ถึงกับผวา มือเรียวที่ตั้งใจจะผลักอกเขาออกในตอนแรก กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเรียกร้อง รุกไล่จนเธอแทบหมดลมหายใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่ฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสรีระเย้ายวน ปลุกเร้าไฟสวาทที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องทำงานเย็นเฉียบแห่งนี้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและความแค้น แต่กลับร้อนแรงจนแทบแผดเผาทั้งคู่ให้มอดไหม้
ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้นและอารมณ์กำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของศิรินทร์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศวาบหวาม
*Rrrr... Rrrr...*
ศิรินทร์สะดุ้งสุดตัว เธอรีบผลักร่างสูงออกห่างทันที ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบและอารมณ์ที่ค้างคา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะเดินกึ่งวิ่งไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอ
ข้อความแจ้งเตือนจากโรงเรียนอนุบาลนานาชาติเด้งขึ้นมาพร้อมรูปถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่ง—เด็กชายที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจากธาวินราวกับพิมพ์เดียวกัน... และข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาว่า: *"คุณแม่มารับน้องวินเซนต์ได้แล้วนะคะ น้องถามหาคุณแม่ใหญ่เลยค่ะ"*
ศิรินทร์หน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เธอหันขวับกลับไปมองธาวินที่กำลังยืนหอบหายใจด้วยสายตาตื่นตระหนก... ขณะที่ชายหนุ่มกำลังก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับสายตาที่บังเอิญเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ในมือของเธอพอดิบพอดี!
...ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ
รสรินกลิ่นกำมะหยี่
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 2
ระยะห่างที่บีบคั้น
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!