เสียงปรบมือเกรียวกราวภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราอลังการใจกลางกรุง ดังก้องกังวานราวกับเสียงหัวเราะเยาะหยันโชคชะตาที่เล่นตลก ศิรินทร์ก้าวเท้าลงบนพรมแดงด้วยความมั่นใจ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจสะกดสายตาของผู้คนนับร้อยในงาน แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องกระทบชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทปักเลื่อมระยิบระยับ ดีไซน์เปิดไหล่เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดดุจหิมะ ตัดกับเรียวปากอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีแดงก่ำเย้ายวนสะกดใจ
หญิงสาวในวันนี้ไม่ใช่ "ศิรินทร์" คนเดิม... ภรรยาเก็บตัวผู้เคยเอาแต่รอคอยความรักและหยาดหยดความเมตตาจากสามีหลังม่านประตูห้องนอนอันเย็นเยียบคนนั้นได้ตายไปนานแล้ว
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรด... กลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบป่าอันเป็นเอกลักษณ์ที่ลอยละล่องมาตามสายลมเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ ทำเอาคนที่กำลังถือแก้วแชมเปญนิ่งงันไปทันที
ธาวิน ชะงักกึก แก้วทรงสูงในมือแทบจะหลุดร่วงลงมากระแทกพื้น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ภาพหลอนใช่ไหม? ผู้หญิงที่เขากวาดสายตาหามาตลอดสามปี ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไรเยื่อใย บัดนี้เธอยืนอยู่ตรงนั้น ในฐานะ "หุ้นส่วนใหม่" ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คู่แข่งคนสำคัญ
หัวใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกระชากวูบ มันเต้นรัวแรงจนเจ็บแปลบไปหมด ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณเขามาตลอดนับพันค่ำคืนพรั่งพรูขึ้นมาอย่างไร้ทางต้านทาน ธาวินก้าวขาออกไปโดยไม่รู้ตัว สายตาคมกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตา เธอดูงดงาม เจิดจรัส และ... เย็นชาไร้หัวใจ ยิ่งกว่าตอนที่เธอหันหลังเดินจากเขาไปในคืนวันหยั้น
"ยินดีด้วยนะคะคุณศิรินทร์ การร่วมทุนครั้งนี้คงทำให้โปรเจกต์ ‘The Grand Horizon’ ของเราน่าตื่นเต้นขึ้นเป็นกอง" เสียงทุ้มต่ำของพิธีกรบนเวทีดังขึ้น เรียกสติของธาวินให้กลับคืนมา แต่มันกลับทำให้เขายิ่งรู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุมพรางที่ลึกและมืดมิดกว่าเดิม
ศิรินทร์แย้มรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความแค้นและความสำเร็จอันหอมหวาน เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบนิดๆ ก่อนจะเบนสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนมาปะทะเข้ากับดวงตาคู่ที่เธอกลั่นแกล้งลืมเลือนไปครึ่งค่อนชีวิต
ธาวินหายใจติดขัด เขารู้สึกเหมือนถูกบีบรัดลำคอจนแทบสิ้นลมเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น... แววตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใย ความรัก ความภักดี หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว หลงเหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด
ชายหนุ่มกำมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ความเร่าร้อนในอดีตที่เคยแผดเผาร่างกายของทั้งคู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ผุดวาบขึ้นมาในหัว สมัยที่เขายังโง่เขลาเอาแต่ใจ ตักตวงความสุขจากเรือนร่างนุ่มนวลของเธอด้วยความหยิ่งผยองโดยไม่เคยเหลียวแลหัวใจ วันนี้... กรรมตามสนองเขาอย่างสาสมแล้ว ร่างกายของเขาร่ำร้องโหยหาความอบอุ่นจากกลิ่นน้ำหอมนั้นแทบคลั่ง แต่ทว่ากำแพงน้ำแข็งที่ศิรินทร์สร้างขึ้นมาใหม่ กลับสูงเสียดฟ้าจนเขากลัวว่าชาตินี้จะไม่มีวันปีนกลับไปหาเธอได้อีก
พิธีต้อนรับดำเนินต่อไปท่ามกลางความอึดอัดที่แผ่ซ่านรอบตัวธาวิน ทว่าในจังหวะที่แขกเหรื่อเริ่มกระจายตัวเพื่อพูดคุยธุรกิจ ศิรินทร์ก็ปลีกตัวเดินเลี่ยงไปยังระเบียงกระจกด้านนอกที่เงียบสงบเพื่อรับลมยามค่ำคืน
ธาวินไม่รอช้า เขาสสาวเท้าก้าวตามออกไปทันที ราวกับมีแม่เหล็กพลังมหาศาลดึงดูดเขาให้เข้าหาไฟบรรลัยกัลป์ดวงนั้น
ประตูกระจกเลื่อนปิดลงเบื้องหลังเมื่อธาวินก้าวออกมายืนประจันหน้ากับเธอในมุมลับตาคน กลิ่นน้ำหอมวานิลลาอบอวลเข้มข้นขึ้นในพื้นที่แคบๆ หัวใจของชายหนุ่มเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนสวยที่เชิดขึ้นอย่างถือดี
"ศิริน..." เสียงของเขาแหบพร่า สั่นระริกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตนักบริหารผู้ไร้พ่าย "คุณ... กลับมาทำไม"
ศิรินทร์ค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามี ดวงตากลมโตนิ่งสนิท เธอไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อยที่เขาเดินตามมา มุมปากอิ่มยกยิ้มเยาะหยันขึ้นเล็กน้อย ช่างเป็นภาพที่บาดลึกหัวใจคนมองเสียเหลือเกิน
"แปลกใจเหรอคะคุณธาวิน" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnเอ่ยออกมา "คิดว่าฉันจะจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดในอดีต ตรอมใจตายอยู่ในซอกหลืบมืดๆ ไปตลอดชีวิตอย่างนั้นสินะคะ"
"ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น..." ธาวินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละน้อย ความโหยหาพุ่งพล่านจนสมองส่วนเหตุผลเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ กลิ่นกายหอมกรุ่นที่เขาเคยซุกซบและฝังรอยรักไว้ทั่วเรือนร่างปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัว "ตลอดสามปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่นึกถึงคุณ ศิริน... ผมรู้ว่าผมโง่เง่าแค่ไหน ผมรู้ว่าผมทำร้ายคุณไว้มากแค่ไหน แต่ขอโอกาส... ให้ผมได้ไถ่บาปเถอะนะ"
ธาวินเอื้อมมือหมายจะแตะปลายนิ้วลงบนไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่สะท้อนแสงไฟ แต่ศิรินทร์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์สัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา เธอปรายตามองมือที่ค้างเติ่งกลางอากาศด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ไถ่บาปเหรอคะ?" เธอย้อนถาม เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอดังขึ้นอย่างน่ากลัว "คุณเอาอะไรมาพูดคะธาวิน คนอย่างคุณเนี่ยนะจะรู้จักรaบาปบุญคุณโทษ? สิ่งที่คุณทำกับฉันในอดีต มันมากกว่าคำว่าทำร้าย... มันคือการฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็น!"
ความโกรธและความเจ็บปวดอัดแน่นอยู่ในอกของหญิงสาว เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามีที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและหยาดน้ำตาคลอเบ้า แต่มันสายเกินไป... ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว
ธาวินสะอึกกับคำพูดเชือดเฉือนนั้น เขายอมรับทุกความผิดโดยไม่คิดจะแก้ตัว เพราะเขารู้ดีว่าแผลเป็นที่เขาฝากไว้ในใจเธอมันลึกซึ้งเกินกว่าจะลบเลือนด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ ชายหนุ่มตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้ง บีบกั้นพื้นที่หนีรอดของเธอจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับกระจกใสเบื้องหลัง โดยมีลำตัวกำยำกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน
"ถ้าคุณอยากจะลงโทษผม... จะตบตี จะด่าทอ หรือจะทำอะไรกับผมก็ได้ทั้งนั้น ศิริน" ธาวินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวเนียนจนเธอกลั้นหายใจ "แต่ขอร้อง... อย่าทำท่าทีเย็นชาใส่ผมแบบนี้เลย ให้ผมได้กอดคุณอีกสักครั้ง... นะครับ"
ริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านแก้มนวลเนียนอย่างถือวิสาสะ สัญชาตญาณความเร่าร้อนที่เคยผูกพันกันอย่างลึกซึ้งกำลังปลุกเร้าสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ให้หลุดลอย ศิรินทร์รู้สึกได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเย็น หัวใจทรยศของเธอดันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของอดีตสามีแตะลงที่ซอกคอแผ่วเบาราวกับจะวิงวอน
แต่วินาทีที่ความวาบหวามกำลังจะครอบงำสติ ศิรินทร์ก็แววตาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออกสุดแรง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่สุดในชีวิต
"คิดเหรอคะว่าผู้หญิงที่เคยถูกคุณเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี จะยอมให้คุณกลับมาตักตวงความสุขจากร่างกายนี้ได้ง่ายๆ อีก" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความสะใจ "ฝันไปเถอะค่ะธาวิน... เพราะสิ่งที่ฉันเตรียมไว้ต้อนรับคุณในเกมนี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!"
ธาวินชะงักงันกับประกายตาดุดันและรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวของอดีตภรรยา ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงเด็กน้อยเจื้อยแจ้วก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง
"มัมมี่ฮะ... คุณป้าบอกว่าถึงเวลาที่เราต้องเข้าไปตัดเค้กเปิดตัวแล้วนะฮะ"
ธาวินตัวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม เมื่อเขาหันขวับกลับไปมองตามเสียงนั้น และพบกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบเศษคนหนึ่ง หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาออกมาไม่มีผิดเพี้ยน ยืนกอดตุ๊กตาหมีอยู่ข้างๆ ผู้จัดการส่วนตัวของศิรินทร์!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนอันแสนเร่าร้อนนี้นะคะ
---
*(รสรินกลิ่นกำมะหยี่)*
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 1
กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!