ข้อความสั้นๆ บนแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ในมือ ทำให้ลมหายใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในศึกใดถึงกับสะดุดกึกในทันที
เหยียนหยางขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองตัวอักษรหวัดๆ ที่ทิ้งท้ายไว้ราวกับเย้ยหยัน *“หมากตานี้... แม่ทัพเหยียนคงต้องเลือกระหว่างเกียรติยศกับลมหายใจของสตรีปากกล้าผู้นั้น”*
"บังAจ!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของท่านแม่ทัพดังขึ้นในห้องทรงอักษรส่วนตัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
เซี่ยฉีฉีที่เพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมถาดน้ำชาถึงกับชะงักเท้า นางหรี่ตามองแผ่นกระดาษในมือเขาด้วยสัญชาตญาณนักสืบ ก่อนจะวางถาดลงบนโต๊ะเสียงดัง *เคร้ง* เพื่อเรียกสติคนหน้าดำคร่ำเครียด
"ถ้ากระดาษแผ่นนั้นมันขัดหูขัดตาขนาดนั้น เอาไปเผาไฟเสียสิคะท่านแม่ทัพ มายืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกอยู่ตรงนี้ ก็ไม่ได้ช่วยให้เบาะแสในคดีมันงอกเงยขึ้นมาหรอกนะคะ" เสียงหวานเอ่ยแซะด้วยรอยยิ้มเยาะบางๆ ตามนิสัยที่ต่อให้ฟ้าถล่มก็ยังไม่วายหาเรื่องหยิกแกมหยอกได้
เหยียนหยางหันขวับมามองนาง แววตาที่ปกติเย็นชาบัดนี้กลับเจือไปด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันคือความหงุดหงิดปนความโล่งใจประหลาดที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความดื้อรั้น "เจ้ายังมีหน้ามาล้อเล่นอีกหรือ เซี่ยฉีฉี! รู้ตัวหรือไม่ว่าตอนนี้พวกเรากำลังเหยียบอยู่บนหางเสือของพยัคฆ์!"
"พยัคฆ์เหรอคะ? ไหนล่ะคะ? ฉันเห็นแต่แมวขโมยที่ซ่อนตัวอยู่หลังเงาอำนาจมืดมากกว่า" ฉีฉีเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว นางก้าวเข้าไปใกล้เขาทีละน้อยจนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นอายสนธยาและเหงื่อจางๆ จากการต่อสู้ลอยเข้าแตะจมูก แต่นางไม่ได้ถอยหนี กลับยิ่งสบตาเขาตรงๆ "ความสำเร็จในการทลายเครือข่ายใต้ดินเมื่อคืนนี้ ทำให้พวกเรากระชากหน้ากากของพวกมันออกมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว แลกกับการที่ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจต้องมาเสียอาการเพราะจดหมายขู่ไร้สาระเนี่ยนะคะ? น่าผิดหวังจังค่ะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาเหยียนหยางเกือบจะสำลักลมหายใจ เขาเอื้อมมือคว้าข้อแขนเรียวบางของนางไว้โดยอัตโนมัติด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เจ็บ แต่กลับยั้งมือไว้ทันเปลี่ยนเป็นรั้งร่างบางเข้าหาตัวแทน เพื่อไม่ให้หนีพ้นสายคาดคั้น
"เจ้าไม่เข้าใจ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนจนฉีฉีรู้สึกวูบวาบในอกอย่างน่าประหลาด "พวกมันไม่ใช่แค่โจรปลายแถว... คนที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารและบงการคดีทั้งหมด คืออ๋องเฉินอี้"
ชื่อนี้ทำให้รอยยิ้มเยาะบนริมฝีปากของเซี่ยฉีฉีแข็งค้างไปชั่วขณะ
อ๋องเฉินอี้... เชื้อพระวงศ์ผู้ทรงอิทธิพล มีรอยยิ้มอาบยาพิษและมีความทะเยอทะยานที่จะฮุบราชบัลลังก์ การที่นางกับเหยียนหยางร่วมมือกันพลิกกระดานคดีฉ้อโกงเงินกองทัพและสาวมาถึงตัวหนอนบ่อนไส้ระดับสูง ก็เท่ากับว่าพวกเขาได้ประกาศสงครามกับอ๋องผู้ทรงอำนาจคนนี้โดยตรงแล้ว
"อ๋องเฉินอี้งั้นเหรอคะ..." ฉีฉีพึมพำ ดวงตากลมโตเป็นประกายวับขึ้นมาด้วยความท้าทายแทนที่จะเป็นความหวาดกลัว "มิน่าเล่า เกมนี้ถึงได้เดินหมากยากเย็นนัก ที่แท้ก็มีสุนัขจิ้งจอกหางใหญ่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังนี่เอง"
"ยังจะมีอารมณ์มาเปรียบเทียบอีก!" เหยียนหยางขบกรามแน่น จ้องมองสตรีตรงหน้าที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์คับขันแค่ไหน ก็ยังคงมีความอวดดีฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น มันช่างน่าตีให้ก้นลายเสียจริง... แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจของเขากลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยาม "รู้ไหมว่าการที่เจ้าช่วยข้าไขคดีเมื่อคืน ทำให้เจ้ากลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของมัน"
"แล้วท่านกลัวหรือคะ?" ฉีฉีเอียงคอถาม รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "กลัวว่าถ้าฉันตายไปแล้ว จะไม่มีคนคอยต่อปากต่อคำกับท่านยามว่างอย่างนั้นหรือคะ ท่านแม่ทัพ"
"เจ้า..." เหยียนหยางหายใจติดขัด หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงกับคำพูดเย้าแหย่ที่ไม่ดูเวล่ำเวลาของนาง มือหนาเผลอบีบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบจะสัมผัสกันได้ ปลายจมูกโด่งรั้นของนางเกือบจะชนกับสันจมูกคมของเขา เคมีร้อนระอุพุ่งทะยานขึ้นจนอุณหภูมิในห้องราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง
ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนา มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกันในอก เหยียนหยางก้มมองเรียวปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกอยากจะปิดปากช่างเจรจานี้เสียให้สิ้นเรื่อง สัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษผู้ไม่เคยยอมใครเริ่มตื่นขึ้น ร่างสูงโน้มใบหน้าลงต่ำทีละน้อย สายตาจับจ้องที่ริมฝีปากสีชาดอย่างหลงใหล
ฉีฉีเองก็ลมหายใจสะดุด หัวใจเต้นระรัวราวกับตีกลองศึก นางหลุบตาลงมองริมฝีปากหยักลึกที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ สมองที่เคยประมวลผลคดีได้อย่างเฉียบคมบัดนี้กลับขาวโพลนว่างเปล่า มีเพียงความตื่นเต้นเร้าใจที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
*ตึง! โครม!*
เสียงประตูห้องทรงอักษรถูกถีบเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่าเท้าของใครบางคน พร้อมกับเสียงรายงานที่ร้อนรนจนทำลายบรรยากาศสีชมพูละลายใจในพริบตา
"ท่านแม่ทัพแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! หน้าจวนตอนนี้... กองกำลังองครักษ์หลวงนำโดยอ๋องเฉินอี้กำลังบุกเข้ามา!"
เหยียนหยางผละออกจากร่างบางในเสี้ยววินาที ดวงตากลับมาเย็นชาดั่งคมดาบอีกครั้ง ร่างสูงก้าวขวางหน้าเซี่ยฉีฉีไว้โดยสัญชาตญาณ ท่าทีปกป้องนั้นเด่นชัดเสียยิ่งกว่าเกราะเหล็กบนกาย
ฉีฉีเม้มปากแน่น ความหวานละมุนเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเย็นยะเยือกของสถานการณ์ตรงหน้า นางมองข้ามไหล่กว้างของแม่ทัพหนุ่มออกไปที่ประตู พบกับรอยยิ้มเย็นเยียบของบุรุษในชุดคลุมปักลายมังกรห้าเล็บที่กำลังก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเหนือกว่า
เกมกระดานนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจร้อนรอคอยความฟินไปด้วยกันกับเสี่ยวเถาฮวานะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา•ตอนที่ 11
เดิมพันด้วยศรัทธา
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!