ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา•ตอนที่ 12

ดินแดนห่างไกลกับใจที่เริ่มเปลี่ยน

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ถ้าท่านแม่ทัพยังทำหน้าเหมือนอมยาพิษขนาดนี้ เกรงว่าม้าใต้ร่างเราคงอกแตกตายก่อนจะถึงค่ายทหารชายแดนเสียก่อนนะคะ" เสียงหวานใสติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของผืนป่าดิบชื้น เซี่ยฉีฉีรั้งบังเหียนม้าให้ช้าลงเล็กน้อย ก่อนจะปรายตามองบุรุษข้างกายที่แผ่รังสีความเย็นชาออกมาเสียจนอุณหภูมิรอบตัวลดลงไปหลายองศา เหยียนหยางมิได้เอާމปากตอบทันที ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่มีฝุ่นตลบอบอวล ความยากลำบากของการเดินทางไกลนับร้อยลี้ไม่ได้ทำให้แม่ทัพหนุ่มผู้ผ่านศึกมาโชกโชนรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนแทบผูกกันเป็นปม คือสตรีตัวเล็กที่นั่งอยู่บนหลังม้าตัวเดียวกันต่างหาก เล่ห์กลอันใดของนางกันแน่? ถึงได้ใช้ข้ออ้างเรื่องม้าพยศจนต้องขอควบม้าตัวเดียวกับแม่ทัพผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงเช่นเขา! "หากคุณหนูเซี่ยมีเวลามาใส่ใจสีหน้าของเปิ่นเจียงจวิน สู้เอาแรงไปคิดหาทางรับมือกับพวกโจรป่าชายแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมจะดีกว่าไหม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความรำคาญแกมระอา "หรือคิดว่าสมองอันปราดเปรื่องของท่าน จะใช้กล่อมพวกมันให้วางดาบแล้วหันมาอ่านตำราคุณธรรมได้?" "ท่านแม่ทัพเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ได้จะไปกล่อมพวกมันเสียหน่อย..." ฉีฉีแย้มยิ้มพราย ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ ยามเมื่อขยับกายเข้าไปชิดแผ่นอกกว้างโดยอ้างว่าทรงตัวไม่มั่นคง "แต่ฉันกำลังคิดต่างหากว่า หากพวกเราถูกซุ่มโจมตีในคืนนี้ ท่านจะยอมเอาตัวเข้าบังลูกธนูให้ฉันเหมือนในงิ้วโรงเล็ก หรือจะปล่อยให้ฉันโดนยิงตายแล้วรีบกลับไปรายงานฮ่องเต้ว่าฉันทำภารกิจล้มเหลวกันแน่คะ?" เหยียนหยางสะท้านเฮือกเมื่อกลิ่นกายหอมละมุนดั่งดอกไม้ป่าลอยเข้าจมูกยามที่นางขยับตัว ใกล้เสียจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย... หรือบางทีอาจเป็นเสียงหัวใจของเขาเองที่เต้นผิดจังหวะ ชายหนุ่มขบกรามแน่น สัมผัสอุ่นร้อนจากแผ่นหลังแนบชิดทำให้สมาธิที่เคยมีมลายหายไปสิ้น "ไร้สาระ! เปิ่นเจียงจวินไม่มีวันเอาชีวิตมาทิ้งเพราะความสะเพร่าของสตรีปากกล้าเช่นท่านหรอก" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ฝ่ามือหนาที่กำบังเหียนม้าเริ่มชื้นด้วยเหงื่อ "นั่งให้มันนิ่งๆ อย่าขยับไปมา... ไม่อย่างนั้น เปิ่นเจียงจวินอาจจะโยนท่านลงจากหลังม้าเสียตรงนี้" "อุ๊ย! น่ากลัวจังเลยค่ะ" ฉีฉีหัวเราะคิกคักในลำคออย่างไม่เกรงกลัว นางจงใจทิ้งน้ำหนักตัวพิงลงบนแผ่นอกแกร่งอย่างเต็มแรง "เชิญท่านโยนลงมาได้เลยค่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าฉันกระดูกหักขึ้นมา ท่านจะต้องอุ้มฉันเดินเท้าไปตลอดทางจนถึงค่ายชายแดน... ท่านไหวหรือเปล่าล่ะคะ ท่านแม่ทัพ?" ความยโสและท่าทีลอยชายของนางทำให้เหยียนหยางอยากจะฟาดก้นสตรีจอมกวนผู้นี้สักทีให้หายหมั่นไส้ แต่กระนั้น ในแววตาคู่คมที่มักจะเยียบเย็นเป็นนิจ กลับมีประกายความอ่อนโยนบางเบาซ่อนอยู่ลึกจนเจ้าตัวยังไม่กล้าสำรวจ การเดินทางหลายวันที่ผ่านมา... จากเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันแห่งการแย่งชิงอำนาจ สู่ภูมิประเทศชายแดนที่เวิ้งว้างและอันตราย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างเงียบเชเชียบ จากคู่กัดที่คอยแต่จะหาเรื่องเชือดเฉือนคารม กลายเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นโดยไร้เสียงคำนึงหา ยามอาทิตย์อัสดงสาดแสงสีส้มแดงอาบไล้ผืนทรายและแนวป่า ทั้งสองกองกำลังขนาดเล็กจึงหยุดพักแรมชั่วคราว ณ ซากอารามร้างแห่งหนึ่งริมชายแดน กองไฟกองเล็กถูกก่อขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านซากเสาหินเก่าแก่ราวกับเสียงกระซิบของภูตผีปีศาจ ฉีฉีนั่งกอดเข่าอยู่ใกล้กองไฟ ปลายคางมนเกยอยู่บนหัวเข่า ดวงตากลมโตเหม่อมองเปลวไฟที่กำลังลุกโชน พลางใช้กิ่งไม้เขี่ยเศษถ่านเล่นอย่างไร้จุดหมาย ความเงียบสงบในยามวิกาลไม่ได้ทำให้ใจนางสงบลงเลยแม้แต่น้อย "คิดอะไรอยู่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทำลายความเงียบ เหยียนหยางเดินถือกระบอกน้ำย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ก่อนจะย่อกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายในแสงเพลิงดูดุดันแต่ก็น่ามองจนน่าประหลาด "กำลังคิดว่า... เบื้องหลังข่าวลือเรื่องการซ่องสุมกำลังที่ชายแดนนี้ มันจะมีเงาของอ๋องเฉินอี้ซ่อนอยู่ลึกแค่ไหนกันแน่น่ะค่ะ" ฉีฉีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่มักจะซุกซนและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจัง "คนผู้นั้นไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีผลประโยชน์ คำทำนายบ้าบออะไรนั่นก็เป็นแค่เครื่องมือ... และฉันมั่นใจว่าการที่เราถูกส่งมาที่นี่ ก็อยู่ในแผนการของเขาเช่นกัน" เหยียนหยางชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตานาง "ท่านรู้ว่าอันตราย... ทำไมถึงยังดึงดันจะตามมาด้วย?" ฉีฉีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มบางๆ อย่างเย้ยหยัน "แล้วท่านคิดว่าถ้าฉันปล่อยให้ท่านมาตายที่ชายแดนคนเดียว แล้วใครจะเป็นคนไขปริศนาคดีกบฏนี้ล่ะคะ? อีกอย่าง..." นางจงใจเว้นจังหวะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนแสงไฟสะท้อนเข้ากับดวงตาใสแจ๋ว "ฉันเป็นห่วงท่านต่างหากเล่า... กลัวว่าไม่มีฉันคอยต่อปากต่อคำ ท่านอาจจะเหงาตายเสียก่อนได้รบกับศัตรู" คำหยอกเย้าที่แฝงความจริงใจไว้อย่างแนบเนียนทำเอาหัวใจของแม่ทัพหนุ่มกระตุกวาบ เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าว เหยียนหยางเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดึงความแข็งกร้าวของตนเองกลับคืนมา แต่ความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านมาจากอกข้างซ้ายกลับทรยศความเยือกเย็นที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิต "ปากคอเราะร้ายเช่นเคย... สตรีเช่นท่าน หาใช่คนที่ควรมีจุดจบด้วยความตายไม่" เขาเอ่ยเสียงพร่า หลบสายตาคู่นั้นด้วยความรู้สึกที่เริ่มจะควบคุมยาก "ถ้าอย่างนั้น... ท่านก็สัญญาซิคะว่าจะปกป้องฉันจนกว่าเราจะไขปริศนาทั้งหมดกระจ่าง" ฉีฉีเอื้อมมือเรียวเล็กออกไปแตะที่ปลายแขนเสื้อของเขาเบาๆ สัมผัสแผ่วเบานั้นราวยกับสายฟ้าที่แล่นริ้วไปทั่วร่างของเหยียนหยาง "ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย... ท่านกล้ารับปากสตรีที่คว่ำกระดานชะตานางนี้ไหมคะ?" เหยียนหยางเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาของสตรีตรงหน้าไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความมุ่งมั่นและประกายระยิบระยับที่ดึงดูดใจเขาอย่างร้ายกาจ มือหนาเคลื่อนไปกุมมือเรียวนั้นไว้โดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือของทั้งสองประสานกันท่ามกลางลมหนาวของชายแดน "เปิ่นเจียงจวินสาบานด้วยเกียรติ..." ยังไม่ทันที่เหยียนหยางจะเอ่ยคำมั่นสัญญาจนจบประโยค... *ฉวบ!* เสียงแหวกอากาศของลูกศรดอกหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาปักลงบนเสาหินด้านหลังศีรษะของฉีฉีอย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้เศษหินแตกกระจาย กลิ่นคาวเลือดจางๆ และเสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับสิบสายก็ดังขึ้นรอบทิศทางในชั่วพริบตา! "ระวัง!" เหยียนหยางไม่รอช้า ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวฉีฉีพร้อมกับดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดแล้วกลิ้งหลบวิถีกระสุนธนูระลอกสองที่ระดมยิงเข้ามาดั่งหามจั่ว ดาบยาวในฝักถูกชักออกด้วยความเร็วแสง ดวงตาคมกริบทอประกายอำมหิตขึ้นทันที ทว่า... ในวินาทีที่เหยียนหยางดันร่างของฉีฉีหลบหลังแนวเสาหินเพื่อความปลอดภัย เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยอย่างยิ่งก็ดังแว่วมาจากความมืดเบื้องนอก พร้อมกับเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง แม่ทัพเหยียนกับคุณหนูเซี่ย" เงาร่างนั้นปรากฏชัดขึ้นในแสงจันทร์... อ๋องเฉินอี้แย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม มือข้างหนึ่งถือคันธนูที่ยังมีควันจางๆ ลอยอยู่ ด้านหลังของเขาคือทหารรับจ้างนับร้อยที่ปิดล้อมซากอرامร้างแห่งนี้ไว้จนไม่เหลือทางหนี "ฝ่าบาท..." เหยียนหยางแววตาหรี่แคบลงอย่างตกใจสุดขีด ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับตัวละครอันร้อนแรงคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%