ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา•ตอนที่ 10

แม่ทัพผู้ไม่ยอมลดตัว

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะเวลาอันน่าภิรมย์ของท่านแม่ทัพกับ... ว่าที่พระชายาของข้ากระมัง?" น้ำเสียงยียวนกวนประสาทของอ๋องเฉินอี้ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เฉียบคมราวใบมีด รอยยิ้มมุมปากของท่านอ๋องผู้ทะเยอทะยานไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นัยน์ตาคมกริบกวาดมองระหว่างร่างระหงของเซี่ยฉีฉีที่ยืนอยู่ชิดวงแขนของเหยียนหยาง กับท่าทีนิ่งขรึมราภูเขาน้ำแข็งของท่านแม่ทัพผู้ไม่เคยสยบให้ใคร เซี่ยฉีฉีขยับตัวจะผละออก แต่ทว่า... ไวเท่าความคิด ปลายนิ้วแกร่งของเหยียนหยางกลับรั้งข้อศอกนางไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดและไม่อนุญาตให้อีกฝ่ายถอยห่างแม้แต่นิ้วเดียว "ท่านอ๋องเข้าใจผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เหยียนหยางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าอุณหภูมิรอบกายกลับลดฮวบลงจนคนฟังรู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือก "กระหม่อมเพียงแต่กำลังสะสางคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของแคว้น และสตรีผู้นี้... ก็เป็นเพียงพยานคนสำคัญ หาใช่สิ่งที่ท่านอ๋องทรงกล่าวหาไม่" "พยานหรือ?" เฉินอี้หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว สายตาคมปลาบจับจ้องรอยแผลถลอกที่ต้นแขนของเซี่ยฉีฉี ซึ่งเกิดจากการต่อสู้กับคนร้ายเมื่อครู่ "แต่ที่ข้าเห็น... ดูเหมือนว่าพยานปากเอกของท่านจะได้รับบาดเจ็บจนน่าเป็นห่วงทีเดียว เหตุใดแม่ทัพผู้เก่งกาจถึงปล่อยให้สตรีอ่อนแอต้องมารับภาระอันตรายเช่นนี้เล่า หรือว่า... ท่านปกป้องนางได้ไม่ดีพอ?" คำพูดเหน็บแนมนั้นพุ่งเป้ามาเพื่อทิ่มแทงอีโก้ของแม่ทัพหนุ่มโดยเฉพาะ เหยียนหยางขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น ทว่า ก่อนที่เหยียนหยางจะได้สวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนใดๆ เซี่ยฉีฉีกลับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับท่านอ๋องเฉินอี้ตรงๆ แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันที่ฉายชัดอย่างไม่ปิดบัง "ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันหาใช่สตรีในห้องหอที่ต้องคอยให้บุรุษมาปกป้องจนกระดิกตัวไม่ได้เพ่ะค่ะ" เซี่ยฉีฉีเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายอยู่บนขมับเพราะพิษบาดแผล "รอยแผลนี่... คือหลักฐานว่าหม่อมฉันกล้าหาญพอที่จะไขคดีที่พวกท่านเอาแต่ปิดหูปิดตาต่างหากเล่า หรือหากท่านอ๋องทรงว่างนัก ไฉนไม่เอาเวลามาช่วยสืบหาตัวหนอนบ่อนไส้ในกองทัพ มากกว่าจะมาแย่งชิงพยานที่หม่อมฉันเหนื่อยยากหามาด้วยเล่าเพ่ะค่ะ?" "บังجาญ!" เฉินอี้ตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสามัญชนตอกหน้าเข้าอย่างจัง "เจ้าเป็นแค่บุตรสาวขุนนางตกอับ กล้าดีอย่างไรมาต่อปากต่อคำกับข้า!" "พอได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ, ท่านอ๋อง" เหยียนหยางก้าวออกมาบังร่างของเซี่ยฉีฉีไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ แม้ปากเขาจะบอกว่านางเป็นเพียงพยาน แต่ยามนี้ ร่างสูงใหญ่กลับทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังให้อย่างแนบเนียน "สถานที่แห่งนี้อยู่ในการดูแลของกองทัพ หากท่านอ๋องไม่มีราชกิจอันใดเกี่ยวข้อง ขอความกรุณาเสด็จกลับ, กระหม่อมต้องส่งตัวพยานไปทำแผลและสอบปากคำต่อ" เฉินอี้หรี่ตามองคนทั้งสองสลับกัน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขารู้ดีว่าเหยียนหยางเป็นคนประเภทเกลียดการผูกมัดและเกลียดคำทำนายเรื่องคู่ครองยิ่งกว่าสิ่งใด แต่ภาพที่เห็นเมื่อครู่... ภาพที่แม่ทัพผู้เย็นชาคนนี้แสดงอาการปกป้องออกนอกหน้า มันช่างน่าสนใจเสียจนเขาอยากจะลองเล่นสนุกดูสักตั้ง "ดี... ดีมาก ท่านแม่ทัพเหยียน" เฉินอี้แค่นหัวเราะ "หวังว่าท่านจะรักษา 'พยาน' คนนี้ไว้ให้ดีๆ ก็แล้วกัน ระวังเถอะ... ของที่หวงมากๆ มักจะมีคนอยากแย่งชิงไปเสมอ" สิ้นคำพูด เฉินอี้ก็สะบัดชายแขนเสื้อแล้วหมุนตัวเดินจากไป พร้อมกับองครักษ์เงาที่เร้นกายหายไปในความมืดทันที บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกของคนทั้งสอง เหยียนหยางนิ่งงันไปชั่วขณะ เขาก้มลงมองสตรีที่ยังคงยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ข้างกาย แม้ใบหน้าจะซีดเซียวลงเพราะเสียเลือด แต่นัยน์ตากลับยังคงสุกใสและดื้อรั้นไม่เปลี่ยน "เจ้ามัน... ตัวปัญหาจริงๆ เซี่ยฉีฉี" เหยียนหยางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ น้ำเสียงเจือความระอาแต่ก็ซ่อนความห่วงใยที่เจ้าตัวไม่ยอมรับเอาไว้ไม่มิด "ถ้าหม่อมฉันไม่เป็นตัวปัญหา ท่านแม่ทัพคงไขคดีนี้ไม่ได้ไปอีกสิบปีหรอกเพ่ะค่ะ" นางสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเซถลาเล็กน้อยเพราะอาการวิงเวียนศีรษะจากพิษแผล ร่างสูงไวกว่าความคิด วงแขนแข็งแกร่งพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางของนางไว้ได้ทันก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดลงไปกองกับพื้น เซี่ยฉีฉีอุทานเบาๆ มือเรียวเผลอคว้าสาบเสื้อเกราะของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ระยะห่างระหว่างกันในยามนี้แทบไม่เหลือ ระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นอายสงครามและจันทร์อับแสงลอยวนอยู่รอบปลายจมูก เหยียนหยางก้มลงมองใบีนวลที่อยู่ห่างเพียงคืบ นัยน์ตาคู่คมที่เคยเย็นชามาตลอด บัดนี้กลับไหวระริกราวกับผิวน้ำถูกลมพัดผ่าน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับเริ่มกระหน่ำรัวราวกองศึกในอก "ปล่อยเถอะค่ะ... ข้าเดินเองได้" เซี่ยฉีฉีพึมพำเสียงแผ่ว ความมั่นใจเมื่อครู่หายไปไหนหมดสิ้น เมื่อปลายนิ้วของนางสัมผัสโดนแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจของเขา "เงียบปากแล้วอย่าดื้อสักวันจะได้ไหม" น้ำเสียงของเหยียนหยางแหบพร่าลงอย่างประหลาด เขาไม่ได้ปล่อยมือนางตามที่ปากว่า ตรงกันข้าม... เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น แล้วช้อนร่างบางขึ้นอุ้มไว้แนบอกในท่าอุ้มเจ้าสาวอย่างเด็ดขาด "วะ... ท่านแม่ทัพ! ปล่อยนะเพ่ะค่ะ ข้าเดินเองได้จริงๆ!" เซี่ยฉีฉีหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับคนร้ายเสียอีก นางพยายามดิ้นรนเล็กน้อย แต่วòngแขนของเขานั้นมั่นคงราวกำแพงเหล็ก "ถ้าไม่อยากให้แผลฉีกจนเลือดอาบ ก็อยู่นิ่งๆ" เหยียนหยางก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความดุ แต่มันกลับสั่นพร่าอย่างน่าประหลาด "ข้ากำลังจะพาเจ้าไปทำแผล... และอย่าคิดแม้แต่จะเถียงข้าในตอนนี้ เซี่ยฉีฉี" แสงตะเกียงวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของแม่ทัพหนุ่ม ในยามที่เขากำลังก้าวเดินพาingนางไปยังกระโจมพักส่วนตัว ความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้างทำให้หัวใจของสตรีผู้คว่ำกระดานชะตาถึงกับกระตุกวูบ ทว่า... ในจังหวะที่เหยียนหยางกำลังจะก้าวเท้าพานางพ้นจากเขตมืดทึบของระเบียงทางเดิน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงรายงานร้อนรนก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมด "ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" รองแม่ทัพวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า สีหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "สายรายงานด่วนจากชายแดน... กองกำลังปริศนาบุกเข้าเผาคลังเสบียงหลักของเราเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน วัตถุดิบทั้งหมด... วอดวายสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เหยียนหยางชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตก and รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างเขาทันที เซี่ยฉีฉีที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าของแม่ทัพหนุ่ม นางสัมผัสได้ทันทีว่ากล้ามเนื้อทั่วร่างของเขากำลังเกร็งเครียดจนน่ากลัว และก่อนที่เหยียนหยางจะได้เอ่ยคำสั่งใดออกมา สายตากลับเหลือบไปเห็นเศษกระดาษชิ้นหนึ่งที่ถูกเสียบไว้กับลูกธปนูซึ่งปักอยู่บนเสาไม้ใกล้ๆ นั้น บนกระดาษแผ่นนั้นมีลายมือหวัดๆ เขียนทิ้งไว้ด้วยหมึกสีชาด... *ข้อความสั้นๆ ที่ทำให้ลมหายใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ถึงกับสะดุดกึกในทันที* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของท่านแม่ทัพด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%