ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา•ตอนที่ 6

การประชันฝีมือในค่ำคืนเทศกาล

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ถ้าข้าเป็นพวกเจ้า ป่านนี้คงรีบกราบกรานขอส่วนบุญ มากกว่าจะมายืนทำหน้าไร้ค่าให้เปลืองพื้นที่อากาศหายใจค่ะ" เสียงใสๆ ที่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของตรอกแคบหลังหอคอยหมื่นบุปผา เซี่ยฉีฉีไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดบุรุษนักเดินทางปักลายไผ่เข้มยังคงยืนไขว่ห้างพิงกำแพงอิฐเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายราวกับพวกเงาทมิฬนับสิบที่ชักกระบี่ออกจากฝักตรงหน้าเป็นเพียงฝูงสุนัขจรจัดที่ไม่มีพิษสงอะไร เหยียนหยางที่ยืนบังอยู่เบื้องหน้าของนางถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย แม่ทัพหนุ่มปรายตามองกลุ่มนักฆ่ามือฉกาจด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก มือหนากระชับด้ามกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อต่องอขาว "จัดการพวกมันให้ไว ฉันไม่อยากเสียเวลากับเศษสวะพวกนี้ในคืนเทศกาลโคมไฟหรอกนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งด้วยความหงุดหงิดระคนระวังภัย แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่ร่างกายกลับก้าวขยับบังมุมอับสายตาของฉีฉีไว้มิดชิดอย่างไร้ร่องรอย ฉีฉีแอบลอบมองแผ่นหลังกว้างที่แผ่ไอสังหารเข้มข้นนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง... ตาบ้าผู้นี้ ปากร้ายใจแข็งเป็นหินผา แต่ยามคับขันกลับเอาตัวเข้ามาขวางคมกระบี่ให้อย่างไม่ลังเลเลยสักนิด *ฉับ!* ประกายไฟวาบขึ้นท่ามกลางความมืดเมื่อกระบี่ในมือของเหยียนหยางปะทะเข้ากับอาวุธลับของศัตรู แรงปะทะสะท้อนจนเกิดเสียงก้องกังวานไปทั่วตรอกแคบ แม่ทัพหนุ่มเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจพยัคฆ์ร้าย หลบหลีกคมดาบที่พุ่งเข้ามาจากทุกสารทิศได้อย่างงดงาม ทุกกระบวนท่ามีความเด็ดขาดและเฉียบคมชนิดที่เรียกว่าสั่งตายได้ในดาบเดียว ฉีฉีไม่ได้ยืนดูอยู่เฉยๆ นางดึงเข็มเงินเคลือบยาสลบสามเล่มออกจากแขนเสื้อ ปลายตาคำนวณทิศทางลมและจุดตายของศัตรูอย่างแม่นยำ "ระวังข้างซ้ายท่านหน่อยเถอะ ท่านแม่ทัพ!" นางเอ่ยเตือนพร้อมกับดีดนิ้วส่งเข็มเงินพุ่งแหวกอากาศปักเข้าที่ลำคอของมือสังฆราชที่กำลังจะลอบทำร้ายเหยียนหยางจากด้านหลังพพอดี ร่างนั้นล้มฟุบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นทันทีโดยยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง เหยียนหยางปรายตามองศัตรูที่นอนชักดิ้นชักงออยู่แทบเท้า ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่ยืนลูบปลายเข็มเงินเล่นอย่างสบายใจเฉิบ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ "เจ้าใช้เข็มพิษสกปรกอีกแล้วนะ ฉีฉี" "เขาเรียกว่ากลยุทธ์การรบแบบประหยัดแรงค่ะท่านแม่ทัพ ฉลาดเลือกใช้เครื่องมือต่างหากที่ทำให้เรายืนอยู่จนถึงตอนจบ ไม่เหมือนใครบางคนที่ชอบใช้กำลังจนเหงื่อท่วมตัว เหม็นสาบเหงื่อจะตายอยู่แล้ว" นางย่นจมูกใส่เขาอย่างหมั่นไส้ ทำเอาเหยียนหยางแทบอยากจะหันมาจูบปิดปากช่างเจรจานั่นเสียให้เข็ด แต่สถานการณ์รอบด้านไม่ได้เอื้ออำนวยให้พวกเขาได้ต่อปากต่อคำกันนานนัก เมื่อเงาสุดท้ายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ปลายกระบี่ของเหยียนหยางก็ชุ่มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ "เคลียร์ทางแล้ว ตามมา" แม่ทัพหนุ่มคว้าข้อมือเรียวของนางออกแรงดึงเบาๆ ให้ก้าวตามลัดเลาะผ่านประตูหลังที่เชื่อมต่อเข้าไปยังโถงจัดเลี้ยงชั้นในของงานเทศกาลโคมไฟ ทันทีที่ก้าวพ้นม่านผ้าไหมปักลายทองคำ เสียงดนตรีบรรเลงอันครื้นเครงและกลิ่นสุราอุ่นลอยปะทะเข้าจมูก บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่หรูหราตระการตา เต็มไปด้วยขุนนางน้อยใหญ่และพ่อค้าคหบดีผู้มั่งคั่งที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับเหล่าคณิกาโฉมสะคราญ ทว่าภายใต้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเหล่านั้น กลับซ่อนแววตาหวาดระแวงและคมเขี้ยวของการหักเหลี่ยมเฉือนคมเอาไว้ทั้งหมด ฉีฉีปรับสีหน้าให้เรียบเฉย นางดึงมือออกจากกอบกุมของเหยียนหยางอย่างแนบเนียน ก่อนจะหยิบพัดจีนลายดอกเหมยขึ้นมาคลี่สะบัดเบาๆ พรางสายตาสำรวจรอบห้องโถง "ดูนั่นสิคะ..." นางเอียงศีรษะกระซิบกระซาบชิดริมหูของเหยียนหยาง จนลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอของเขาทำให้แม่ทัพหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ "โต๊ะฝั่งทิศตะวันออก... บุรุษสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายมฆาห้าสีคนนั้น คือใต้เท้าหลี่ อธิบดีกรมพิธีการ ผู้ที่ลงนามอนุมัติงบประมาณสร้างเขื่อนเมื่อปีกลาย แต่ตอนนี้กลับมีบ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบถึงสามหลัง" เหยียนหยางหรี่ตามองตามปลายนิ้วเรียวที่ชี้ไป เขาเห็นเป้าหมายกำลังกระซิบกระซาบอยู่กับบ่าวรับประทานคนสนิทของอ๋องเฉินอี้พอดี สีหน้าของแม่ทัพหนุ่มเคร่งเครียดขึ้นทันที "พวกมันกำลังใช้เทศกาลบังหน้าเพื่อถ่ายโอนบัญชีส่วยและเอกสารลับการค้าอาวุธเถื่อน" เหยียนหยางวิเคราะห์เสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองหาช่องทางเข้าถึงตัวเป้าหมาย "ถ้าเราแย่งบัญชีนั้นมาได้ ทุกอย่างจะจบ" "ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะ" ฉีฉีแย้งขึ้นเบาๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก "เพราะตอนนี้... มีคนกำลังจ้องจะเล่นงานเราอยู่" นางพยักเพยิดให้ดูทางระเบียงด้านนอก ที่ซึ่งร่างสูงโปรสง่าในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา อ๋องเฉินอี้กวาดสายตามาหยุดตรงที่พวกเขายืนอยู่พอดี ราวกับจงใจรอคอยการปรากฏตัวของพวกเขานานแล้ว "ยินดีต้อนรับสู่ค่ำคืนอันแสนสำราญ ท่านแม่ทัพเหยียน และ... แม่นางเซี่ย" เสียงทุ้มกังวานดั่งระฆังแก้วเอ่ยทักทายท่ามกลางเสียงดนตรีที่พลันเงียบลงอย่างน่าประหลาด อ๋องเฉินอี้ชูจอกสุราในมือขึ้นสูง รอยยิ้มของเขาลึกซึ้งจนน่าขนลุก "ข้ากำลังรอให้พวกเจ้าเดินเข้ามาติดกับ... เอ๊ย มาร่วมวงสนทนาพอดีเลยล่ะ" ฉีฉีสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อตระหนักว่าพวกเขาก้าวเข้าสู่ใจกลางค่ายกลของศัตรูอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เหยียนหยางขยับตัวก้าวขึ้นมาบังหน้าฉีฉีไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคู่นคมจ้องมองอ๋องเฉินอี้ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "คิดว่าแผนการตื้นๆ แค่นี้ จะขวางทางพวกเราได้หรือพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง?" เหยียนหยางเค้นเสียงถาม รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากทำให้บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง อ๋องเฉินอี้หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะผายมือไปยังประตูทางเข้าด้านหลัง ที่ซึ่งทหารองครักษ์นับร้อยนายในชุดเกราะเหล็กแวววาวกำลังเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านจนมิดชิด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังขึ้นจากเงาดำรอบทิศทาง "แผนการตื้นๆ งั้นหรือ?" อ๋องเฉินอี้แย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาสสมเพช "น่าเสียดายจริงๆ ที่ความฉลาดของพวกเจ้า... มันไม่มีทางรอดออกไปบอกใครได้อีกแล้วในคืนนี้" *แกร็ก!* เสียงกลไกประหลาดดังขึ้นจากใต้พื้นไม้ที่พวกเขายืนอยู่ พร้อมกับรอยแยกเป็นวงกว้างที่กำลังยุบตัวลงไปเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว! ฉีฉีเบิกตากว้างเมื่อพื้นดินใต้ฝ่าเท้าหลุดร่วง นางเสียหลักและกำลังจะร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง ทว่าก่อนที่ร่างของนางจะดิ่งลงไป เหยียนหยางกลับพุ่งเข้าคว้าเอวบางของนางไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงดึงกระชากทำให้ร่างทั้งสองลอยหวือกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงกระแทกกับพื้นหินเย็นเยียบในห้องลับใต้ดินที่มืดทึบ ความมืดเข้าปกคลุมรอบด้าน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งรุนแรง ทว่าสิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่ากลับเป็นเสียงลมหายใจหอบกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เหยียนหยางนอนทับร่างของฉีฉีอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากนางเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบในความมืดจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนจนยากจะควบคุม ขณะที่มือหนายังคงโอบเอวบางของนางไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ นางจะหายวับไปกับอากาศ "เจ้า... เจ้านี่มันตัวปัญหาจริงๆ ให้ตายสิ เซี่ยฉีฉี" เสียงหอบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของนาง น้ำเสียงนั้นเจือทั้งความโกรธ ความโล่งใจ และความปรารถนาบางอย่างที่พุ่งทะลุปรอทจนน่ากลัว ฉีฉีเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในความมืด ปากก็ยังไม่วายหาเรื่องได้แม้ในสถานการณ์วิกฤต "ถ้าไม่ใช่เพราะท่านซุ่มซ่ามเดินตามฉันมา เราคงไม่ต้องมานอนกอดกันในหลุมหนูแบบนี้หรอกค่ะ ท่านแม่ทัพ..." ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ ประตูเหล็กบานใหญ่เบื้องบนก็ถูกกระแทกปิดลงด้วยเสียงอันดังสนั่น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของอ๋องเฉินอี้ที่ดังแว่วลอดลงมาตามรอยแตกของผนังหิน— *“ฝังพวกมันไว้ที่นี่! อย่าให้เหลือแม้แต่ซาก!”* —-------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ! หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความแสบของน้องฉีฉีและความซึนของท่านแม่ทัพกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - เสี่ยวเถาฮวา
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%