"หากท่านแม่ทัพยังเอาแต่ใช้สายตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเช่นนี้ เกรงว่าบาดแผลบนแผ่นหลังของท่านคงได้ฉีกขาดจนเลือดอาบเป็นรอบที่สามแน่ค่ะ"
เซี่ยฉีฉีเอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความซุกซน นางขยับกายเข้าประชิดร่างสูงใหญ่ที่นั่งขบกรามแน่นอยู่บนตangไม้ริมหน้าต่าง ในมือเรียวถือถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุสมุนไพรสมานแผลรสขมกริบเอาไว้ กลิ่นฉุนของตัวยาคละคลุ้งไปทั่วเรือนพักหลังจวนแม่ทัพที่เงียบสงบ
เหยียนหยางสะบัดหน้าหนีเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่นชัด เขาย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้ขู่ คำพูดจาถากถางปนเป็นห่วงเป็นใยแบบไม่เนียนนั้น ทำเอาชีพจรในขมับของเขาเต้นตุบๆ แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าบาดแผลลึกโหลที่ได้รับจากคมดาบของมือสังหารพรรคอ๋องเฉินอี้ กลับเป็นความจริงที่ว่า... สตรีตรงหน้าคือคนเดียวกับที่เอาตัวเข้ามารับธอาบยาพิษแทนเขาเมื่อคืนก่อน
"ข้าไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียรสา เซี่ยฉีฉี ถอยไป" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ความเย็นชาที่เคยใช้สยบคนทั้งกองทัพดูจะใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิดเมื่ออยู่ต่อหน้าบุตรสาวขุนนางตกอับผู้ปากคอเราะร้ายนางนี้
"อ๋อหรือคะ? คนที่ไม่ใช่เด็กน้อยที่ไหนเขาดื้อดึงไม่ยอมให้หมอหลวงทำแผล จนแผลฉีกเพราะฝืนลุกขึ้นไปตรวจคลังอาวุธดึกๆ ดื่นๆ กันเล่าเพคะ ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย แต่กลับรักความตายยิ่งชีพ!" นางสวนกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว เรียวปากอิ่มยื่นน้อยๆ อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะวางถ้วยยาลงบนโต๊ะเสียงดัง *เคร้ง* แล้วทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตสำรวจร่องรอยบาดแผลผ่านเนื้อผ้าสีเข้มที่ถูกตัดขาดอย่างจงใจเพื่อทำแผล
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ ความตึงเครียดที่เคยโอบล้อมพวกเขามาตลอดเริ่มเจือจางลง เหลือเพียงไอร้อนระอุจากความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลบเลี่ยง
เหยียนหยางลอบมองเสี้ยวหน้าของนางที่ต้องกับแสงตะวันยามอัสดง แสงสีส้มทองขับเน้นให้ผิวเนียนละเอียดดูเปล่งประกาย ความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และสติปัญญาเฉียบคมที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีล้อเล่นเหล่านั้น ทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจของแม่ทัพหนุ่มพังทลายลงทีละน้อย เขาเติบโตมาท่ามกลางคำทำนายที่ว่าสตรีที่จะเข้ามาในชีวิตคือหายนะที่จะทำลายล้างตระกูลเหยียน แต่ทว่า... สตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้กลับเป็นคนเดียวที่ฉุดรั้งเขาขึ้นมาจากความตาย
"เจ้าไม่กลัวหรือไง..." จู่ๆ เสียงทุ้มก็เอ่ยทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น "เรื่องคำทำนายของหอโหราศาสตร์... ทุกคนต่างบอกว่าข้าคือดาวมฤตยู และใครก็ตามที่เข้าใกล้ข้าจะต้องพบกับจุดจบ"
เซี่ยฉีฉีชะงักไปนิด รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วพริบตา แทนที่ด้วยแววตานิ่งลึกและจริงจังอย่างที่หาดูได้ยาก นางขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกนิด จนปลายนิ้วแทบจะสัมผัสโดนชายเสื้อของเขา
"คำทำนายหรือเพคะ?" ฉีฉีแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันต่อโชคชะตาอย่างถึงที่สุด "เกิดเป็นคนทั้งที เหตุใดต้องให้กระดาษไม่กี่แผ่นหรือคำพูดของตาแก่เฒ่าหัวหงอกมาขีดเส้นชะตาชีวิตด้วยเล่าคะ ท่านแม่ทัพ? ชะตาของท่าน... อยู่ในกำมือของท่านเอง ไม่ใช่ในคำทำนายงี่เง่าพวกนั้นหรอกค่ะ"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเปี่ยมด้วยพลังนั้นกระแทกเข้ากลางใจของเหยียนหยางอย่างจัง ความรู้สึกอัดอั้นที่แบกรับมาตลอดหลายปีคล้ายถูกปลดเปลื้องลงชั่วขณะ ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างไร้สาเหตุ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แทบไม่เคยปรากฏให้ใครเห็น
"เจ้าช่าง... ปากกล้าเสียจริง" เขาพึมพำเสียงเบา สายตาที่มองนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความระแวงแคลงใจถูกแทนที่ด้วยความลุ่มลึกและอาทรที่ซ่อนเร้น
"ข้าไม่ได้ปากกล้า แต่ข้าพูดความจริงต่างหากเพคะ" นางยักไหล่ด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยยาขึ้นมาอีกครั้ง "อะ อ้าปากค่ะท่านแม่ทัพ ถึงเวลาดื่มยาบำรุงเลือดแล้ว หากท่านดื้ออีกรอบ ข้าจะจับท่านกรอกด้วยวิธีที่ท่านคาดไม่ถึงแน่"
เหยียนหยางขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นถ้วยยาสีดำปี๋ส่งกลิ่นชวนเวียนหัว แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้ปฏิเสธเช่นทุกครั้ง ชายหนุ่มยอมอ้าปากรับรสชาติขมปร่าลงคออย่างจำยอมท่ามกลางสายตาพึงพอใจของเซี่ยฉีฉีที่ระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างผู้ชนะ
ในวินาทีที่สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ความเงียบสงบอันน่าประหลาดก็เข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงทีละน้อยจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกันและกัน หัวใจของแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนายกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ขณะที่เซี่ยฉีฉีเองก็ลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้นางอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของคนทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง
*ปัง!*
ประตูไม้สักบานหนาของเรือนพักถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังภายในอันรุนแรง ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วพร้อมกับเงาร่างของทหารองครักษ์ประจำจวนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"ท่านแม่ทัพแย่แล้วขอรับ! คนของอ๋องเฉินอี้... คนของอ๋องเฉินอี้บุกเข้ามาล้อมจวนแม่ทัพไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผูกพันของน้องฉีฉีกับท่านแม่ทัพในตอนนี้ด้วยนะคะ รับรองว่าศึกนอกและศึกรักในตอนหน้าเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - เสี่ยวเถาฮวา
ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา•ตอนที่ 8
รอยร้าวที่เริ่มสมาน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!