ปลายมีดสั้นคมกริบจ่ออยู่ห่างจากลำคอแกร่งเพียงมิลลิเมตรเดียว กลิ่นอายสงครามและคาวเลือดจางๆ จากตัวบุรุษตรงหน้าไม่ได้ทำให้นางถอยร่น กลับกัน เซี่ยฉีฉีกลับยกย่องรอยยิ้มเย้ายวนขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายราวกับแมวป่าตัวน้อยที่จนมุมแต่พร้อมข่วนหน้าสิงโตให้เหวอะหวะ
"ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงต้องร่วมมือกันฝ่าวงล้อมเสียแล้วกระมัง ท่านแม่ทัพคนเก่ง?"
เหยียนหยางขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่ไร้ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขานึกอยากจะปัดมือบางนั่นให้พ้นทางนัก หากแต่สัญชาตญาณดิบในตัวกลับร่ำร้องเตือนว่า สตรีผู้นี้ไม่ใช่หมากเบี้ยที่ยอมให้ใครเขี่ยทิ้งตามอำเภอใจ
"สามหาว!" สุรเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความขุ่นเคือง "เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าข้าจะเลือกจับมือกับคนลอบสังหาร มากกว่าจะลากเจ้าไปตัดหัวเสียบประจานหน้าค่าย?"
"เพราะถ้าข้าตายในค่ายของท่านคืนนี้ คนที่จะไม่ได้ลืมตาดูโลกในอีกสามวันข้างหน้า... ก็คือตัวท่านเองค่ะ ท่านแม่ทัพ" ฉีฉีเอ่ยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกรรไกรตัดผ้าไหม
นางขยับตัวเข้าประชิดอีกนิดโดยไม่เกรงกลัวคมดาบที่ซ่อนอยู่ข้างกายเขา ความใกล้ชิดทำให้กลิ่นกายหอมละมุนประหลาดของนางลอยเข้าแตะจมูกสาก กลิ่นที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในอกอย่างน่าประหลาดจนเหยียนหยางต้องผละถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อ ฆาตกรตัวจริงถูกจับกุมและคุมขังไว้แน่นหนาแล้ว คดีในกองทัพนี้ปิดลงตั้งแต่หัวค่ำ เจ้าเป็นแค่บุตรสาวขุนนางตกอับที่ถูกส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการล้างซวย ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาออกคำสั่งกับข้า"
"ปิดคดีงั้นหรือคะ?" ฉีฉีหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันไว้อย่างไม่ปิดบัง นางหมุนตัวเดินผละออกจากคมมีด ชายแขนเสื้อผ้าแพรโบกสะบัดตามจังหวะก้าวเดินอย่างมั่นอกมั่นใจ "ทหารที่ถูกควักหัวใจออกไปสดๆ กลางกองร้อยที่สาม ยาพิษชนิดหายากที่ใช้เคลือบปลายลูกศร และรอยแผลตัดเฉียงสאบสี่องศาที่เกิดจากกระบี่ประจำตระกูลขุนนางเก่า... ท่านเรียกว่าปิดคดีแล้วหรือคะ ท่านแม่ทัพผู้ปราดเปรื่อง?"
เหยียนหยางชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปควบคุมตัวนาง ดวงตาคมปลาบหรี่ลงมองร่างระหงที่กำลังเดินสำรวจหลักฐานบนโต๊ะทำงานของเขาอย่างถือวิสาสะ
รายละเอียดพวกนั้น... ไม่ใช่สิ่งที่คนนอกค่ายจะล่วงรู้ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะรอยแผลและมุมองศาของกระบี่ ที่แม้แต่รองแม่ทัพผู้ติดตามมาหลายปียังวิเคราะห์ไม่ออกด้วยซ้ำ
"เจ้า... รู้ได้อย่างไร?" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แต่เซี่ยฉีฉีกลับทำเพียงปัดฝุ่นที่โต๊ะเบาๆ แล้วหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ
"เพราะข้าใช้ 'ตา' มอง และใช้ 'สมอง' คิด ไม่ใช่ใช้แต่อำนาจและความดื้อรั้นเหมือนท่านไงคะ" ฉีฉีลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "คนที่ท่านขังไว้ในคุกใต้ดินไม่ใช่ฆาตกรตัวจริงหรอกค่ะ หมอนั่นเป็นแค่แพะรับบาปที่ถูกจัดฉากขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความเน่าเฟะบางอย่างในกองทัพนี้... หรือว่าท่านแม่ทัพเองก็รู้เห็นเป็นใจด้วย ถึงได้รีบร้อนปิดคดีนัก?"
"เซี่ยฉีฉี!" เหยียนหยางก้าวพรวดเดียวมาประชิดตัว มือหนาคว้าเข้าที่ข้อแขนเรียวบางบีบแน่นด้วยความโกรธกรณ ีที่ถูกท้าทายอำนาจ "ระวังปากของเจ้าให้ดี การกล่าวหาแม่ทัพหลวงมีโทษถึงประหารชีวิต!"
"ถ้าข้าตายตอนนี้ ท่านก็จะไม่มีวันรู้เลยว่า 'หนอนบ่อนไส้' ที่คอยส่งข่าวให้แคว้นศัตรูคือใคร... และแผนการลอบปลงพระชนม์องค์อ๋องในอีกเจ็ดวันข้างหน้า จะเริ่มต้นที่ค่ายทหารแห่งนี้เป็นที่แรก"
คำพูดประโยคสุดท้ายของนางทำให้เหยียนหยางถึงกับนิ่งง้ำ มือที่บีบแขนนาฃค่อยๆ คลายน้ำหนักลงโดยอัตโนมัติ ความตื่นตระหนกฉายชัดขึ้นในแววตาคู่คมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามเดิม
แผนการลอบปลงพระชนม์... เป็นความลับสุดยอดที่แม้แต่ในสภาขุนนางยังมีคนรู้ไม่เกินห้าคน เหตุใดสตรีตัวเล็กๆ ตรงหน้าจึงล่วงรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้?
"เจ้าเป็นใครกันแน่?" เหยียนหยางเค้นเสียงถามช้าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับหน้าผากมนของนางเนื่องจากระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงาม
"ข้าก็คือสตรีที่จะมาช่วยชีวิตท่าน... และกระชากหน้ากากคนชั่วในกองทัพนี้ออกมาตากแดดอย่างไรล่ะคะ" ฉีฉีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มพรายบนเรียวปากอิ่มทำให้หัวใจของแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย "ว่าอย่างไรล่ะคะ ท่านแม่ทัพ จะยอมให้โอกาสข้าพิสูจน์ตัวเอง หรือจะยืนทื่อแล้วรอให้คอของท่านหลุดจากบ่าพร้อมกับตำแหน่งแม่ทัพหลวง?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันท่ามกลางแสงเทียนที่วับแวม เหยียนหยางจ้องมองใบหน้างดงามที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจเกินร้อยนั้น ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตา
ทว่า ในจังหวะที่แม่ทัพหนุ่มกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบ ทันใดนั้นเอง...
*ปัง!*
ประตูไม้หนาหนักก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงโปรดปรานในอาภรณ์หรูหราของ 'อ๋องเฉินอี้' ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ตามด้วยทหารองครักษ์นับสิบคนที่ชักดาบออกมารlอ้อมล้อมห้องไว้ในพริบตา
"ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะเวลาอันแสนหวานของท่านแม่ทัพกับเชลยสาวผู้นี้เสียกระมัง?" อ๋องเฉินอี้กวาดสายตาคมปลาบมองคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกัน รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งทวีความน่ากลัวขึ้นไปอีก "แต่ช่างน่าเสียดายนัก... เพราะคดีนี้ ทางราชสำนักมีคำสั่งลงมาเด็ดขาดแล้ว ว่าให้ประหารชีวิตนักโทษและผู้ร่วมสมรู้ร่วมคิด... ณ คืนนี้ทันที!"
ฉีฉีหรี่ตาลงทันทีเมื่อเห็นหน้าผู้มาใหม่ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นในใจ *ตาแก่หนังเหนียวโผล่หัวออกมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะเนี่ย...*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนระทึกในตอนนี้นะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา•ตอนที่ 2
คำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!