แผ่นกระดาษสีชาแผ่นหนึ่งถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีจนเกิดเสียงดังสนั่น *ปัง!*
เซี่ยฉีฉีไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นนั้น นางเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วเรียวสวยหมุนถ้วยชาเคลือบหยกในมือเล่นอย่างใจเย็น ไออุ่นสีขาวที่ลอยกรุ่นขึ้นมาไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องหนังสือของจวนแม่ทัพอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของบุรุษเบื้องหน้ากลับทำให้ อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
"นี่คือข้อตกลงสามข้อ หากเจ้าอยากใช้ชีวิตสงบสุขอยู่ในจวนของข้า ก็จงจำใส่สมองอันน้อยนิดของเจ้าเอาไว้ให้ขึ้นใจ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและถือดีดังขึ้น เหยียนหยางยืนกอดอก ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินหยกปรากฏรอยยิ้มหยันที่มุมปากเล็กน้อย ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจดจ้องมองสตรีตรงหน้าที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจิบชา ราวกับสิ่งที่เขากำลังพูดเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่าน
ฉีฉีหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นในใจ *ตาแก่หนังเหนียวโผล่หัวออกมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะเนี่ย...*
แต่นั่นเป็นเพียงความคิดในห้วงคำนึง ร่างบางในชุดอาภรณ์สีฟ้าอ่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ นางกวาดสายตามองตัวหนังสือพู่กันจีนที่เขียนด้วยลายมือตวัดดุดันบนแผ่นกระดาษนั้นทีละบรรทัดอย่างไม่รีบร้อน
*ข้อหนึ่ง ห้ามก้าวก่ายงานราชการหรือเรื่องในกองทัพของข้าเด็ดขาด*
*ข้อสอง ห้ามเดินเพ่นพ่านยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาต*
*ข้อสาม...*
"ข้อสาม ห้ามต่อปากต่อคำกับข้า ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม" เหยียนหยางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาคมกวาดมองปฏิกิริยาของนางอย่างจับผิด เขาคาดหวังจะได้เห็นความตื่นตระหนก ความหวาดกลัว หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือความไม่พอใจที่ถูกจำกัดอิสรภาพ
ทว่า... สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
*หึ...*
ฉีฉีวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ขยับกายเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ของท่านแม่ทัพผู้เย่อหยิ่งทีละก้าว ความสูงของนางอยู่ในระดับที่หากเงยหน้าขึ้น ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน
เหยียนหยางชะงักไปเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกเหมันต์โชยเข้าแตะจมูก ปะปนกับความดื้อรั้นที่แผ่ออกมาจากตัวนางจนเขาลืมหายใจไปชั่วขณะ แต่ทว่า... เขายังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง
"ท่านแม่ทัพเหยียนเจ้าคะ..." ฉีฉีเอ่ยเสียงหวานหยด ยิ้มจนตาหยี แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "ท่านเอาสมองส่วนไหนมาคิดว่า กฎเด็กอนุบาลสามข้อนี้จะใช้กับคนอย่างเซี่ยฉีฉีได้กันคะ?"
คิ้วหนาของเหยียนหยางกระตุกขึ้นทันที "เจ้าว่าอย่างไรนะ?"
"ข้าบอกว่า..." ฉีฉีลากเสียงยาว นางหยิบแผ่นกระดาษข้อตกลงขึ้นมาถือไว้ในมือ ปลายเรียวเล็บจิกลงบนกระดาษราคาแพงก่อนจะฉีกมันออกเป็นสองส่วนอย่างไม่ไยดี "กฎพวกนี้ มันก็เป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าที่ท่านเขียนขึ้นมาสนองความต้องการควบคุมของตัวเองเท่านั้นแหละค่ะ!"
*แคว่ก!*
เสียงฉีกกระดาษดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กระดาษแผ่นงามถูกฉีกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโปรยปรายลงราวกับหิมะโปรยในฤดูหนาว รอยยิ้มพึงใจปรากฏบนใบหน้าหวานล้ำ แต่นัยน์ตากลับทอประกายความท้าทายอย่างเปิดเผย
เหยียนหยางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ตั้งแต่เกิดมาจนโตป่านนี้ นอกเหนือจากฮ่องเต้และราชครูผู้ล่วงลับแล้ว ยังไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนกล้าฉีกหน้าเขา ต่อหน้า ต่อตา และยังเป็นการฉีก 'คำสั่ง' ของแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหารครึ่งแผ่นดินอีกด้วย!
บรรยากาศในห้องพลระเบิดความร้อนระอุขึ้นมาทันที เคมีระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานจนแทบจะมองเห็นประกายไฟแลบแปล๊บอยู่กลางอากาศ เหยียนหยางก้าวเข้าไปประชิดตัวนางด้วยความเร็วที่เหนือกว่า มือใหญ่เอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวบางเอาไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่กักขังนางไว้ไม่ให้ขยับหนีไปไหนได้
"เซี่ยฉีฉี เจ้าชักจะลองดีกับข้ามากเกินไปแล้วรู้ตัวไหม?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ใกล้กันเพียงคืบทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจของทั้งสองฝ่ายเต้นผิดจังหวะ
ฉีฉีไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏที่มุมปาก ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้ปั่นป่วนหัวใจท่านแม่ทัพผู้เย็นชา
"ลองดีอะไรกันเล่าคะ ท่านแม่ทัพ..." นางกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "ข้าแค่กำลังสอนท่านต่างหาก ว่าคนอย่างฉีฉี... ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่งเงาของตัวเองด้วยซ้ำ!"
เหยียนหยางรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก สตรีผู้นี้ช่าง... แสบสันและน่าหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริงๆ ปากคอเราะร้ายและสายตาท้าทายคู่นั้น กำลังท้าทายขีดจำกัดความอดทนของเขาจนถึงขีดสุด
ในจังหวะที่หัวใจของแม่ทัพหนุ่มกำลังเต้นรัวและเผลอไผลไปกับกลิ่นหอมกรุ่นที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม มือหนาที่บีบข้อแขนVองนางเผลอคลายออกเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ก่อนที่เหยียนหยางจะได้เอաբาจาเผ็ดร้อนใดมาโต้กลับ ประตูห้องหนังสือไม้แกะสลักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของใครบางคน!
"ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." เสียงร้อนรนขององครักษ์คนสนิทดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการก้าวพรวดพราดเข้ามาของบุรุษผู้หนึ่งที่ทำให้รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าของฉีฉีแข็งค้างไปในทันที
เมื่อนางหันไปมองผู้ที่มาใหม่ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสนุกสนานกลับหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู... คือเงาอดีตที่นางพยายามหนีให้พ้น และเป็นหมากตัวสำคัญที่กำลังจะทำให้กระดานชะตานี้พลิกคว่ำในชั่วพริบตา!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ต้องทำตาม
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!