เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานกระจกใสในยามที่เข็มนาฬิกวดล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ดังสะท้อนก้องห้องทำงานประธานบริษัทที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า มันไม่ใช่เสียงของการทำงานปกติ แต่มันคือเสียงระบายอารมณ์ของคนพาลที่หาทางลงให้ความเขินอายของตัวเองไม่เจอ
"เช็กตัวเลขงบประมาณโครงการใหม่ทั้งหมดนี่อีกรอบ... พรุ่งนี้เช้าผมต้องเห็นมันบนโต๊ะทำงาน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดจงใจกดให้ต่ำลง เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความร้อนผ่าวที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าคมคาย ธันวาปรายตามองเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทีลอยหน้าลอยตา คีย์ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่ออำนาจมืดของท่านประธานเลยสักนิด ตรงกันข้าม... รอยยิ้มมุมปากที่อีกฝ่ายกำลังส่งมาให้นั้น ยิ่งทำให้ต่อมความดันโลหิตของคนตัวโตพุ่งสูงปรี๊ด
"นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะครับ ท่านประธาน... เอ๊ะ หรือว่านาฬิกาในห้องเพนท์เฮาส์ส่วนตัวของคุณธันวาจะเดินเร็วกว่าชาวบ้านเขา ถึงได้ขยันใช้งานทาสแมว เอ้ย! เลขาจำเป็นจนดึกดื่นขนาดนี้"
คีย์จงใจลากเสียงยาว ลอยหน้าลอยตากวนประสาทอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยประกายความสนุกสนานยามที่เห็นคนปากแข็งนั่งหน้าบึ้งตึงเป็นตูดหม้อทอด ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงหัวค่ำในห้องประชุมยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ตอนที่ธันวาเผลอหลุดปากชมเขาออกมาตรงๆ ด้วยความลืมตัว ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนแล้วสั่งงานหนักหน่วงเป็นการลงโทษความน่าหมั่นไส้ของเขา
คนขี้แพ้พาลชัดๆ!
"ถ้าไม่อยากทำก็ลาออกไปซะ! ผมไม่ได้จ้างคุณมาต่อปากต่อคำตอนดึกๆ แบบนี้" ธันวาตวาดเสียงกร้าว ทั้งที่ในอกข้างซ้ายกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนประชิดตัวเด็กหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสานกับฟีโรโมนความหงุดหงิดพุ่งเข้าปะทะจมูกจนคีย์ต้องชะงักไปชั่วขณะ
แต่มีหรือที่คนอย่างคีย์จะยอมถอยหลังให้
"ไล่เก่งจังเลยนะคะท่านประธาน... ปากบอกว่าอยากไล่ออก แต่พอผมทำท่าจะเดินออกไปจริงๆ ทีเมื่อวานใครกันนะที่วิ่งหน้าตั้งตามไปดึงแขนไว้จนเสื้อยับยู่ยี่" คีย์เชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาดุดันอย่างไม่หลบเลี่ยง ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้มันใกล้จนเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องจะพึงกระทำ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดกันอยู่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนสภาพจากความตึงเครียดกลายเป็นความร้อนรุ่มที่อันตรายต่อหัวใจ
ธันวาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นเท้ากับพนักพิงเก้าอี้และขอบโต๊ะ กักขังร่างเพรียวบางเอาไว้ตรงกลางราวกับกรงล้อมกลายๆ ใบหน้าคมคายโน้มลงไปกระซิบชิดริมหูจนคนฟัง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ปากดีนักนะ... งั้นคืนนี้ก็อยู่เคลียร์งานนี่จนกว่าจะเช้าไปเลยแล้วกัน อยากรู้เหมือนกันว่าปากเก่งๆ แบบนี้ จะยังแข็งได้อีกนานแค่ไหน"
"ก็ได้ค่ะ! ใครกลัวก็หมาแล้ว!" คีย์สวนกลับทันควันโดยไม่ยอมลดละความพยายามที่จะเอาชนะ แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่รำไร ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้ธันวาชะงักค้าง ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะฉายแววบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าจะควบคุม
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลอมละลายรวมกัน ธันวาไล่สายตามองกรอบหน้าเนียนใสอย่างเผลอไผล มือหนาที่เคยเท้าโต๊ะค่อยๆ เคลื่อนมาแตะที่กลุ่มผมนิ่มโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วแกร่งสางเส้นผมของอีกฝ่ายแผ่วเบาราวกับคนละคนกับประธานจอมเผด็จการเมื่อครู่
คีย์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับสัมผัสอ่อนโยนที่จู่ๆ ก็ถูกส่งมอบมา ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงบรรยากาศกรุ่นไอความหวานที่ชวนให้ใจสั่นสะท้านอย่างประหลาด
"ธันวา..." คีย์เผลอหลุดปากเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ก่อนที่เคมีร้อนแรงระหว่างคนทั้งคู่จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันราวกับจังหวะชีวิตที่จงใจเข้ามาขัดจังหวะความสัมพันธ์
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"ท่านประธานคะ ดิฉันเองค่ะ... พอดีเอกสารด่วนจากสาขาต่างประเทศส่งมาถึงพอดี..."
เสียงหวานใสของเลขาหน้าห้องดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูในห้องทำงานลงอย่างไม่ไว้หน้า ธันวาสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ร่างสูงผละถอยหลังออกห่างจากคีย์ทันทีด้วยใบหน้าบึ้งตึงที่กลับมาสู่โหมดปกติอย่างรวดเร็ว
คีย์ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อขับไล่ความร้อนที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนพวงแก้ม เด็กหนุ่มรีบหันหลังกลับไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากอดไว้แนบอกเพื่อซ่อนอาการพิรุธ
ธันวาขยับเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีหงุดหงิด ก่อนจะเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงเข้มงวดตามวิสัย
"เข้ามา!"
ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมกับร่างของเลขาวยสาวที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ทว่า... สายตาของเธอกลับไม่ได้มองที่ตัวประธานหนุ่ม ทว่ามันกลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อกวาดสายตาไปเห็นสภาพของ 'เลขาจำเป็น' ที่ยืนอยู่มุมห้อง
เสื้อเชิ้ตสีขาวของคีย์หลุดลุ่ยกระดุมเม็ดบนปลดออกจนเผยให้เห็นไหปลาร้าเนียน เส้นผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการถูกมือหนาสางเมื่อครู่ และที่สำคัญที่สุด... บนลำคอระหงของเด็กหนุ่ม มีรอยแดงจางๆ ที่เกิดจากความใกล้ชิดเมื่อครู่ปรากฏเด่นหรี่ภายใต้แสงไฟสีส้มอบอุ่น
เลขาวยสาวอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่อึกอักพูดไม่ออกเมื่อรู้ตัวว่าเธอกำลังเดินเข้ามาขัดจังหวะมหมหันต์ในยามวิกาลเข้าให้แล้ว!
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ “หมอกไม้ไผ่” ด้วยนะคะ รี้ดที่รัก!
เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 17
คนขี้แพ้พาล
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!