เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องสนั่นจนกระจกหน้าต่างห้องทำงานบนเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุดสั่นสะเทือน ความมืดมิดที่ถูกกลืนกินด้วยพายุฝนด้านนอกทำให้ห้องทั้งห้องเหลือเพียงแสงวาบสีขาวโพลนจากสายฟ้าเป็นระยะ ทว่าบรรยากาศภายในกลับระอุยิ่งกว่าเปลวไฟ เมื่อคีย์กำลังยืนกอดอกจ้องมองร่างสูงของท่านประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้เทียมทาน แต่วินาทีนี้กลับยืนตัวแข็งทื่ออยู่มุมห้องราวกับเด็กหลงทาง
"ถ้ากลัวความมืดขนาดนั้น ทำไมไม่เปิดไฟสำรองล่ะคะ ท่านประธานธันวา"
เสียงหวานใสติดจะประชดประชันดังขึ้นท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัดกระหน่ำใส่กระจก คีย์หรี่ตามองคนตัวโตกว่าที่ปกติมักจะวางท่าทางเย่อหยิ่ง เผด็จการ และคอยออกคำสั่งใส่เขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ตอนนี้... ไหล่กว้างนั้นกลับห่อเข้าหากันเล็กน้อยยามที่ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกครั้งที่ไฟดับลง
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือหนากำหมัดเข้าหากันหลวม ๆ เพื่อพยายามกลบเกลื่อนอาการสั่นเทาที่เขาเกลียดนักหนา ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกขังไว้ในห้องมืดผุดขึ้นมาหลอนประสาทจนลมหายใจเริ่มติดขัด ทว่าอีโก้ที่ค้ำคออยู่กลับทำให้ชายหนุ่มยังคงเชิดหน้าขึ้น แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไร้สีเลือดก็ตาม
"ฉันไม่ได้กลัว... แค่ระบบไฟตึกนี้มันรวนต่างหาก คีย์" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามก้าวขาเดินหนีความจริง แต่วินาทีนั้นเอง...
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับหม้อแปลงไฟฟ้าหลักที่ตัดขาดสิ้นเชิง ความมืดมิดสนิทไร้แสงใด ๆ เข้าจู่โจมฉับพลัน ธันวาผถะลาห์ถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่เซถลาเกือบจะล้มลงหากไม่มีมือเรียวของคนตรงเข้าไปคว้าข้อแขนเขาไว้เสียก่อน
"ปากแข็งไม่เข้าเรื่องเลยนะคะ"
คีย์ถอนหายใจยาวด้วยความระอาปนเป็นห่วง แม้ปากจะต่อปากต่อคำไม่เคยยอมแพ้ แต่ลึก ๆ แล้วเขากลับสัมผัสได้ถึงความหน,าวสั่นและเหงื่อกาฬที่ผุดพรายบนขมับของคนตรงหน้า มือเรียวเลื่อนลงไปกุมมือหนาที่เย็นเฉียบไว้แน่นโดยอัตโนมัติ
"ปล่อย... ฉันบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร" ธันวาพยายามสะบัดมือออกด้วยความถือดี แต่แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นกลับทำให้หัวใจที่กำลังหวาดผวาของเขากระตุกวูบ
"ถ้ายังดื้อแล้วยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้ ฉันจะถือวิสาสะจูบปิดปากคุณซะให้เข็ดนะคะ ธันวา" คีย์ขู่เสียงGหวาน แต่แววตาที่มองมาในความมืดกลับเต็มไปด้วยความจริงจังที่อ่อนโยนอย่างประหลาด "ยอมรับมาเถอะค่ะว่าคุณกำลังกลัว... อยู่กับฉันตรงนี้ ไม่มีใครทำอะไรคุณหรอก"
คำพูดนั้น... เหมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไขเข้าสู่ห้องเก็บความรู้สึกเปราะบางที่สุดในใจของธันวา ความเย่อหยิ่งทลายลงในพริบตา ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าซบหน้าลงกับลาดไหล่บางของคีย์อย่างหมดฟอร์ม ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ตรงซอกคอขาว ทำให้คีย์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นไหวเอาไว้
สัมผัสแนบชิดในคืนพายุโหมกระหน่ำ ทำให้ความเงียบระหว่างพวกเขามีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงฝน คีย์ลูบเส้นผมชื้นเหงื่อของอีกฝ่ายเบา ๆ อย่างปลอบโยน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจ ทว่าก่อนที่บรรยากาศซาบซึ้งระคนวาบหวามจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น...
กริ๊ก!
เสียงปลดล็อกประตูห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นเบื้องล่าง พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอ่ยทักอย่างแปลกใจท่ามกลางความเงียบงัน
"อ้าว... ธันวา นายยังไม่อันตรธานกลับบ้านไปอีกเหรอ แล้วนั่น... ทำไมถึง..."
ธันวาสดุ้งสุดตัวผละออกจากอ้อมอกของคีย์ทันที นัยน์ตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกยามเมื่อหันไปสบตากับร่างของบุคคลที่สามซึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู และกำลังมองภาพพวกเขาทั้งสองคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับร้อย...
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ “หมอกไม้ไผ่” ด้วยนะคะ รี้ดที่รัก!
เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 14
คืนพายุเข้า
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!