เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 15

คำสารภาพท่ามกลางความมืด

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้ายังจ้องหน้าผมด้วยสายตาคาดโทษแบบนั้นอีกทีเดียว ผมจะถือว่าคุณอยากได้มากกว่าแค่คำอธิบายนะคะ, ท่านประธาน" เสียงทุ้มติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความมืดสนิทภายในห้องประชุมใหญ่ที่ระบบไฟฟ้าขัดข้องกะทันหัน แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากป้ายทางหนีไฟด้านนอกสาดเข้ามาทาบทับโครงหน้าคมคายของธันวา เผยให้เห็นสันจมูกโด่งเป็นคมและเรียวปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ คีย์ยืนพิงสะโพกกับขอบโต๊ะกระจกตัวยาว แววตาของเด็กหนุ่มพราวระยับด้วยความสนุกสนาน แม้สถานการณ์รอบตัวจะน่าหงุดหงิดแค่ไหนจากการที่ลิฟต์ค้างและไฟดับยาวนานร่วมชั่วโมง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าระยะห่างเพียงคืบระหว่างเขากับเจ้านายจอมเผด็จการกำลังสร้างสนามแม่เหล็กบางอย่างที่ดึงดูดให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ "นายชักจะปากเก่งเกินไปแล้วนะ, คีย์" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อกดดันอีกฝ่ายตามนิสัยเดิม แต่ทว่าความมืดมิดและกลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์จางๆ กลับทำให้เกราะป้องกันความเย็นชาของประธานหนุ่มพังทลายลงทีละน้อย "ผมก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนี่คะ เพิ่งรู้เหรอว่าลูกน้องคนนี้ดื้อตาใสขนาดไหน" คีย์หัวسเราะในลำคอเบาๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายรองเท้าเกือบชนกัน "ว่าแต่... ที่เรียกผมเข้ามาเคลียร์งานดึกดื่นแบบนี้ จริงๆ แล้วมีเรื่องงาน หรือแค่หาข้อความส่วนตัวมาลงที่ผมกันแน่คะ, ท่านประธาน" ธันวาชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัวอย่างจงใจ มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวเผลอกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว ความดื้อรั้นและท่าทีไม่เกรงกลัวใครของคีย์คือสิ่งที่เขาทั้งหมั่นไส้และอยากปราบพยศให้ราบคาบมาตลอด แต่ในเวลาเดียวกัน... มันก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาดวงนี้กลับมาเต้นแรงได้อีกครั้ง "นายคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไง, คีย์" ธันวาเลือกที่จะใช้ประโยคกำแพงน้ำแข็งเข้าสู้ พร้อมกับก้าวเท้าเข้าประชิดจนแผ่นหลังของเด็กหนุ่มชนเข้ากับกระจกใสเย็นเฉียบ "ฉันเป็นเจ้านาย นายเป็นลูกน้อง หน้าที่ของนายคือทำตามคำสั่ง ไม่ใช่มายืนต่อปากต่อคำกับฉันแบบนี้" "ถ้าเป็นคำสั่งเรื่องงาน ผมยินดีทำตามเสมอนั่นแหละค่ะ..." คีย์เงยหน้าสบตา ไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่ในดวงคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย กลับมีแต่ความท้าทายที่ร้อนแรงจนน่าหลอมละลาย "แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ท่านประธานคอยตามหึงตามหวงผม เวลาที่ผมไปคุยกับคนอื่น... อันนี้คงต้องคุยกันยาวหน่อยแล้วล่ะค่ะว่าเราอยู่ในสถานะอะไรกันแน่" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากลางใจเป้าหมายราวกับลูกศรอาบยาพิษ ธันวาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ถูกอ่านความคิดทะลุปรุโปร่ง ร่างสูงใหญ่ชะงักค้างไปชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ให้ตายเถอะ... เด็กนี่ฉลาดเกินไปแล้ว "นายกำลังเพ้อเจ้ออะไร..." ธันวาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหูเริ่มขึ้นสีแดงจัดท่ามกลางความมืด "ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมไร้สาระกับนายหรอกนะ หลบไป ฉันจะไปดูฟิวส์ไฟ" "ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ" คีย์ยิ้มมุมปาก มือเรียวยื่นออกไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทเนื้อดีของอีกฝ่าย ปัดฝุ่นละอองที่ไม่มีอยู่จริงออกช้าๆ อย่างถือวิสาสะ "ทั้งๆ ที่หน้าแดงซะขนาดนี้... หรือว่าความมืดมันทำให้ความลับที่ซ่อนอยู่ในใจของท่านประธานมันเก็บไว้ไม่ไหวแล้วล่ะคะ?" สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ลากผ่านช่วงอกทำเอาธันวาถึงกับหายใจติดขัด ความอดทนที่สะสมมานานนับเดือนพังทลายลงในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของคีย์ทันinดึงรั้งให้อีกฝ่ายเข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเย้าแหย่นั้น "ถ้านายอยากรู้ความจริงนัก..." ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "ทำไมไม่ลองฟังจากปากฉันดูเองล่ะ... ว่าทำไมฉันถึงทนมองหน้านายเฉยๆ ไม่ได้สักที" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก มีเพียงสายตาที่ประสานกันอย่างไร้การหลบ คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสนุกสนานตอนนี้กลับรัวเร็วจนเจ็บแปลบ ความรู้สึกประหม่าก่อตัวขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเห็นแววตาจริงจังและเปราะบางอย่างที่ธันวาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน มือหนาของประธานหนุ่มเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าของเด็กหนุ่มแผ่วเบา นิ้วโป้งเกลี่ยไล้พวงแก้มเนียนอย่างเผลอไผล ความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าขอบเขตเจ้านายลูกน้องทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว ปลายจมูกโด่งเกือบจะแตะกันอยู่รอมร่อในความสลัวของห้องประชุม ธันวาหลุบตามองริมฝีปากที่ขยับต่อปากต่อคำเขามาตลอดทั้งวัน ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่เริ่มสั่นไหวเล็กน้อย "คีย์... ฉัน..." ธันวาเอ่ยชื่อนั้นแผ่วเบา น้ำเสียงที่มักจะแข็งกร้าวและทรงอำนาจกลับเจือความลังเลและความเวิ้งว้างอย่างน่าประหลาด "ความจริงก็คือ..." กริ๊ดดดดด! เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นตึกพร้อมกับแสงไฟสำรองสีขาวสว่างจ้าทั่วทั้งชั้น ท่ามกลางความตกใจของเหตุการณ์ฉุกเฉิน ประตูห้องประชุมถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของเลขานุการสาวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ทางฝ่ายตรวจสอบภายในกำลังเดินมาที่ชั้นนี้พร้อมกับ..." ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ “หมอกไม้ไผ่” ด้วยนะคะ รี้ดที่รัก!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%