เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 13

รอยร้าวประสาน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงปิดประตูรถหรูรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกเบา ๆ ที่สะท้อนความหงุดหงิดของคนขับ ธันวาไม่ยอมขยับรถออก เขานั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ปล่อยให้เครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศภายในห้องโดยสารจนแทบหายใจไม่ออก คีย์เหลือบมองชายหนุ่มข้างกายผ่านหางตา ใบหน้าคมคายนั้นบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยดื้อรั้นที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อนไว้แต่ไม่เคยสำเร็จ มือเรียวกำสายกระเป๋าเป้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หลังจากเหตุการณ์ปะทะคารมเดือดเมื่อวานซืนเกี่ยวกับเรื่องการจัดการเอกสารโครงการใหญ่ ทั้งคู่ก็แทบไม่ได้คุยกันดี ๆ อีกเลย นอกจากการสั่งงานด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นและการประชดประชันผ่านแชทงาน “จะจอดรถมองหน้าผมอีกนานไหมครับ ถ้าหมดอารมณ์จะพาไปไหนแล้ว ก็ปล่อยให้ผมลงตรงนี้เถอะ ผมเรียกแท็กซี่เองได้” คีย์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทายตามสไตล์เด็กปากเก่งที่ไม่เคยคิดจะยอมก้มหัวให้ใคร ธันวาหันขวับมามองทันที ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าตวัดมองเด็กหนุ่มหัวดื้อด้วยความคาดโทษ มือหนาที่วางอยู่บนพวงมาลัยบีบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน “ใครบอกว่าจะปล่อยให้ลง” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างขัดใจ “นั่งเงียบ ๆ ไปแล้วคาดเข็มขัดซะ นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นคำสั่ง” “ท่านประธานครับ ตอนนี้ผมไม่ใช่ลูกน้องในเวลางานนะ เราตกลงกันแล้วว่าวันหยุดคืออิสรภาพ” คีย์เถียงกลับทันควัน ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว “แล้วอีกอย่าง… การพาผมมาติดแหงกอยู่กลางทางด่วนแบบนี้ มันเรียกว่าการง้อของคนโตแล้วเหรอครับ วิธีโบราณสิ้นดี” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยประกายความท้าทายที่ถูกกระตุ้นจนพุ่งพล่าน ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับความอบอุ่นเฉพาะตัวโชยเข้าแตะจมูกจนคีย์ต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ “โบราณเหรอ…” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก ธันวาจงใจขยับเข้าไปใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง “ถ้านี่เรียกว่าโบราณ งั้นบทลงโทษของเด็กดื้อที่ปากเก่งเกินเบอร์ คงต้องทำให้ดูสมัยใหม่ขึ้นมาหน่อยแล้วมั้ง” คีย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์และดุดันในเวลาเดียวกัน หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่มีค้ำคอ เด็กหนุ่มจึงทำได้เพียงกัดริมฝีปากล่างเบื้องหน้าอย่างถือดี “ถอยไปเลยนะ… บอกก่อนว่าผมไม่ใช่คนที่จะยอมให้ขู่คาดคั้นได้ง่าย ๆ” คีย์พยายามดันไหล่กว้างให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัว แต่มือหนากลับคว้าข้อมือบางเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับดึงสายเบรกมือลงแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงทันที รถยนต์หรูพุ่งทะยานออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่เส้นทางเลียบชายทะเลที่ทอดยาวขนานไปกับผืนน้ำกว้างใหญ่ แสงแดดช่วงบ่ายแก่ ๆ สาดส่องกระทบผิวน้ำระยิบระยับ ทิวทัศน์รอบตัวเปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นความเขียวชะอุ่มของธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ที่โชยเข้ามาเมื่อกระจกข้างถูกลดระดับลงเล็กน้อย คีย์หันไปมองนอกหน้าต่าง ปล่อยให้สายลมตีเข้าที่ใบหน้าเพื่อขับไล่ความร้อนผ่าวที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนพวงแก้ม แม้ปากจะบอกว่าไม่เต็มใจ แต่ลึก ๆ แล้วความตึงเครียดที่สะสมมาหลายวันกลับค่อย ๆ คลายตัวลงอย่างน่าประหลาด “ที่นี่…?” คีย์พ่นลมหายใจออกมาก่อนจะหันกลับมามองคนขับที่ตอนนี้สีหน้าผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิมมาก “รีสอร์ทส่วนตัวของฉันเอง” ธันวาตอบเสียงเรียบ ตาคมมองตรงไปข้างหน้าแต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า “นายบอกว่าฉันง้อคนไม่เป็น งั้นก็มาดูกُศลกรรมครั้งใหญ่ในชีวิตของประธานใจร้ายคนนี้หน่อย ว่ามันพอจะไถ่โทษความผิดที่ทำให้นายหงุดหงิดได้ไหม” รถเลี้ยวเข้าไปจอดสนิทหน้าวิลล่าส่วนตัวที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ มองเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามา ไร้ผู้คนพลุกพล่าน มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดและเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ที่ให้ความรู้สึกสงบอย่างเหลือเชื่อ ทันทีที่ก้าวลงจากรถ คีย์สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ๆ ความพยศในแววตาลดลงเหลือเพียงความประหลาดใจ แต่กระนั้นก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากชมออกมาตรง ๆ “ก็… ไม่เลว” คีย์กวาดสายตามองรอบตัว “ถือว่ารสนิยมในการเลือกสถานที่หนีงานพอใช้ได้” “ปากแข็งจริงนะ” ธันวาเดินอ้อมมาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในระยะประชิด มือหนาวางลงบนลาดไหล่บางเบา ๆ โดยไม่มีการขออนุญาต สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอาคีย์เกร็งตัวโดยสัญชาตญาณ “ฉันไม่ได้พานายมาเพื่อหนีงาน แต่พานายมาเพื่อเคลียร์พื้นที่… ให้เราคุยกันรู้เรื่อง” คีย์เงียบไป ปล่อยให้ความเงียบสงบทำหน้าที่ของมัน บรรยากาศรอบตัวช่างเป็นใจเสียจนความรู้สึกขุ่นเคืองก่อนหน้านี้ละลายหายไปเกือบหมด เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะแปลก ๆ เมื่อรู้ว่าแผ่นอกกว้างของคนด้านหลังกำลังแนบชิดกับแผ่นหลังของตนเองแค่ไหน “ผม…ไม่ได้โกรธเรื่องงานขนาดนั้นหรอกน่า” คีย์ยอมจำนนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองทอดออกไปไกลยังเส้นขอบฟ้า “แค่ไม่ชอบเวลาที่คุณใช้อำนาจกดดันโดยไม่ฟังเหตุผลต่างหาก” ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเบา ๆ ก่อนจะสวมกอดร่างโปร่งจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ คางคมเกยลงบนไหล่ลาดของเด็กหนุ่ม ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวซอกคอขาวจนคีย์สะดุ้งสุดตัวด้วยความจั๊กจี้และตกใจ “รู้แล้ว… ฉันขอโทษ” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงที่ปกติจะดุดันและเผด็จการ กลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนและเว้าวอนอย่างที่คีย์ไม่เคยได้ยินมาก่อน “อย่าทำหน้าดุใส่ฉันอีกเลยนะ… มันหงุดหงิด ยิ่งกว่าตอนประชุมงบไม่ผ่านซะอีก” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนหยิ่งผยองทำเอาคีย์หลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนต้องยกมือขึ้นดันแขนแกร่งที่โอบรอบเอวไว้อย่างเก้อเขิน “พูดจาแปลก ๆ นะครับวันนี้… กินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่า” “เปล่า แค่รู้ว่าถ้าง้อไม่สำเร็จ นายคงหาเรื่องลาออกจริง ๆ แน่” ธันวาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกกดลงบนแก้มนุ่มเนียนฟอดใหญ่โดยที่คีย์ไม่ทันตั้งตัว “เฮ้ย! ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้นายฉวยโอกาสนะ!” คีย์ร้องลั่น หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย รีบศอกกลับไปหมายจะกระแทกสีข้างคนฉวยโอกาส แต่ธันวากลับไวกว่า คว้าข้อมือทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิดที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม “ถือเป็นค่ามัดจำในการเคลียร์ใจ… ส่วนที่เหลือ ค่อยไปเคลียร์กันข้างในห้องก็แล้วกัน” ธันวาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคีย์ใจเต้นระส่ำ ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเคมีกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของธันวากลับแผดเสียงดังทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ ธันวาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ละสายตาจากริมฝีปากอิ่มของเด็กหนุ่มอย่างไม่เต็มใจนัก ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าที่กำลังผ่อนคลายก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที คีย์สังเกตเห็นความผิดปกติในแววตานั้น จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ใครโทรมาครับ หน้าตาถึงได้เครียดขนาดนั้น” ธันวาเงียบไปชั่วขณะ ปล่อยให้สายยังคงดังต่อเนื่อง ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและกดดันต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ “มีอะไร… ทำไมถึงโทรมาเวลานี้” เสียงปลายสายที่ลอดออกมาเบา ๆ แม้จะไม่ชัดเจน แต่กลับทำให้ธันวาถึงกับชะงักค้าง ราวกับได้ยินเรื่องเหลือเชื่อบางอย่างที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ คีย์มองการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของประธานหนุ่มด้วยความไม่สบายใจ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าความสงบสุขตรงหน้ากำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า “คุณธันวา…?” คีย์เอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ธันวาลดโทรศัพท์ลงช้า ๆ ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยประกายความสุขเมื่อครู่ กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและมืดมนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มหันมามองหน้าเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่สั่นระริกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจของคีย์ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม “นาย… ห้ามไปไหนเด็ดขาด” ธันวาเอ่ยเสียงเครียดจัด “คนที่บ้านฉัน… กำลังมาที่นี่” ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ “หมอกไม้ไผ่” ด้วยนะคะ รี้ดที่รัก!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%